1.
O ภาพร่องรอยสูงวัยบนใบหน้า
พร้อมแววตาเพียบล้นความหม่นหมอง
เพ่งผืนน้ำฟาดเต้นจนเป็นฟอง-
ปัดปลิวเป็นละออง .. ลอยล่องลม
2.
O มีเรื่องราวรำบายฝากสายน้ำ
คอยพร้องพร่ำรองรับการทับถม-
ของเหตุการณ์, วาทกรรม และคำคม
อันสุดข่มขับล้างให้จางรอย
O เกิดแต่เมื่อบทนิยามแห่งความดี
ถูกขีดชี้กำหนดทุก .. บท .. ถ้อย
ถูกครอบครองผูกขาด .. จนขาดลอย-
จากผู้ด้อยโอกาส .. จนขาดกัน
O ปวงศรัทธาคลุ้มคลั่งเมื่อตั้งบท
ย่อมกำหนดจากวลีแต้มสีสัน
มูลเหตุเฝ้าส่งผ่านจากวานวัน
กล่อมเกลาขวัญกอบกินถึงจินตนา
O ฝ่าคาบยามยุคสมัยแห่งไฟศึก
ที่สำนึกทุกใจร่วมใฝ่หา-
อิสระเสรี, ต้านบีฑา-
ร่วมเข่นฆ่าปวงอรินทร์พ้นถิ่นตน
O ท่ามกลางท่วงทำนองเสียงกลองลั่น
ดาบฟาดฟันเข่นขับอย่างสับสน
เลือดเนื้อที่หลั่งไหล, หัวใจคน-
ย่อมดิ้นรน, พยายาม ไม่คร้ามเลย
O บำเหน็จแห่งลีลาที่สามารถ
คืออำนาจ, คุณค่าอันผ่าเผย
ดั่งเทพพรหมเนรมิตลงชิดเชย-
เพรียกเอื้อนเอ่ยสมยอม อย่างพร้อมเพรียง
O ความเป็นคนกำหนดให้ลดหลั่น-
เป็นชนชั้นสูงต่ำ - พร้องพร่ำเสียง-
ดั่งซอ-ขับสูงต่ำแห่งสำเนียง
เพื่อร่วมเคียงเคล้ารสเป็นบทเพลง
O สูงต่ำความเป็นคนเมื่อล้นหก
การหยิบยกตอกย้ำย่อมคร่ำเคร่ง
จากมูลเหตุสู่ผลที่อลเวง-
ยามรุดเร่งรั้งกรอบลงครอบตัว
O สูงต่ำความเป็นคนเมื่อล้นไหล
คำสาไถยกลับกลอกย่อมบอกทั่ว-
ว่าสัจจ์เท็จทั้งนั้น ต้องสั่นรัว-
กับเพียงชั่วลิ้นกระดก .. ความ-วกวน
O แว่ว .. เสียงกล่อมให้เชื่องที่เบื้องหน้า
พร้อม .. เสียงฮาโห่รับอันสับสน
คลับคล้ายว่าสำเนียงของเสียงคน
พร้อมเพรียงจนยามสดับ .. เพราะจับใจ
O ในเสียงแว่ว-เสียงหวานพลิ้วผ่านโสต
แทรกเสียงโกรธกราดเกรี้ยวน่าเสียวไส้
หลุดออกนอกกรอบเกณฑ์เบี่ยงเบนไป-
ด้วยเหตุผลกลนัย .. ที่ไม่จำ !
3.
O ภาพแววตาพร่าจน .. ความหม่นหมอง-
เผยออกฟ้องทุกข์โศกแห่งโลกต่ำ
ที่การฝืนฝ่ากฎ ถ้วนบทกรรม-
จักเช่นน้ำเลื่อนแล่น โอบแผ่นดิน !
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2013&date=02&group=41&gblog=45
O ริมฝั่งเจ้าพระยา .. O
1.
O ภาพร่องรอยสูงวัยบนใบหน้า
พร้อมแววตาเพียบล้นความหม่นหมอง
เพ่งผืนน้ำฟาดเต้นจนเป็นฟอง-
ปัดปลิวเป็นละออง .. ลอยล่องลม
2.
O มีเรื่องราวรำบายฝากสายน้ำ
คอยพร้องพร่ำรองรับการทับถม-
ของเหตุการณ์, วาทกรรม และคำคม
อันสุดข่มขับล้างให้จางรอย
O เกิดแต่เมื่อบทนิยามแห่งความดี
ถูกขีดชี้กำหนดทุก .. บท .. ถ้อย
ถูกครอบครองผูกขาด .. จนขาดลอย-
จากผู้ด้อยโอกาส .. จนขาดกัน
O ปวงศรัทธาคลุ้มคลั่งเมื่อตั้งบท
ย่อมกำหนดจากวลีแต้มสีสัน
มูลเหตุเฝ้าส่งผ่านจากวานวัน
กล่อมเกลาขวัญกอบกินถึงจินตนา
O ฝ่าคาบยามยุคสมัยแห่งไฟศึก
ที่สำนึกทุกใจร่วมใฝ่หา-
อิสระเสรี, ต้านบีฑา-
ร่วมเข่นฆ่าปวงอรินทร์พ้นถิ่นตน
O ท่ามกลางท่วงทำนองเสียงกลองลั่น
ดาบฟาดฟันเข่นขับอย่างสับสน
เลือดเนื้อที่หลั่งไหล, หัวใจคน-
ย่อมดิ้นรน, พยายาม ไม่คร้ามเลย
O บำเหน็จแห่งลีลาที่สามารถ
คืออำนาจ, คุณค่าอันผ่าเผย
ดั่งเทพพรหมเนรมิตลงชิดเชย-
เพรียกเอื้อนเอ่ยสมยอม อย่างพร้อมเพรียง
O ความเป็นคนกำหนดให้ลดหลั่น-
เป็นชนชั้นสูงต่ำ - พร้องพร่ำเสียง-
ดั่งซอ-ขับสูงต่ำแห่งสำเนียง
เพื่อร่วมเคียงเคล้ารสเป็นบทเพลง
O สูงต่ำความเป็นคนเมื่อล้นหก
การหยิบยกตอกย้ำย่อมคร่ำเคร่ง
จากมูลเหตุสู่ผลที่อลเวง-
ยามรุดเร่งรั้งกรอบลงครอบตัว
O สูงต่ำความเป็นคนเมื่อล้นไหล
คำสาไถยกลับกลอกย่อมบอกทั่ว-
ว่าสัจจ์เท็จทั้งนั้น ต้องสั่นรัว-
กับเพียงชั่วลิ้นกระดก .. ความ-วกวน
O แว่ว .. เสียงกล่อมให้เชื่องที่เบื้องหน้า
พร้อม .. เสียงฮาโห่รับอันสับสน
คลับคล้ายว่าสำเนียงของเสียงคน
พร้อมเพรียงจนยามสดับ .. เพราะจับใจ
O ในเสียงแว่ว-เสียงหวานพลิ้วผ่านโสต
แทรกเสียงโกรธกราดเกรี้ยวน่าเสียวไส้
หลุดออกนอกกรอบเกณฑ์เบี่ยงเบนไป-
ด้วยเหตุผลกลนัย .. ที่ไม่จำ !
3.
O ภาพแววตาพร่าจน .. ความหม่นหมอง-
เผยออกฟ้องทุกข์โศกแห่งโลกต่ำ
ที่การฝืนฝ่ากฎ ถ้วนบทกรรม-
จักเช่นน้ำเลื่อนแล่น โอบแผ่นดิน !
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2013&date=02&group=41&gblog=45