คนขี้โกง อันได้แก่..คนฉ้อฉล คนทุจริต คนหลบเลี่ยงภาษีซุกหุ้น
คนทำผิดกฎหมายร้ายแรงด้วยเจตนา คนคิดร้ายต่อบ้านเมือง
คนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองยิ่งนัก...เพราะว่า..
คนเช่นมีมีความฉลาดผิดปกติ ในการกระทำผิดเหล่านี้
ซึ่งกฎหมายมักจะติดตามเอาผิดยากเย็นแสนเข็ญ
เมื่อติดตามเอาผิดได้แต่ก็ไม่เคยสำนึก ยังปากแข็ง ยังคิดว่ากฎหมายสองมาตรฐานอยู่ร่ำไป..
การปรองดองกับคนเหล่านี้ เพื่อความสงบสุขและให้ประเทศเดินหน้าไปได้...ดูเหมือนการคิดโอนอ่อนให้อภัยอย่างสิ้นเชิงจะไม่มีประโยชน์ใดๆเลยต่อประเทศชาติของเราเลย
การกระทำปากว่าตาขยิบยังดำเนินต่อไปอย่างไม่เกรงกลัว
ปากบอกขอปรองดอง ขอให้ยกเลิกกฎหมายต่างๆ ให้เลิกการพูดและการกระทำเกลียดชังใส่กัน แต่พวกเขาเหล่านี้ กลับกระทำเช่นนี้เสียเองทั้งสิ้น แสดงถึงพฤติกรรมที่ฝังรากลึกในจิตใจอย่างถอนไม่ออก พวกเขาจึงมิได้เลิกประพฤติแบบเดิมๆเพื่อคิดปรองดองอย่างที่พูดเพื่อให้ดูดี
การปรองดองกับคนโกง จึงไร้ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนทุกเรื่อง การใช้กฎหมายจัดการกับคนโกงจึงจะเห็นผลดีต่อประเทศชาติมากกว่าการให้อภัย หรือนิรโทษกรรมคนโกงเหล่านี้ เพราะจะได้ลงโทษคนพวกนี้ให้เข็ดหลาบ ไม่ให้งอกเงยขึ้นมาเป็นต้นไม้พิษ แพร่พันธุ์ไปขยายพิษร้าย ทำลายประชาชนคนบริสุทธิ์อีกต่อไป
การปรองดองคือ การมีกติกาในเรื่องต่างๆร่วมกันอย่างสันติ เท่าเทียม ยุติธรรม แต่ไม่ใช่การไม่ใช้กฎหมายดำเนินการคนทำผิด
ดังนั้น การปรองดองกระทำได้ในทุกเวลาและทุกยุคสมัย
กฎหมายคือการใช้บังคับพฤติกรรมของคน ที่จะละเลยไม่ได้แม้ในเวลาปรอดอง
สรุป เราไม่ควรปรองดองกับคนโกง




((มาลาริน)) ^_^ คิดแล้วคิดอีกก็ยังยืนยันค่ะ....การปรองดองกับคนโกงหรือคนทำผิดกฎหมายไม่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน
คนทำผิดกฎหมายร้ายแรงด้วยเจตนา คนคิดร้ายต่อบ้านเมือง
คนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองยิ่งนัก...เพราะว่า..
คนเช่นมีมีความฉลาดผิดปกติ ในการกระทำผิดเหล่านี้
ซึ่งกฎหมายมักจะติดตามเอาผิดยากเย็นแสนเข็ญ
เมื่อติดตามเอาผิดได้แต่ก็ไม่เคยสำนึก ยังปากแข็ง ยังคิดว่ากฎหมายสองมาตรฐานอยู่ร่ำไป..
การปรองดองกับคนเหล่านี้ เพื่อความสงบสุขและให้ประเทศเดินหน้าไปได้...ดูเหมือนการคิดโอนอ่อนให้อภัยอย่างสิ้นเชิงจะไม่มีประโยชน์ใดๆเลยต่อประเทศชาติของเราเลย
การกระทำปากว่าตาขยิบยังดำเนินต่อไปอย่างไม่เกรงกลัว
ปากบอกขอปรองดอง ขอให้ยกเลิกกฎหมายต่างๆ ให้เลิกการพูดและการกระทำเกลียดชังใส่กัน แต่พวกเขาเหล่านี้ กลับกระทำเช่นนี้เสียเองทั้งสิ้น แสดงถึงพฤติกรรมที่ฝังรากลึกในจิตใจอย่างถอนไม่ออก พวกเขาจึงมิได้เลิกประพฤติแบบเดิมๆเพื่อคิดปรองดองอย่างที่พูดเพื่อให้ดูดี
การปรองดองกับคนโกง จึงไร้ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนทุกเรื่อง การใช้กฎหมายจัดการกับคนโกงจึงจะเห็นผลดีต่อประเทศชาติมากกว่าการให้อภัย หรือนิรโทษกรรมคนโกงเหล่านี้ เพราะจะได้ลงโทษคนพวกนี้ให้เข็ดหลาบ ไม่ให้งอกเงยขึ้นมาเป็นต้นไม้พิษ แพร่พันธุ์ไปขยายพิษร้าย ทำลายประชาชนคนบริสุทธิ์อีกต่อไป
การปรองดองคือ การมีกติกาในเรื่องต่างๆร่วมกันอย่างสันติ เท่าเทียม ยุติธรรม แต่ไม่ใช่การไม่ใช้กฎหมายดำเนินการคนทำผิด
ดังนั้น การปรองดองกระทำได้ในทุกเวลาและทุกยุคสมัย
กฎหมายคือการใช้บังคับพฤติกรรมของคน ที่จะละเลยไม่ได้แม้ในเวลาปรอดอง
สรุป เราไม่ควรปรองดองกับคนโกง