ตั้งใจจะตั้งกระทู้ตอน 0.01 23 มีนาคม แต่เขียนไม่ทัน ยาวหน่อยแต่อ่านใหม
โปรไฟล์ผมย่อๆ อายุ 31 หน้าตาไม่ได้หล่ออะไร ทำงานอยู่ฝ่ายขายของบริษัทขนาดกลางๆ รายได้ก็ไม่ได้เยอะนะ
แต่บางเดือนอาจจะมีค่าคอมบ้างก็อาจจะได้ 30-35kราวๆนี้ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว(เคยแต่เลิกหมดแล้ว)
งานอดิเรก ติ่งฮเยริ girl's day เฟย miss a ไม่รู้จักคลิก>>
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.youtube.com/watch?v=9lSJMKi184c,
ออกกำลังกายลดพุง,ทำอาหาร,แบ็กแพ้ค,ดูซีรี่เกาหลี,ดูncis ต่างๆ
จากงานฝ่ายขายผมก็ได้รับงานดูแลบัญชีคอยกำกับเรื่องภาษี งบการเงิน ด้วยเลยได้ติดต่องานกับสำนักงานบัญชีทุกเดือน
เมื่อก่อนมีเพื่อนคอยทำแต่เพื่อนมีปัญหานิดหน่อยผมเลยทำแทน(เพื่อนคือเจ้าของไอดีนี้ ตอนนี้ย้ายไปต่างประเทศละเลยให้ใช้idนี้แทน)
ผมเลยได้รู้จักแฟนเก่าซึ่งเป็นนักบัญชีในสำนักงานนั้น ตอนแรกก็คุยๆกันแค่เรื่องงานแต่พอช่วงนึงเธอเลิกกับแฟน
เพราะแฟนเจ้าชู้ ผมเลยได้คุยกับเธอ มานั้งฟังเธอระบาย จนคุยกันมากขึ้นแต่ก็คุยกันปีกว่าๆอาจจะเพราะผมไม่ได้หล่อ
ผมเลยเจียมตัวหน่อยๆด้วยหลังๆเธอลืมแฟนเก่าเธอเปิดใจ ผมเลยตัดสินใจขอเธอเป็นแฟน
ไม่ได้แค่ขอแค่พูดเฉยๆ ผมนั้งคุกเข่าริมทะเลพัทยาหลังจากเดินคุยกันมาสักพัก เธอก็ยอมเป็นแฟนกับผมด้วย เพราะผมคิดว่าคนนี้ละ
ที่ผมจะอยู่ด้วยเพราะอะไรๆมันดูเข้ากันได้มากจริงๆ
เธอติ่งเกาหลีเหมือนกัน ชอบดูซีรี่เกาหลีเหมือนกัน เวลาว่างถ้าไม่ได้ไปใหนทุกๆวันอาทิตย์ บางทีผมก็ไปนั้งดูซีรี่เกาหลีกับเธอที่คอนโด
ผมก็มักจะแวะซื้อของไปทำกับข้าวให้เธอกินตลอดเพราะผมก็ทำกับข้าวใช้ได้อยู่แต่อาจจะไม่ได้หลากหลายมาก
ถ้าไม่อยู่คอนโดเธอเราก็จะออกไปเที่ยวกัน เธอมักจะใช้มือถือถ่ายรูปมาเพื่อวาดรูปที่ห้องบ่อยๆ ผมก็เลยมักจะไปถ่ายรูปวิวสวยๆ
มาให้เธอวาดบ่อยๆหรือบางทีก็พาเดินไปจุดนั้นเลย
เธอจะหยุดทุกวันอาทิตย์แต่ถ้าอาทิตย์ใหนไปช่วยทำออดิทเราก็ไม่ได้เจอกันแต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเราคบกันแบบผู้ใหญ่แล้ว
เพราะเธอรู้จักผมแล้วว่าผมไม่ได้เจ้าชู้ไม่ใช่เพราะหน้าปลวกนะแต่นิสัยผมไม่ได้รักใครง่ายๆถ้าผมรักผมก็จะตั้งใจคนนั้นคนเดียว
ขนาดคุยยังไม่เป็นแฟนผมก็คุยกับเธอคนเดียวจนเพื่อนบอกว่าโง่จัง ทำไมคุยคนเดียวละ ทั้งๆที่มีรุ่นน้องมาชอบ น่าจะลองคุย2คนเลย
แต่ผมก็ปฏิเสษรุ่นน้องไปว่าผมมีคนที่ชอบแล้วทั้งๆที่รุ่นน้องสวยนะแต่สายตาผมตอนนั้น แฟนเก่าสวยสุดถึงแม้จะไม่ได้เป็นพิมพ์นิยมอะไร
ถ้าวันใหนผมว่างหรือเธอต้องทำโอ ผมก็จะเอาข้าวไปส่งให้ก่อนกลับบ้าน ขนมบ้างและฝากๆเพื่อนๆเขาที่ทำงานตลอด
จนผมมีสนิทกับเพื่อนที่ทำงานเขากระทั้งสนิทกับเจ้าของบริษัท เคยเข้าไปออฟฟิสช่วยคีย์งานตอนที่หน้างบด้วยซ้ำไป
เพราะหน้างบงานเธอเยอะมากๆจนได้นอนน้อยมากๆ
กลางคืนทุกวันเราจะคุยกันราวๆ 4 ทุ่มเพราะผมจะออกกำลังกายที่บ้านราวๆนี้และสะดวกคุยตอนนี้ไปยัน5ทุ่มถึงเลิก
ไม่งั้นบางทีเธอเหนื่อยก็นอนก่อน ไม่ได้ทำแบบนอนพร้อมกันอะไรแบบนี้ไม่มีนะ บางวันก็ไม่ได้คุยถ้าติดงานหรือเหนื่อย
หรือวันใหนเธอต้องตรวจบัญชีลูกค้าดึกเราก็จะแชทคุยกันแต่ไม่รอตอบนะถือว่ารู้กันว่าทำงาน ก็เลยจะคุยกันวันหยุดทีเดียว
เราเป็นคู่รักที่ไม่ค่อยทะเลาะกันเลย ไม่ค่อยด่ากันเพราะผมอาจจะใจเย็นและเธอเป็นคนที่ฟังเหตุผลมากๆไม่ค่อยเอาใจ
เราก็เลยอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายๆ
ทุกวันพิเศษเราก็จะมีของขวัญให้กันเสมอๆไม่เคยลืม ตลอดเวลาเราก็ไม่ค่อยจะโกหกอะไรกัน นัดเป็นนัด
ปัญหาเริ่มเกิดขึนตั้งแต่เธอย้ายไปเป็นบัญชีภายในให้บริษัทใหญ่ตอนแรกเรานึกว่ามันจะดีกว่าเดิม
เพราะเธอมีเวลามากกว่าอยู่ในสำนักงานบัญชีแต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด
เริ่มจากเรื่องเงิน เธอได้เงินเยอะกว่าเดิมจากเงินเดือนและเบี้ยเวลาไปทำบัญชีข้างนอก
เมื่อก่อนตอนเงินยังน้อยจะทำอะไรเธอก็จะคิดถึงเรื่องเงินเสมอ
ซึ่งบางครั้งผมจะเลี้ยงเธอแต่เธอมักจะบอกว่ามื้อหน้าเธอเลี้ยงนะ ผมก็โอเคตามใจ
พอผมประมาณการใช้จ่ายได้แล้ว ผมเลยเริ่มเก็บเงินซื้อรถเพื่อไว้ใช้ในครอบครัวและไว้พาเธอไปหาจุดถ่ายรูปด้วย
ผมก็เลยบอกเธอว่าเดี่ยวผมจะเริ่มเก็บเงินซื้อรถละนะเธอก็บอกโอเคก็ดีแล้วสอนขับด้วยนะ
ก็บังเอิญที่ว่าเพื่อนสนิทคนนึงจะขายรถของพี่สาว
ที่แต่งงานไปกับสามีไปอยู่ฮ่องกง ผมก็เลยบอกว่าเอาแต่ขอจ่ายปลายปีได้ปะเพราะจะได้เงินคอมมารวม
เพื่อนก็บอกโอเค พอเล่าให้ฟังเธอก็บอกว่า ซื้อทำไมรถมือ2 แฟนเพื่อนที่ทำงานนี่เขาขับรถใหม่กันทั้งงั้นละ
ก็เถียงกันอยู่พักนึงเธอก็ไม่บ่นและยอมนั้ง
ต่อมาเธอบอกว่ามีวันหยุด 5 วันไปเกาหลีกันใหม อีกสัก3-4เดือนค่อยไป หาเงินก่อน
ผมก็บอกว่าเนี่ยผมต้องจ่ายเงินค่ารถปลายปีคือราวๆ 5 เดือน คงเก็บไม่ทัน
เธอก็บอกว่าหาเงินไม่ทันงั้นเดียวเลี้ยงค่าตั๋วให้จ่ายแต่ค่ากินพอ ผมก็แบบไปปีใหม่ไม่ได้เหรอ
เธอก็บอกจะไปดูหิมะไง ผมก็บอกงั้นไม่ต้องเดี่ยวผมจ่ายเอง ผมเลยไปเล่าให้เพื่อนฟัง
เพื่อนเลยบอกว่างั้นก็เอาเท่าที่ไหวมาก่อนแล้วไปจ่ายตอนหลังปีใหม่ มันก็เลยจบลง
ตอนคบปีที่ 4 ผมเริ่มอยู่ตัวในหลายๆเรื่อง เราก็คุยกันว่าเนี่ยผมอยากจะทำร้านอาหารอะ
เขาก็บอกว่าแล้วทำร้านอาหารมันเหนื่อยนะ ไม่ค่อยชอบเลย ผมก็ถามว่าอาวทำข้าวหมูแดงให้กินตั้งหลายครั้ง
มะระตุ๋น ไก่ตู่น เป็ดตุ๋นให้กินตั้งหลายรอบใหนตอนแรกเชียรให้ขายไง
เขาก็บอกว่าก็ทำงานแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนะจะไปพยายามให้เหนื่อยอีกทำไม
งานตัวเองก็ดีขึ้นตั้งเยอะแล้วผมก็บอกเพราะงานดีขึ้นนี่ไงถึงเริ่มเก็บเงินได้อีกรอบ
เลยจะมีทุนทำละไง เธอก็แสดงอารมณ์ที่ไม่พอใจนิดๆ
ต่อมาครั้งที่พีคที่สุดจนถือว่าเป็นครั้งแรกที่เราทะเลาะกัน ในรอบ4 ปี เธอบอกว่า
เนี่ยคิดจะซื้อบ้านใหม ผมก็บอกว่าคิดสิ กำลังดูทาวเฮ้าแถวๆบ้าน(คือพ่อจะซื้อบ้าน
เก่ามาซ่อมแถวลาดพร้าว ผมเลยเล็งทาวเฮ้าแถวๆบ้านพ่อไว้พึ่งสร้างเสร็จ)
เธอก็พูดเหมือนตอนซื้อรถ ทำไมซื่อทาวเฮ้าละไม่ซื้อบ้าน ผมก็บอกว่าบ้านในกรุงเทพผมซื้อไม่ไหว
ผมก็บอกว่าเราค่อยเลือกด้วยกันดิถ้าจะแต่งงานอะไรเงี่ย เธอก็พูดทำนองว่า ผู้ชายต้องซื้อดิ
ผมก็บอกว่าผมก็ซื้อไงไม่ได้บอกให้คุณช่วยแต่บ้านผมผ่อนคนเดียวไม่ไหวหรอก
เพื่อนเธอแฟนซื้อนะผ่อนคนเดียวแต่ผู้หญิงช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายค่าของในบ้าน
ผมก็บอกว่าแฟนเพื่อนคุณอะเป็นอะไรแล้วผมเป็นอะไร เธอก็บอกงั้นก็ลืมไปได้เลยร้านอาหารหนะ
ทำงานแบบนี้ละต่อไป
ตอนนั้นผมคิดว่าเธอคงเห็นแฟนเพื่อนเธอมีแต่รวยๆมั้งเลยคาดหวังจากผมบ้าง
ทั้งๆที่จุดเริ่มต้นเรามันก็แค่คนธรรมดา2คนเท่านั้นเอง คุยกันมากระทั้งเรื่องช่วยๆกัน
สร้างแต่สุดท้ายมันคืออะไร??
สุดท้ายเธอก็ชวนผมคุย เธอก็บอกว่า4ปีละ นับวันเรายิ่งทัศนคติไม่ตรงกัน เราลองกลับไปเป็นเพื่อนใหม
ถ้าลองห่างลองปรับกันอาจจะมีอะไรดีขึ้น ผมก็บอกผมก็พยายามแล้วนะจะเอาอย่างงี้จริงๆเหรอ
เธอก็บอกเธอคิดละ จากวันนั้นเราก็ห่างกัน
จากวันนั้นก็แทบไม่ค่อยได้คุย ผมก็คิดว่าให้เวลาเธอปรับจิตใจก่อน ผมก็เลยมองหาช่องทางหาเงินเพิ่ม
คือคิดไว้เผื่อเป็นรายได้เสริมที่ไม่ต้องทับกับงานร้านอาหารเล็กๆของผม
สุดท้าย สิ่งที่ผมคิดก็จริงก็คือเธอมีคนคุยและเดทด้วยใหม่ เป็นคนที่เรียนโทกับเธอ จากที่เพื่อนสนิทเธอเล่า
ผู้ชายคนใหม่ดีกว่าผมเยอะ เพื่อนเธอบอกว่าจริงๆเราเห็นเขาคุยกันนานแล้วนะก่อนที่ผมกับเธอจะเลิกกันอีก
ผมก็เลยเข้าใจปัญหาที่ผ่านมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นแม้กระทั้ง ตอนที่ไปเกาหลีกันผู้ชายคนนั้นก็หึงแล้ว
จากการที่ไปส่องเฟซมา
ทุกวันนี้มีคนบอกผมว่าเวลาเธอพูดถึงแฟนเก่า(ผม) เธอมักจะบอกคนอื่นว่าผมเป็นพวกไม่มีอนาคต
เป็นภาระให้เธอ ไปใหนไม่ค่อยบอกทั้งๆที่ตกลงกันแล้วว่าไม่ต้องรายงานอยากรู้ค่อยถาม
ยิ่งเรื่องเงินไม่รู้พูดไปได้ไงทั้งๆที่ผมแทบจะไม่ได้ยุ่งเงินเธอเลยด้วยซ้ำ สร้างภาพให้ตัวเองดูดีแท้ๆ
23 มีนาคม ปี 2558 เลิกกับแฟนที่คบมา 4 ปี ผู้ชายอายุ 30 นิสัยไม่ได้เลวมาก ชีวิตรักจบได้ไง ลองอ่านใหม?ยาวหน่อย
โปรไฟล์ผมย่อๆ อายุ 31 หน้าตาไม่ได้หล่ออะไร ทำงานอยู่ฝ่ายขายของบริษัทขนาดกลางๆ รายได้ก็ไม่ได้เยอะนะ
แต่บางเดือนอาจจะมีค่าคอมบ้างก็อาจจะได้ 30-35kราวๆนี้ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว(เคยแต่เลิกหมดแล้ว)
งานอดิเรก ติ่งฮเยริ girl's day เฟย miss a ไม่รู้จักคลิก>>[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้,
ออกกำลังกายลดพุง,ทำอาหาร,แบ็กแพ้ค,ดูซีรี่เกาหลี,ดูncis ต่างๆ
จากงานฝ่ายขายผมก็ได้รับงานดูแลบัญชีคอยกำกับเรื่องภาษี งบการเงิน ด้วยเลยได้ติดต่องานกับสำนักงานบัญชีทุกเดือน
เมื่อก่อนมีเพื่อนคอยทำแต่เพื่อนมีปัญหานิดหน่อยผมเลยทำแทน(เพื่อนคือเจ้าของไอดีนี้ ตอนนี้ย้ายไปต่างประเทศละเลยให้ใช้idนี้แทน)
ผมเลยได้รู้จักแฟนเก่าซึ่งเป็นนักบัญชีในสำนักงานนั้น ตอนแรกก็คุยๆกันแค่เรื่องงานแต่พอช่วงนึงเธอเลิกกับแฟน
เพราะแฟนเจ้าชู้ ผมเลยได้คุยกับเธอ มานั้งฟังเธอระบาย จนคุยกันมากขึ้นแต่ก็คุยกันปีกว่าๆอาจจะเพราะผมไม่ได้หล่อ
ผมเลยเจียมตัวหน่อยๆด้วยหลังๆเธอลืมแฟนเก่าเธอเปิดใจ ผมเลยตัดสินใจขอเธอเป็นแฟน
ไม่ได้แค่ขอแค่พูดเฉยๆ ผมนั้งคุกเข่าริมทะเลพัทยาหลังจากเดินคุยกันมาสักพัก เธอก็ยอมเป็นแฟนกับผมด้วย เพราะผมคิดว่าคนนี้ละ
ที่ผมจะอยู่ด้วยเพราะอะไรๆมันดูเข้ากันได้มากจริงๆ
เธอติ่งเกาหลีเหมือนกัน ชอบดูซีรี่เกาหลีเหมือนกัน เวลาว่างถ้าไม่ได้ไปใหนทุกๆวันอาทิตย์ บางทีผมก็ไปนั้งดูซีรี่เกาหลีกับเธอที่คอนโด
ผมก็มักจะแวะซื้อของไปทำกับข้าวให้เธอกินตลอดเพราะผมก็ทำกับข้าวใช้ได้อยู่แต่อาจจะไม่ได้หลากหลายมาก
ถ้าไม่อยู่คอนโดเธอเราก็จะออกไปเที่ยวกัน เธอมักจะใช้มือถือถ่ายรูปมาเพื่อวาดรูปที่ห้องบ่อยๆ ผมก็เลยมักจะไปถ่ายรูปวิวสวยๆ
มาให้เธอวาดบ่อยๆหรือบางทีก็พาเดินไปจุดนั้นเลย
เธอจะหยุดทุกวันอาทิตย์แต่ถ้าอาทิตย์ใหนไปช่วยทำออดิทเราก็ไม่ได้เจอกันแต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเราคบกันแบบผู้ใหญ่แล้ว
เพราะเธอรู้จักผมแล้วว่าผมไม่ได้เจ้าชู้ไม่ใช่เพราะหน้าปลวกนะแต่นิสัยผมไม่ได้รักใครง่ายๆถ้าผมรักผมก็จะตั้งใจคนนั้นคนเดียว
ขนาดคุยยังไม่เป็นแฟนผมก็คุยกับเธอคนเดียวจนเพื่อนบอกว่าโง่จัง ทำไมคุยคนเดียวละ ทั้งๆที่มีรุ่นน้องมาชอบ น่าจะลองคุย2คนเลย
แต่ผมก็ปฏิเสษรุ่นน้องไปว่าผมมีคนที่ชอบแล้วทั้งๆที่รุ่นน้องสวยนะแต่สายตาผมตอนนั้น แฟนเก่าสวยสุดถึงแม้จะไม่ได้เป็นพิมพ์นิยมอะไร
ถ้าวันใหนผมว่างหรือเธอต้องทำโอ ผมก็จะเอาข้าวไปส่งให้ก่อนกลับบ้าน ขนมบ้างและฝากๆเพื่อนๆเขาที่ทำงานตลอด
จนผมมีสนิทกับเพื่อนที่ทำงานเขากระทั้งสนิทกับเจ้าของบริษัท เคยเข้าไปออฟฟิสช่วยคีย์งานตอนที่หน้างบด้วยซ้ำไป
เพราะหน้างบงานเธอเยอะมากๆจนได้นอนน้อยมากๆ
กลางคืนทุกวันเราจะคุยกันราวๆ 4 ทุ่มเพราะผมจะออกกำลังกายที่บ้านราวๆนี้และสะดวกคุยตอนนี้ไปยัน5ทุ่มถึงเลิก
ไม่งั้นบางทีเธอเหนื่อยก็นอนก่อน ไม่ได้ทำแบบนอนพร้อมกันอะไรแบบนี้ไม่มีนะ บางวันก็ไม่ได้คุยถ้าติดงานหรือเหนื่อย
หรือวันใหนเธอต้องตรวจบัญชีลูกค้าดึกเราก็จะแชทคุยกันแต่ไม่รอตอบนะถือว่ารู้กันว่าทำงาน ก็เลยจะคุยกันวันหยุดทีเดียว
เราเป็นคู่รักที่ไม่ค่อยทะเลาะกันเลย ไม่ค่อยด่ากันเพราะผมอาจจะใจเย็นและเธอเป็นคนที่ฟังเหตุผลมากๆไม่ค่อยเอาใจ
เราก็เลยอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายๆ
ทุกวันพิเศษเราก็จะมีของขวัญให้กันเสมอๆไม่เคยลืม ตลอดเวลาเราก็ไม่ค่อยจะโกหกอะไรกัน นัดเป็นนัด
ปัญหาเริ่มเกิดขึนตั้งแต่เธอย้ายไปเป็นบัญชีภายในให้บริษัทใหญ่ตอนแรกเรานึกว่ามันจะดีกว่าเดิม
เพราะเธอมีเวลามากกว่าอยู่ในสำนักงานบัญชีแต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด
เริ่มจากเรื่องเงิน เธอได้เงินเยอะกว่าเดิมจากเงินเดือนและเบี้ยเวลาไปทำบัญชีข้างนอก
เมื่อก่อนตอนเงินยังน้อยจะทำอะไรเธอก็จะคิดถึงเรื่องเงินเสมอ
ซึ่งบางครั้งผมจะเลี้ยงเธอแต่เธอมักจะบอกว่ามื้อหน้าเธอเลี้ยงนะ ผมก็โอเคตามใจ
พอผมประมาณการใช้จ่ายได้แล้ว ผมเลยเริ่มเก็บเงินซื้อรถเพื่อไว้ใช้ในครอบครัวและไว้พาเธอไปหาจุดถ่ายรูปด้วย
ผมก็เลยบอกเธอว่าเดี่ยวผมจะเริ่มเก็บเงินซื้อรถละนะเธอก็บอกโอเคก็ดีแล้วสอนขับด้วยนะ
ก็บังเอิญที่ว่าเพื่อนสนิทคนนึงจะขายรถของพี่สาว
ที่แต่งงานไปกับสามีไปอยู่ฮ่องกง ผมก็เลยบอกว่าเอาแต่ขอจ่ายปลายปีได้ปะเพราะจะได้เงินคอมมารวม
เพื่อนก็บอกโอเค พอเล่าให้ฟังเธอก็บอกว่า ซื้อทำไมรถมือ2 แฟนเพื่อนที่ทำงานนี่เขาขับรถใหม่กันทั้งงั้นละ
ก็เถียงกันอยู่พักนึงเธอก็ไม่บ่นและยอมนั้ง
ต่อมาเธอบอกว่ามีวันหยุด 5 วันไปเกาหลีกันใหม อีกสัก3-4เดือนค่อยไป หาเงินก่อน
ผมก็บอกว่าเนี่ยผมต้องจ่ายเงินค่ารถปลายปีคือราวๆ 5 เดือน คงเก็บไม่ทัน
เธอก็บอกว่าหาเงินไม่ทันงั้นเดียวเลี้ยงค่าตั๋วให้จ่ายแต่ค่ากินพอ ผมก็แบบไปปีใหม่ไม่ได้เหรอ
เธอก็บอกจะไปดูหิมะไง ผมก็บอกงั้นไม่ต้องเดี่ยวผมจ่ายเอง ผมเลยไปเล่าให้เพื่อนฟัง
เพื่อนเลยบอกว่างั้นก็เอาเท่าที่ไหวมาก่อนแล้วไปจ่ายตอนหลังปีใหม่ มันก็เลยจบลง
ตอนคบปีที่ 4 ผมเริ่มอยู่ตัวในหลายๆเรื่อง เราก็คุยกันว่าเนี่ยผมอยากจะทำร้านอาหารอะ
เขาก็บอกว่าแล้วทำร้านอาหารมันเหนื่อยนะ ไม่ค่อยชอบเลย ผมก็ถามว่าอาวทำข้าวหมูแดงให้กินตั้งหลายครั้ง
มะระตุ๋น ไก่ตู่น เป็ดตุ๋นให้กินตั้งหลายรอบใหนตอนแรกเชียรให้ขายไง
เขาก็บอกว่าก็ทำงานแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนะจะไปพยายามให้เหนื่อยอีกทำไม
งานตัวเองก็ดีขึ้นตั้งเยอะแล้วผมก็บอกเพราะงานดีขึ้นนี่ไงถึงเริ่มเก็บเงินได้อีกรอบ
เลยจะมีทุนทำละไง เธอก็แสดงอารมณ์ที่ไม่พอใจนิดๆ
ต่อมาครั้งที่พีคที่สุดจนถือว่าเป็นครั้งแรกที่เราทะเลาะกัน ในรอบ4 ปี เธอบอกว่า
เนี่ยคิดจะซื้อบ้านใหม ผมก็บอกว่าคิดสิ กำลังดูทาวเฮ้าแถวๆบ้าน(คือพ่อจะซื้อบ้าน
เก่ามาซ่อมแถวลาดพร้าว ผมเลยเล็งทาวเฮ้าแถวๆบ้านพ่อไว้พึ่งสร้างเสร็จ)
เธอก็พูดเหมือนตอนซื้อรถ ทำไมซื่อทาวเฮ้าละไม่ซื้อบ้าน ผมก็บอกว่าบ้านในกรุงเทพผมซื้อไม่ไหว
ผมก็บอกว่าเราค่อยเลือกด้วยกันดิถ้าจะแต่งงานอะไรเงี่ย เธอก็พูดทำนองว่า ผู้ชายต้องซื้อดิ
ผมก็บอกว่าผมก็ซื้อไงไม่ได้บอกให้คุณช่วยแต่บ้านผมผ่อนคนเดียวไม่ไหวหรอก
เพื่อนเธอแฟนซื้อนะผ่อนคนเดียวแต่ผู้หญิงช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายค่าของในบ้าน
ผมก็บอกว่าแฟนเพื่อนคุณอะเป็นอะไรแล้วผมเป็นอะไร เธอก็บอกงั้นก็ลืมไปได้เลยร้านอาหารหนะ
ทำงานแบบนี้ละต่อไป
ตอนนั้นผมคิดว่าเธอคงเห็นแฟนเพื่อนเธอมีแต่รวยๆมั้งเลยคาดหวังจากผมบ้าง
ทั้งๆที่จุดเริ่มต้นเรามันก็แค่คนธรรมดา2คนเท่านั้นเอง คุยกันมากระทั้งเรื่องช่วยๆกัน
สร้างแต่สุดท้ายมันคืออะไร??
สุดท้ายเธอก็ชวนผมคุย เธอก็บอกว่า4ปีละ นับวันเรายิ่งทัศนคติไม่ตรงกัน เราลองกลับไปเป็นเพื่อนใหม
ถ้าลองห่างลองปรับกันอาจจะมีอะไรดีขึ้น ผมก็บอกผมก็พยายามแล้วนะจะเอาอย่างงี้จริงๆเหรอ
เธอก็บอกเธอคิดละ จากวันนั้นเราก็ห่างกัน
จากวันนั้นก็แทบไม่ค่อยได้คุย ผมก็คิดว่าให้เวลาเธอปรับจิตใจก่อน ผมก็เลยมองหาช่องทางหาเงินเพิ่ม
คือคิดไว้เผื่อเป็นรายได้เสริมที่ไม่ต้องทับกับงานร้านอาหารเล็กๆของผม
สุดท้าย สิ่งที่ผมคิดก็จริงก็คือเธอมีคนคุยและเดทด้วยใหม่ เป็นคนที่เรียนโทกับเธอ จากที่เพื่อนสนิทเธอเล่า
ผู้ชายคนใหม่ดีกว่าผมเยอะ เพื่อนเธอบอกว่าจริงๆเราเห็นเขาคุยกันนานแล้วนะก่อนที่ผมกับเธอจะเลิกกันอีก
ผมก็เลยเข้าใจปัญหาที่ผ่านมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นแม้กระทั้ง ตอนที่ไปเกาหลีกันผู้ชายคนนั้นก็หึงแล้ว
จากการที่ไปส่องเฟซมา
ทุกวันนี้มีคนบอกผมว่าเวลาเธอพูดถึงแฟนเก่า(ผม) เธอมักจะบอกคนอื่นว่าผมเป็นพวกไม่มีอนาคต
เป็นภาระให้เธอ ไปใหนไม่ค่อยบอกทั้งๆที่ตกลงกันแล้วว่าไม่ต้องรายงานอยากรู้ค่อยถาม
ยิ่งเรื่องเงินไม่รู้พูดไปได้ไงทั้งๆที่ผมแทบจะไม่ได้ยุ่งเงินเธอเลยด้วยซ้ำ สร้างภาพให้ตัวเองดูดีแท้ๆ