" โรงพยาบาลแว้ง ไม่แล้งน้ำใจ "
สวัสดีครับ

จากกระทู้เก่าไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ---->
https://pantip.com/topic/36210866
วันนี้ทีมงาน Street Hero Project จะพาท่านไปที่ โรงพยาบาลแว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นอำเภอติดชายแดน
ประเทศมาเลเซีย ทีมงานของเราเดินทางไปถึง อ.สุไหงโกลก ได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล
เพื่อพาเราเดินทางอีกประมาณ 20 กม. เข้าสู่ รพ.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส ระหว่างเดินทางมีด่านตรวจทั้งสิ้น 3 จุด
มีการป้องกันเข้มงวดเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสีแดงครับ นพ. ณัทนัย ศักดิรัตน์ ผอ. รพ. แว้ง กล่าวว่า
ในอำเภอแว้ง มีประชากรประมาณ 5 หมื่นคน ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสูงอายุ และอยู่ในกลุ่มโรคเรื้อรัง
ที่ต้องรักษาต่อเนื่อง และอัตราผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ โดยทาง รพ.
ได้จัดมาตรการเพื่อให้ความรู้กับผู้ป่วยและญาติ พื่อช่วยกันป้องกันโรคที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นทีมงานจึงขอสำรวจโรงพยาบาล
เพื่อดูกันว่าเมื่อมีการแจ้งเหตุผู้ป่วยฉุกเฉินนอก รพ. เจ้าหน้าที่. รพ. มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร และนี่เองที่เราได้พบ
เรื่องราวดี ๆ ที่อยากมานำเสนอให้ได้รับชมกัน
หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลได้พาเราไปดูตามแผนกต่าง ๆ จนมาถึงแผนกฉุกเฉินซึ่งเป็นเป้าหมายของเราครับ
พบว่าในขั้นตอนการรับแจ้งเหตุที่นี่จะพิเศษกว่าที่อื่นที่ผมเคยเจอ คือ เมื่อศูนย์รับแจ้งเหตุได้รับข้อมูลการแจ้งเหตุ
ว่าเกิดเหตุที่ไหน คนไข้เป็นอะไร ตามขั้นตอนปกติแล้ว .... แต่ที่พิเศษคือ ทาง รพ.จะต้องประสานไปยังหน่วยงานทหารก่อน
เพื่อให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้นทางที่จะไปยังสถานที่เกิดเหตุนั้น ไม่เสี่ยงต่อการก่อเหตุร้ายเพื่อความปลอดภัย
ของเจ้าหน้าที่ เมื่อผมพบกับเจ้าหน้าที่ที่ออกเหตุฉุกเฉินเป็นประจำ ทำให้ผมอึ้งเล็กน้อย คือ เป็นสาวสวย ทั้ง 2 ท่าน
(นึกว่าจะเป็นผู้ชาย) ได้แก่ รอก็เยาะ สุหลงเส็น(พี่นา) และ สุมิตตรา ฮาเล็ง(น้องจัง) ผมเลยต้องขอถามความรู้สึก ....
คำถามแรกเลย กลัวไหมครับ ?
ทั้งคู่ตอบว่ามีบ้าง แต่เราจะประสานให้ตรวจสอบพื้นที่ก่อน เราทั้ง 2 เป็นคนในพื้นที่
ผู้ป่วยที่เกิดขึ้นก็เหมือนคนในครอบครัวเรา หากเราไม่ไปแล้วจะให้ใครไป
คำถามต่อมา เคยคิดจะย้ายออกนอกพื้นที่ไหม ?
ทั้ง 2 ตอบชัดเจนว่า ไม่เคย เรารักในบ้านเกิด เรารักในพื้นที่เรา ทุกคนในพื้นที่ก็เป็นเหมือนญาติเรา
เราต้องช่วยกันดูแล ที่สำคัญคือเราจะต้องไม่ตื่นตะหนกกับเหตุการณ์
เพียง 2 คำถาม สามารถตอบทุกคำถามอีกมากมายที่ผมเตรียมมาแล้วครับ เชิญชมคลิปได้ที่นี่ครับ
https://www.facebook.com/streetheroproject/videos/1088427757927907/
จากนั้นเราได้สำรวจรถพยาบาลซึ่งมี 2 คัน พบว่า มีเครื่อง AED เพียงเครื่องเดียว ผมจึงได้เป็นตัวแทนเพจ
นำเครื่องที่จะมอบให้ รพ. อื่นไปมอบให้ก่อน เพื่อให้รถพยาบาลพร้อมทั้ง 2 คัน และผมพบว่าเครื่องวัดความดันโลหิตติดรถ
ยังเป็นแบบเข็มซึ่งไม่สะดวกในการใช้งาน โดยที่ส่วนใหญ่หลายๆคันเปลี่ยนเป็น Vital Sign Monitor หมดแล้ว
สุดท้าย .... การเดินทางเพียงลำพังในครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า สุไหงโกลก และ อ. แว้ง ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่คิดเลยครับ
ขอบคุณเพื่อนใหม่ทุก ๆ คน เราเจอกันครั้งแรกก็ประทับใจผมมาก ได้พาผมไปกินอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ
ได้พาผมนำอุปกรณ์กีฬา ไปให้เด็กน้อย ที่ โรงเรียนเทพประทานไทยยืนยง ซึ่งอยู่ห่างชายแดนประมาณ 2 กม.
หากมีโอกาสผมสัญญาว่าจะเดินทางไปอีกครั้งครับ
สวัสดีครับ

ติดตามโครงการดี ๆ ของเราได้ที่
https://www.facebook.com/streetheroproject/
โรงพยาบาลแว้ง ไม่แล้งน้ำใจ ... ก้าวที่ 3 ของโครงการ "ก้าวต่อด้วยหัวใจพื้นที่ห่างไกลได้ใช้ AED"
สวัสดีครับ
วันนี้ทีมงาน Street Hero Project จะพาท่านไปที่ โรงพยาบาลแว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นอำเภอติดชายแดน
ประเทศมาเลเซีย ทีมงานของเราเดินทางไปถึง อ.สุไหงโกลก ได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล
เพื่อพาเราเดินทางอีกประมาณ 20 กม. เข้าสู่ รพ.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส ระหว่างเดินทางมีด่านตรวจทั้งสิ้น 3 จุด
มีการป้องกันเข้มงวดเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสีแดงครับ นพ. ณัทนัย ศักดิรัตน์ ผอ. รพ. แว้ง กล่าวว่า
ในอำเภอแว้ง มีประชากรประมาณ 5 หมื่นคน ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสูงอายุ และอยู่ในกลุ่มโรคเรื้อรัง
ที่ต้องรักษาต่อเนื่อง และอัตราผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ โดยทาง รพ.
ได้จัดมาตรการเพื่อให้ความรู้กับผู้ป่วยและญาติ พื่อช่วยกันป้องกันโรคที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นทีมงานจึงขอสำรวจโรงพยาบาล
เพื่อดูกันว่าเมื่อมีการแจ้งเหตุผู้ป่วยฉุกเฉินนอก รพ. เจ้าหน้าที่. รพ. มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร และนี่เองที่เราได้พบ
เรื่องราวดี ๆ ที่อยากมานำเสนอให้ได้รับชมกัน
หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลได้พาเราไปดูตามแผนกต่าง ๆ จนมาถึงแผนกฉุกเฉินซึ่งเป็นเป้าหมายของเราครับ
พบว่าในขั้นตอนการรับแจ้งเหตุที่นี่จะพิเศษกว่าที่อื่นที่ผมเคยเจอ คือ เมื่อศูนย์รับแจ้งเหตุได้รับข้อมูลการแจ้งเหตุ
ว่าเกิดเหตุที่ไหน คนไข้เป็นอะไร ตามขั้นตอนปกติแล้ว .... แต่ที่พิเศษคือ ทาง รพ.จะต้องประสานไปยังหน่วยงานทหารก่อน
เพื่อให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้นทางที่จะไปยังสถานที่เกิดเหตุนั้น ไม่เสี่ยงต่อการก่อเหตุร้ายเพื่อความปลอดภัย
ของเจ้าหน้าที่ เมื่อผมพบกับเจ้าหน้าที่ที่ออกเหตุฉุกเฉินเป็นประจำ ทำให้ผมอึ้งเล็กน้อย คือ เป็นสาวสวย ทั้ง 2 ท่าน
(นึกว่าจะเป็นผู้ชาย) ได้แก่ รอก็เยาะ สุหลงเส็น(พี่นา) และ สุมิตตรา ฮาเล็ง(น้องจัง) ผมเลยต้องขอถามความรู้สึก ....
คำถามแรกเลย กลัวไหมครับ ?
ทั้งคู่ตอบว่ามีบ้าง แต่เราจะประสานให้ตรวจสอบพื้นที่ก่อน เราทั้ง 2 เป็นคนในพื้นที่
ผู้ป่วยที่เกิดขึ้นก็เหมือนคนในครอบครัวเรา หากเราไม่ไปแล้วจะให้ใครไป
คำถามต่อมา เคยคิดจะย้ายออกนอกพื้นที่ไหม ?
ทั้ง 2 ตอบชัดเจนว่า ไม่เคย เรารักในบ้านเกิด เรารักในพื้นที่เรา ทุกคนในพื้นที่ก็เป็นเหมือนญาติเรา
เราต้องช่วยกันดูแล ที่สำคัญคือเราจะต้องไม่ตื่นตะหนกกับเหตุการณ์
เพียง 2 คำถาม สามารถตอบทุกคำถามอีกมากมายที่ผมเตรียมมาแล้วครับ เชิญชมคลิปได้ที่นี่ครับ
https://www.facebook.com/streetheroproject/videos/1088427757927907/
จากนั้นเราได้สำรวจรถพยาบาลซึ่งมี 2 คัน พบว่า มีเครื่อง AED เพียงเครื่องเดียว ผมจึงได้เป็นตัวแทนเพจ
นำเครื่องที่จะมอบให้ รพ. อื่นไปมอบให้ก่อน เพื่อให้รถพยาบาลพร้อมทั้ง 2 คัน และผมพบว่าเครื่องวัดความดันโลหิตติดรถ
ยังเป็นแบบเข็มซึ่งไม่สะดวกในการใช้งาน โดยที่ส่วนใหญ่หลายๆคันเปลี่ยนเป็น Vital Sign Monitor หมดแล้ว
สุดท้าย .... การเดินทางเพียงลำพังในครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า สุไหงโกลก และ อ. แว้ง ไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่คิดเลยครับ
ขอบคุณเพื่อนใหม่ทุก ๆ คน เราเจอกันครั้งแรกก็ประทับใจผมมาก ได้พาผมไปกินอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ
ได้พาผมนำอุปกรณ์กีฬา ไปให้เด็กน้อย ที่ โรงเรียนเทพประทานไทยยืนยง ซึ่งอยู่ห่างชายแดนประมาณ 2 กม.
หากมีโอกาสผมสัญญาว่าจะเดินทางไปอีกครั้งครับ
สวัสดีครับ
ติดตามโครงการดี ๆ ของเราได้ที่ https://www.facebook.com/streetheroproject/