เราเคยอ่านความเห็นของนักวิชาการกันมามากเรื่องเศรษฐกิจ มาลารินก็เคยตั้งไปหลายกระทู้แล้วค่ะ..เช่น 👇
https://m.pantip.com/topic/36244630
หรือกระทู้มุมมองของอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวในประเทศ 👇
https://m.pantip.com/topic/36247437?
แต่ครั้งนี้มีมุมมองของบริษัทจำกัดมหาชนมาให้อ่านค่ะ
น่าสนใจมากจริงๆ

ลองอ่านกันดูนะคะ...
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูง โดยคาดว่าอัตราการขยายตัว GDP เข้าใกล้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจตามศักยภาพในช่วง 4.5-5.5% โดยอัตราการขยายตัว GDP จะสูงกว่า 4.0% ตั้งแต่หลังไตรมาสที่ 2/61 เป็นต้นไป ถ้าไม่มีการให้น้ำหนักมากจนผิดปกติเกินไป ทางด้านที่มาของรัฐบาล อันดับความน่าเชื่อถือของไทยควรจะขึ้นไปอยู่ที่ “A” หรือ “A-” จาก “BBB+” ในปัจจุบัน
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ยังคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่าจะขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ เราเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีเสถียรภาพ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่มีอะไรที่ต้องน่าวิตกกังวล ยังไม่มีสัญญาณใดๆที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจะกลับไปมีทิศทางที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง"
ในส่วนรัฐบาลมีเสถียรภาพสูง ภาคการคลังยังสามารถเก็บรายได้เป็นไปตามเป้างบประมาณแผ่นดิน ขณะที่รัฐบาลเร่งการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามแผนงบประมาณและเร่งการลงทุนใหม่ในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่ ฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์และความสามารถในการทำกำไรยังแข็งแกร่งสูงมาก การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องและมีศักยภาพที่จะขยายตัวในระดับสูงขึ้นหลังจากภาระหนี้จากโครงการรถยนต์คันแรกทยอยหมดลง ส่วนภาคต่างประเทศมีเสถียรภาพสูงและยังแข็งแกร่งมากจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดถึง 11% เทียบกับ GDP ทุนสำรองระหว่างประเทศสูงสุดเป็นอันดับ 13 ของโลกและสูงกว่ามูลค่านำเข้ามากกว่า 10 เดือน ความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศต่ำ
ฝ่ายวิจัยฯ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มกลับมาดีขึ้น อัตราการขยายตัวของ GDP มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น โดยอัตราขยายตัว GDP ปี 2557 ขยายตัว 0.8% เป็น 2.8% ในปี 2558 และ 3.2% ในปี 2559 GDP รายไตรมาสขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีความแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยที่สำคัญแสดงถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ดังนี้ รัฐบาลมีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในการบริหารราชการแผ่นดินสูง ไม่มีความวุ่นวายจากภาคการเมืองและภาคสังคม ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้รับคะแนนนิยมในระดับสูง และคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนต่อเนื่องจนถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าจะมีขึ้นไม่เกินไตรมาสที่ 2/61 และ คาดว่าหลังจากการเลือกตั้ง สถานการณ์ทางด้านการเมืองยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง
GDP ขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความผันผวนของเศรษฐกิจต่ำ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงาน GDP ไตรมาสที่ 4/59 ขยายตัว 3.0% YoY ชะลอลงเล็กน้อยจาก 3.2% YoY ในไตรมาสที่ 3/59 หลังปรับปัจจัยฤดูกาลแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4/59 ขยายตัว 0.4% QoQ ในปี 2559 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.2% เร่งตัวขึ้นจากที่ขยายตัว 2.9% ในปี 2558 และ 0.8% ในปี 2557
อัตราการขยายตัว GDP ไตรมาสที่ 4/59 เท่ากับที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ และ ไม่ได้แย่เมื่อพิจารณาถึงบริบทของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้อัตราการขยายตัว 3.0% YoY ยังแสดงถึงความสามารถของเศรษฐกิจไทยในการรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง เมื่อสถานการณ์เข้าใกล้ภาวะปกติมากขึ้นจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นเองตามลำดับ และส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงขึ้นต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยฯ คงเป้า GDP ปี 2560 ที่ 3.6% เป็นการขยายตัวในระดับปานกลาง ยังไม่มีปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่เด่นชัดในช่วงนี้ รัฐบาลมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพสูง รายได้ภาคเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 10-15% รัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดหย่อนภาษีต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิดแต่อย่างไรเพราะรัฐบาลเป็นหน่วยระบบเศรษฐกิจหน่วยหนึ่งที่ต้องบริหารจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวเป็นไปตามที่ต้องการเช่นเดียวกันกับรัฐบาลประเทศอื่นทั่วโลก รัฐบาลพยายามเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามเป้า การลงทุนภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องทั้งงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และ โครงการใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3/60 เป็นต้นไป ในปี 2560 งบลงทุนภาครัฐมีมูลค่าสูงถึง 5.47 แสนล้านบาท หรือ 20% ของเงินงบประมาณปี 2560 ที่มีงบประมาณรวม 2.733 ล้านล้านบาท โดยเงินลงทุนภาครัฐยังเป็นเครื่องยนต์หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงอีก 6 ปี ข้างหน้า มูลค่าส่งออกจะขยายตัว 2.6% และมีโอกาสขยายตัวได้สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ไว้ ส่วนปริมาณส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวได้มากกว่า 4%
อ่านต่อได้ที่ :
http://www.ryt9.com/s/iq03/2620475
((มาลาริน)) ^_^ มุมมองเศรษฐกิจของบริษัทจำกัดมหาชน..ความน่าเชื่อถือของไทยควรจะขึ้นไปอยู่ที่ “A” หรือ “A-” จาก “BBB+”
https://m.pantip.com/topic/36244630
หรือกระทู้มุมมองของอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวในประเทศ 👇
https://m.pantip.com/topic/36247437?
แต่ครั้งนี้มีมุมมองของบริษัทจำกัดมหาชนมาให้อ่านค่ะ
น่าสนใจมากจริงๆ
ลองอ่านกันดูนะคะ...
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูง โดยคาดว่าอัตราการขยายตัว GDP เข้าใกล้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจตามศักยภาพในช่วง 4.5-5.5% โดยอัตราการขยายตัว GDP จะสูงกว่า 4.0% ตั้งแต่หลังไตรมาสที่ 2/61 เป็นต้นไป ถ้าไม่มีการให้น้ำหนักมากจนผิดปกติเกินไป ทางด้านที่มาของรัฐบาล อันดับความน่าเชื่อถือของไทยควรจะขึ้นไปอยู่ที่ “A” หรือ “A-” จาก “BBB+” ในปัจจุบัน
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ยังคงมุมมองบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่าจะขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ เราเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีเสถียรภาพ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่มีอะไรที่ต้องน่าวิตกกังวล ยังไม่มีสัญญาณใดๆที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจะกลับไปมีทิศทางที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง"
ในส่วนรัฐบาลมีเสถียรภาพสูง ภาคการคลังยังสามารถเก็บรายได้เป็นไปตามเป้างบประมาณแผ่นดิน ขณะที่รัฐบาลเร่งการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามแผนงบประมาณและเร่งการลงทุนใหม่ในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่ ฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์และความสามารถในการทำกำไรยังแข็งแกร่งสูงมาก การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องและมีศักยภาพที่จะขยายตัวในระดับสูงขึ้นหลังจากภาระหนี้จากโครงการรถยนต์คันแรกทยอยหมดลง ส่วนภาคต่างประเทศมีเสถียรภาพสูงและยังแข็งแกร่งมากจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดถึง 11% เทียบกับ GDP ทุนสำรองระหว่างประเทศสูงสุดเป็นอันดับ 13 ของโลกและสูงกว่ามูลค่านำเข้ามากกว่า 10 เดือน ความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศต่ำ
ฝ่ายวิจัยฯ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มกลับมาดีขึ้น อัตราการขยายตัวของ GDP มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น โดยอัตราขยายตัว GDP ปี 2557 ขยายตัว 0.8% เป็น 2.8% ในปี 2558 และ 3.2% ในปี 2559 GDP รายไตรมาสขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีความแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยที่สำคัญแสดงถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ดังนี้ รัฐบาลมีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในการบริหารราชการแผ่นดินสูง ไม่มีความวุ่นวายจากภาคการเมืองและภาคสังคม ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้รับคะแนนนิยมในระดับสูง และคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนต่อเนื่องจนถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าจะมีขึ้นไม่เกินไตรมาสที่ 2/61 และ คาดว่าหลังจากการเลือกตั้ง สถานการณ์ทางด้านการเมืองยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง
GDP ขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความผันผวนของเศรษฐกิจต่ำ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงาน GDP ไตรมาสที่ 4/59 ขยายตัว 3.0% YoY ชะลอลงเล็กน้อยจาก 3.2% YoY ในไตรมาสที่ 3/59 หลังปรับปัจจัยฤดูกาลแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4/59 ขยายตัว 0.4% QoQ ในปี 2559 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.2% เร่งตัวขึ้นจากที่ขยายตัว 2.9% ในปี 2558 และ 0.8% ในปี 2557
อัตราการขยายตัว GDP ไตรมาสที่ 4/59 เท่ากับที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ และ ไม่ได้แย่เมื่อพิจารณาถึงบริบทของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้อัตราการขยายตัว 3.0% YoY ยังแสดงถึงความสามารถของเศรษฐกิจไทยในการรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง เมื่อสถานการณ์เข้าใกล้ภาวะปกติมากขึ้นจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้นเองตามลำดับ และส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงขึ้นต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยฯ คงเป้า GDP ปี 2560 ที่ 3.6% เป็นการขยายตัวในระดับปานกลาง ยังไม่มีปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่เด่นชัดในช่วงนี้ รัฐบาลมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพสูง รายได้ภาคเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 10-15% รัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดหย่อนภาษีต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิดแต่อย่างไรเพราะรัฐบาลเป็นหน่วยระบบเศรษฐกิจหน่วยหนึ่งที่ต้องบริหารจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวเป็นไปตามที่ต้องการเช่นเดียวกันกับรัฐบาลประเทศอื่นทั่วโลก รัฐบาลพยายามเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามเป้า การลงทุนภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องทั้งงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และ โครงการใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3/60 เป็นต้นไป ในปี 2560 งบลงทุนภาครัฐมีมูลค่าสูงถึง 5.47 แสนล้านบาท หรือ 20% ของเงินงบประมาณปี 2560 ที่มีงบประมาณรวม 2.733 ล้านล้านบาท โดยเงินลงทุนภาครัฐยังเป็นเครื่องยนต์หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงอีก 6 ปี ข้างหน้า มูลค่าส่งออกจะขยายตัว 2.6% และมีโอกาสขยายตัวได้สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ไว้ ส่วนปริมาณส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวได้มากกว่า 4%
อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq03/2620475