โคตรหนังที่แสนจะ 90s อย่าง Power Rangers ที่สตูดิโอจากฮอลลีวูดเอามาปั้นใหม่ ว่าด้วยเรื่องขบวนการห้าสี่จากแดนปลาดิบ ที่คราวนี้ถูกเล่าผ่านมุมมองจากฝั่งตะวันตก!
แน่นอนว่าหนังมีทั้งกลิ่นของความคัลท์ และการผสมผสานวัฒนธรรมของโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันผ่านหนังที่โคตรจะร่วมสมัยมากๆ (เพราะมันก็ไม่ได้ย้อนยุคจ๋าไปร้อยปีขนาดนั้น) ว่าด้วยกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายห้าคนที่พบว่าโลกกำลังถูกมนุษย์ต่างดาวคุกคาม (พล็อตคุ้นๆ ไหมนะ!) แล้วดันจับพลัดจับผลูไปเป็นฮีโร่ ทั้งที่ชีวิตส่วนตัวของทั้งห้าก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว
และจากนี้คือ 10 น่ารู้ของ Power Rangers!
1. นี่คือหนังชุด Power Rangers เรื่องที่สามแล้วที่ฉายในโรง ก่อนหน้านี้คือ Mighty Morphin Power Rangers: The Movie (1995) และ Turbo: A Power Rangers Movie (1997) แต่ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
2. เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ LGBT เรื่องแรก-และยังเป็นหนังว่าด้วยฮีโร่ที่มีตัวละครหลักที่เป็นออทิสติกด้วย (แต่จะอย่างไรนั้นต้องไปดูเองจ้า ><)
3. เฮม ซาบาน โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่รับหน้าที่โปรดิวซ์ให้หนังเรื่องนี้ เป็นแฟนตัวยงของขบวนการห้าสีจากญี่ปุ่น
(สมัยที่เขาไปทริปที่ญี่ปุ่น ซาบานเห็นการ์ตูน ไลฟ์ แอ็คชั่น สุดฮิตที่ชื่อว่า “ซุปเปอร์ เซ็นไต” กำลังฉาย และรู้สึกประทับใจกับแก๊งเด็กห้าคนต่อยกับสัตว์ประหลาดชุดยางมากๆ)
4. ผู้กำกับและทีมงานตั้งใจให้ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งห้าเป็นคนธรรมดาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยออกแบบให้พวกเขาเป็นเด็กวัยรุ่นเกรียนๆ ทั่วไปที่ต้องเผชิญปัญหาเพื่อนไม่คบ อกหัก ถูกโลกออนไลน์กลั่นแกล้งแต่ก็เสพติดโลกออนไลน์ซะเหลือเกิน (TT) เพราะไม่อยากให้ฮีโร่ดูเป็นบุคคลที่เข้าถึงยากเกินไป
5. ไบรอัน แครนสตัน ที่รับบทเป็นซอร์ดอน เอเลี่ยนอัจฉริยะที่สูญเสียร่างกายเหลือแต่จิตใจและสติปัญญาที่ถูกผนึกไว้ในกำแพง ทำให้แครนสตันต้องนั่งนิ่งๆ ให้ทีมงานหล่อแบบหัวจรดเข้าเพื่อใช้เป็นแบบในการดีไซน์ดิจิตอลอยู่นาน 45 นาที โดยหายใจผ่านรูปเล็กๆ ทางจมูก

(“คุณต้องนั่งโดยมีปูนปาสเตอร์ทั่วหัวไปอีก 45 นาที ซึ่งคุณหายใจได้ผ่านทางรูเล็กๆ ที่เจาะไว้ตรงจมูกเท่านั้น มองก็ไม่เห็น หูก็อื้อเหมือนดำน้ำ”)
6. อลิซาเบธ แบงค์ส ที่เคยรับบทแป็น เอฟฟี่ ทรินเก็ต ใน Hunger Games รับบทเป็น ริต้า เรพัลซ่า มนุษย์ต่างดาวขี้เหวี่ยงผู้ชั่วร้าย นับเป็นการกลับมารับบทสุดขั้วอีกครั้งของแบงค์สเอง แถมเธอเองเป็นแฟนตัวยงของขบวนการห้าสีด้วย
7. ความลำบากของแบงค์สในการรับบทเป็นอสูรกายขี้หงุดหงิดไม่เพียงแต่ต้องออกแบบให้ทั้งน่ากลัวทั้งเปี่ยมไปด้วยตลกร้าย ชะตากรรมของเธอไม่ต่างจากแครนสตัน เพราะเธอต้องนั่งมีแผ่นซิลิโคนและพลาสติกแปะตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อให้ทีมงานตกแต่งให้ออกมาเป็นหอยเม่น (ใช่จ่ะ… เรพัลซ่าในหนังหน้าตาเหมือนหอยเม่น…)
8. ทีมงานตั้งอกตั้งใจกับเกราะของฮีโร่ทั้งห้ามาก และลงเอยด้วยการได้ Weta Workshop ทีมงานมือหนึ่งจากนิวซีแลนด์มาออกแบบให้มันเป็นเกราะที่เรืองแสงได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นชุดที่ให้ความรู้สึกว่ามาจากนอกโลก และไม่เคยเห็นในหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องไหนมาก่อน แถมเนื้อผ้ายังต้องดูซับซ้อนแต่แนบเนื้อและดูปราดเปรียวแข็งแรงไปในเวลาเดียวกัน
(ซึ่งทางฝ่าย Weta ออกมาบอกภายหลังว่าลำบากใจมาก “ตอนแรกงี้ใจแป้วไปเลยที่รู้ว่าพวกเขาอยากให้เกราะเรืองแสงได้ เพราะมันใช้เวลาทำไม่น้อยเลย แต่ก็ออกมาได้ด้วยดีครับ”)
9. กับชุดเกราะนี่เอาเข้าจริงๆ เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเต็มไปด้วยรายละเอียดยุ่บยั่บไปหมดเพื่อให้เข้ากับคาร์แร็คเตอร์ของแต่ละคน (เช่น เรด เรนเจอร์ เส้นสายบทเกราะจะดูโค้งมน ทรงพลังให้เข้ากับการเป็นผู้นำของกลุ่ม หรือบลู เรนเจอร์ เกราะจะกว้างกว่าปกติ มีเกราะที่ใหม่ที่ทำให้ช่วงตัวดูเป็นสามเหลี่ยนกลับหัว ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นรถถัง)

(อย่างไรก็ตาม เบ็คกี้ จี หรือเยลโล่ว เรนเจอร์ บอกว่า “ชุดพวกนี้ไม่ได้ใส่สบายหรอก มันดูเจ๋งมากก็จริง แต่มันหนาสุดๆ ซ้อนทับกันหลายชั้น ทีมงานขั้นเทพที่ Weta เอาแต่พูดว่า ‘ขอโทษ’ ตอนเราฟิตติ้งกัน แต่มันก็คุ้มนะเพราะชุดมันเฉียบจริงๆ เท่เป็นบ้า”)
10. แต่ทั้งหมดนี่ยังไม่มีอะไรที่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายเท่าฉาก “แปลงร่าง” เป็นหุ่นยนต์ของเหล่าขบวนการห้าสี ที่ผู้กำกับอยากได้ความไหลลื่น ไม่แข็งกระด้าง แต่ก็ยังมีความเป็น 90s ที่ชวนคนดูรำลึกอดีตอยู่ และเป็นฉากที่ผ่านการออกแบบนานทีเดียวกว่าจะได้มาเป็นฉากที่ทรงเสน่ห์มากที่สุดฉากหนึ่งในเรื่อง
10 เรื่องน่ารู้ ก่อนไปดู Power Rangers! ขบวนการ 5 สีแห่งยุค 90s
แน่นอนว่าหนังมีทั้งกลิ่นของความคัลท์ และการผสมผสานวัฒนธรรมของโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันผ่านหนังที่โคตรจะร่วมสมัยมากๆ (เพราะมันก็ไม่ได้ย้อนยุคจ๋าไปร้อยปีขนาดนั้น) ว่าด้วยกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายห้าคนที่พบว่าโลกกำลังถูกมนุษย์ต่างดาวคุกคาม (พล็อตคุ้นๆ ไหมนะ!) แล้วดันจับพลัดจับผลูไปเป็นฮีโร่ ทั้งที่ชีวิตส่วนตัวของทั้งห้าก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว
และจากนี้คือ 10 น่ารู้ของ Power Rangers!
1. นี่คือหนังชุด Power Rangers เรื่องที่สามแล้วที่ฉายในโรง ก่อนหน้านี้คือ Mighty Morphin Power Rangers: The Movie (1995) และ Turbo: A Power Rangers Movie (1997) แต่ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
2. เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ LGBT เรื่องแรก-และยังเป็นหนังว่าด้วยฮีโร่ที่มีตัวละครหลักที่เป็นออทิสติกด้วย (แต่จะอย่างไรนั้นต้องไปดูเองจ้า ><)
3. เฮม ซาบาน โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่รับหน้าที่โปรดิวซ์ให้หนังเรื่องนี้ เป็นแฟนตัวยงของขบวนการห้าสีจากญี่ปุ่น
(สมัยที่เขาไปทริปที่ญี่ปุ่น ซาบานเห็นการ์ตูน ไลฟ์ แอ็คชั่น สุดฮิตที่ชื่อว่า “ซุปเปอร์ เซ็นไต” กำลังฉาย และรู้สึกประทับใจกับแก๊งเด็กห้าคนต่อยกับสัตว์ประหลาดชุดยางมากๆ)
4. ผู้กำกับและทีมงานตั้งใจให้ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งห้าเป็นคนธรรมดาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยออกแบบให้พวกเขาเป็นเด็กวัยรุ่นเกรียนๆ ทั่วไปที่ต้องเผชิญปัญหาเพื่อนไม่คบ อกหัก ถูกโลกออนไลน์กลั่นแกล้งแต่ก็เสพติดโลกออนไลน์ซะเหลือเกิน (TT) เพราะไม่อยากให้ฮีโร่ดูเป็นบุคคลที่เข้าถึงยากเกินไป
5. ไบรอัน แครนสตัน ที่รับบทเป็นซอร์ดอน เอเลี่ยนอัจฉริยะที่สูญเสียร่างกายเหลือแต่จิตใจและสติปัญญาที่ถูกผนึกไว้ในกำแพง ทำให้แครนสตันต้องนั่งนิ่งๆ ให้ทีมงานหล่อแบบหัวจรดเข้าเพื่อใช้เป็นแบบในการดีไซน์ดิจิตอลอยู่นาน 45 นาที โดยหายใจผ่านรูปเล็กๆ ทางจมูก
(“คุณต้องนั่งโดยมีปูนปาสเตอร์ทั่วหัวไปอีก 45 นาที ซึ่งคุณหายใจได้ผ่านทางรูเล็กๆ ที่เจาะไว้ตรงจมูกเท่านั้น มองก็ไม่เห็น หูก็อื้อเหมือนดำน้ำ”)
6. อลิซาเบธ แบงค์ส ที่เคยรับบทแป็น เอฟฟี่ ทรินเก็ต ใน Hunger Games รับบทเป็น ริต้า เรพัลซ่า มนุษย์ต่างดาวขี้เหวี่ยงผู้ชั่วร้าย นับเป็นการกลับมารับบทสุดขั้วอีกครั้งของแบงค์สเอง แถมเธอเองเป็นแฟนตัวยงของขบวนการห้าสีด้วย
7. ความลำบากของแบงค์สในการรับบทเป็นอสูรกายขี้หงุดหงิดไม่เพียงแต่ต้องออกแบบให้ทั้งน่ากลัวทั้งเปี่ยมไปด้วยตลกร้าย ชะตากรรมของเธอไม่ต่างจากแครนสตัน เพราะเธอต้องนั่งมีแผ่นซิลิโคนและพลาสติกแปะตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อให้ทีมงานตกแต่งให้ออกมาเป็นหอยเม่น (ใช่จ่ะ… เรพัลซ่าในหนังหน้าตาเหมือนหอยเม่น…)
8. ทีมงานตั้งอกตั้งใจกับเกราะของฮีโร่ทั้งห้ามาก และลงเอยด้วยการได้ Weta Workshop ทีมงานมือหนึ่งจากนิวซีแลนด์มาออกแบบให้มันเป็นเกราะที่เรืองแสงได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นชุดที่ให้ความรู้สึกว่ามาจากนอกโลก และไม่เคยเห็นในหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องไหนมาก่อน แถมเนื้อผ้ายังต้องดูซับซ้อนแต่แนบเนื้อและดูปราดเปรียวแข็งแรงไปในเวลาเดียวกัน
(ซึ่งทางฝ่าย Weta ออกมาบอกภายหลังว่าลำบากใจมาก “ตอนแรกงี้ใจแป้วไปเลยที่รู้ว่าพวกเขาอยากให้เกราะเรืองแสงได้ เพราะมันใช้เวลาทำไม่น้อยเลย แต่ก็ออกมาได้ด้วยดีครับ”)
9. กับชุดเกราะนี่เอาเข้าจริงๆ เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเต็มไปด้วยรายละเอียดยุ่บยั่บไปหมดเพื่อให้เข้ากับคาร์แร็คเตอร์ของแต่ละคน (เช่น เรด เรนเจอร์ เส้นสายบทเกราะจะดูโค้งมน ทรงพลังให้เข้ากับการเป็นผู้นำของกลุ่ม หรือบลู เรนเจอร์ เกราะจะกว้างกว่าปกติ มีเกราะที่ใหม่ที่ทำให้ช่วงตัวดูเป็นสามเหลี่ยนกลับหัว ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นรถถัง)
(อย่างไรก็ตาม เบ็คกี้ จี หรือเยลโล่ว เรนเจอร์ บอกว่า “ชุดพวกนี้ไม่ได้ใส่สบายหรอก มันดูเจ๋งมากก็จริง แต่มันหนาสุดๆ ซ้อนทับกันหลายชั้น ทีมงานขั้นเทพที่ Weta เอาแต่พูดว่า ‘ขอโทษ’ ตอนเราฟิตติ้งกัน แต่มันก็คุ้มนะเพราะชุดมันเฉียบจริงๆ เท่เป็นบ้า”)
10. แต่ทั้งหมดนี่ยังไม่มีอะไรที่เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายเท่าฉาก “แปลงร่าง” เป็นหุ่นยนต์ของเหล่าขบวนการห้าสี ที่ผู้กำกับอยากได้ความไหลลื่น ไม่แข็งกระด้าง แต่ก็ยังมีความเป็น 90s ที่ชวนคนดูรำลึกอดีตอยู่ และเป็นฉากที่ผ่านการออกแบบนานทีเดียวกว่าจะได้มาเป็นฉากที่ทรงเสน่ห์มากที่สุดฉากหนึ่งในเรื่อง