จากกระแสตราม่าน้องขอเงินเรียนจนได้เป็นล้าน...เราจะเล่าเกี่ยวกับเด็กหลายๆคนที่ยากจนแต่ไม่เคยพูดไม่เคยขอ ให้ฟังนะคะ

เราเคยมีอาชีพเป็นครูค่ะ ตอนนี้เออรี่แล้ว แต่ตลอดเวลาที่ทำงานมา เราอยู่โรงเรียนบ้านนอกตลอดการทำงาน เห็นสภาพชีวิตมาสารพัดรูปแบบ
เด็กมัธยมที่นั่นหลายคนลำบากสุดๆ แต่ไม่เคยปริปากบอกใครเลย....จนเราไปเยี่ยมเด็กและได้เห็นความเป็นอยู่ของเค้า เราถึงกับอึ้ง

ตัวอย่างคนที่ 1
เป็นหญิงค่ะและมีน้องสาว 1 คนอยู่ประถม...เธอเรียนมัธยมปลายอยู่โรงเรียนเรา คนพี่รูปร่างผอมบาง แต่งตัวสะอาดสะอ้าน หน้าตาเบิกบานเรียนเก่งมาก
ดูเหมือนชีวิตปกติ แต่พอเราไปเยี่ยมบ้านเด็ก...ปรากฎว่าเด็กคนนี้อยู่กัน 2 คนพี่น้องค่ะ

ถามไปมา พ่อแม่ตายมา 2 ปีแล้ว เธอต้องดูแลน้องคนเดียวและออกทำงานรับจ้างเป็นรายวันเพื่อหาเงินมากินอยู่และเรียน
แต่เธอสู้มากไม่เคยบอกใครเลย จนทางโรงเรียนรู้เลยให้ทุนเธอเรียนอะค่ะ แต่ทุนทางโรงเรียนก็ไม่ได้เยอะแยะมากมาย มันพอแค่ค่าเทอม
ค่าอาหารกลางวันเท่านั้น

วันหยุดเธอก็ต้องรับจ้างทำงานเช่นเดิม และทำตลอดปิดเทอม พอเธอเรียนจบ ม.ปลาย เธอก็เข้าต่อราชภัฎเนื่องจากได้โควต้าและค่าเทอมถูก

น้องผู้หญิงนั่งรถเมล์ไปเรียนค่ะ ระยะทางไกลมากเกือบ 100 โล ที่นั่งรถเมล์ไม่อยู่หอเพราะเธอต้องกลับมาดูน้องที่กำลังขึ้น มัธยม 1 ซึ่งรออยู่ที่บ้าน
ตอนนี้น้องเรียนจบหลายปีแล้วค่ะ และสอบเข้าทำงานได้แล้วด้วย เธอเอาน้องสาวไปดูแลอยู่ใกล้ๆ

คนที่ 2...

เด็กหนุ่มอายุ 16 ที่เข้าม.4 ใหม่ๆ ขี้อาย พูดน้อย แต่ขยันทำงาน คอยช่วยครูเรื่อยๆ...วันหนึ่งเราไปเยี่ยมบ้านน้อง เจอว่าน้องอยู่คนเดียว
เราถามพ่อแม่ไปทำงานไหน เพราะในประวัติน้องบอกว่า ยายดูแล...ปรากฎพ่อแม่หายสาบสูญหมดเช่นกัน...น้องไม่เคยเห็นพ่อแม่มาตั้งแต่ 5 ขวบ

น้องอยู่บ้านคนเดียวค่ะเป็นบ้านหลังเล็กๆ ใกล้ลำธารเล็กๆ และยายที่ดูแลอยู่บ้านอีกหลังห่างๆกัน ไม่ใช่ยายแท้ๆ แต่เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้น
น้องพาเราเดินดูพื้นที่ในป่าแล้วบอกว่า ...เค้าฝันอยากได้ที่ตรงข้ามฝั่งลำธารโน่น
เค้าจะปลูกดอกไม้เยอะๆ จะปลูกผักมากๆแล้วเอามาขาย เพราะยายอายุมากแล้ว มองอะไรไม่ค่อยเห็น เค้าต้องดูแลยายด้วย

ตอนนั้นเราน้ำไหลเลยนะ สงสารน้องมาก เพราะเราสังเกตมานานว่าน้องใส่เสื้อผ้าเก่า รองเท้าขาด เราเคยซื้อรองเท้านักเรียนให้น้องอะค่ะ
เอาเงินตัวเองซื้อให้

น้องคนนี้ได้เรียนแค่ ม.4 แล้วก็หยุดไป 1 ปี เนื่องจากไม่มีเงิน เราก็ไปตามน้องมาเรียนนะ แต่ตอนนั้นน้องดื้อมาก บอกว่าไม่เรียนแล้วจะทำงาน
เราชักชวนยังไงน้องก็ไม่ฟัง เลยหยุดไปจริงๆ

2ปีถัดมา น้องกลับมาเรียนค่ะ เราดีใจมาก พยายามหาช่องทางให้น้องได้เรียนจนจบ ม.6 และน้องก็ทำสำเร็จ

..................
มีเคสอีกเยอะแยะเลยค่ะ ที่เด็กแต่ละคนลำบากยากเย็นมากๆ กว่าจะได้เรียน กว่าจะจบมาได้ แต่...เด็กเหล่านี้ไม่เคยปริปากบอกใครเลย
ถ้าเราไม่เห็นด้วยตาตัวเอง อนาคตเด็กเหล่านี้คงหายไปเยอะ...
......................................

บางที เราอ่านข่าวนั้นแล้วเราก็คิด ว่าถึงเวลาแล้วใช่มั้ยคะ ที่เราต้องถ่ายรูปบ้านเก่าๆจนๆ ผุๆพังๆ ของน้องๆเหล่านั้น
แล้วบรรยายความทุกข์ยากให้คนอื่นรู้ เพื่อขอเงินจากคนที่สงสารบ้าง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่