สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
คน ๆ นี้ เป็นคนที่ "หวังสูง" มีแผนการอุบาทว์ในใจ
เรียกว่า อกุศลมูลพอกเต็มตัว ถึงขนาดซ่อนไม่มิด
อาศัยการ "ท่อง" แล้วทำเป็นอวดรู้ ลึกล้ำในธรรม หลอกสั่งสอนคนโง่ให้งมงายเชื่อถือ
อ้างอวดตนว่ารักษาพระธรรมวินัย แต่ความจริงคือ การหอบพระธรรมวินัยมาเร่ขายหากินเท่านั้นเอง
ข้อความทำนองนี้ จะได้เห็นบ่อย ทั้งทางวาจา และทางเฟซบุค
พุทธะอิสระขอพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ ทรงผนวชของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ เพื่อถวายทุกวัดทั่วประเทศจำนวน ๓๕,๐๐๐ วัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นี่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์
(หรือการอวดอ้างบ่อย ๆ ว่า สังฆราชองค์ก่อนเสด็จไปหาถึงวัดสองสามครั้ง)
เสียงทาร์ซานลั่นก้องป่า
หวังสูงจนต้องแสดงออกบ่อย ๆ กลัวไม่เข้าตากรรมการ
คนพาลนั้น ดูง่าย คือมักชี้นิ้วใส่คนอื่นว่าชั่ว
แม้ตัวเองทำชั่ว ก็อ้างว่าทำชั่วเพื่อทำลายชั่ว จำเป็นต้องชั่ว
ทำตัวไม่มุ่งในเรื่องยศช้างขุนนางพระ
แต่โทษทีเหอะ ใครไม่รู้ ก็ต้องคิดว่าหมอนี่คือเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย
และพฤติการณ์ที่แสดงออก ก็คือ วางตนเป็น "ผู้บัญชาการ" ควบคุมทุกอย่าง แต่อ้างไม่ปรารถนาในตำแหน่ง
เห็นหมอนี่ทำทีเป็นผู้ทรงศีลทีไร คิดถึงการ์ตูนวาดพระนั่งสมาธิเห็นสาวนุ่งน้อยห่มน้อยทุกที
สำหรับคน ๆ นี้ หากไม่มีอันเป็นไปก่อน จะได้เห็น "เนื้อแท้" หลุดลอกออกมาชัด ๆ ในอีกไม่นานนี่แหละครับ
มันอั้นไม่มิดหรอก
ที่เห็น ๆ อยู่ทุกวันนี้ แค่เปลือกที่ลอกออกมาจาก "วาสนา" เท่านั้นเอง
เรียกว่า อกุศลมูลพอกเต็มตัว ถึงขนาดซ่อนไม่มิด
อาศัยการ "ท่อง" แล้วทำเป็นอวดรู้ ลึกล้ำในธรรม หลอกสั่งสอนคนโง่ให้งมงายเชื่อถือ
อ้างอวดตนว่ารักษาพระธรรมวินัย แต่ความจริงคือ การหอบพระธรรมวินัยมาเร่ขายหากินเท่านั้นเอง
ข้อความทำนองนี้ จะได้เห็นบ่อย ทั้งทางวาจา และทางเฟซบุค
พุทธะอิสระขอพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ ทรงผนวชของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ เพื่อถวายทุกวัดทั่วประเทศจำนวน ๓๕,๐๐๐ วัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นี่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์
(หรือการอวดอ้างบ่อย ๆ ว่า สังฆราชองค์ก่อนเสด็จไปหาถึงวัดสองสามครั้ง)
เสียงทาร์ซานลั่นก้องป่า
หวังสูงจนต้องแสดงออกบ่อย ๆ กลัวไม่เข้าตากรรมการ
คนพาลนั้น ดูง่าย คือมักชี้นิ้วใส่คนอื่นว่าชั่ว
แม้ตัวเองทำชั่ว ก็อ้างว่าทำชั่วเพื่อทำลายชั่ว จำเป็นต้องชั่ว
ทำตัวไม่มุ่งในเรื่องยศช้างขุนนางพระ
แต่โทษทีเหอะ ใครไม่รู้ ก็ต้องคิดว่าหมอนี่คือเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย
และพฤติการณ์ที่แสดงออก ก็คือ วางตนเป็น "ผู้บัญชาการ" ควบคุมทุกอย่าง แต่อ้างไม่ปรารถนาในตำแหน่ง
เห็นหมอนี่ทำทีเป็นผู้ทรงศีลทีไร คิดถึงการ์ตูนวาดพระนั่งสมาธิเห็นสาวนุ่งน้อยห่มน้อยทุกที
สำหรับคน ๆ นี้ หากไม่มีอันเป็นไปก่อน จะได้เห็น "เนื้อแท้" หลุดลอกออกมาชัด ๆ ในอีกไม่นานนี่แหละครับ
มันอั้นไม่มิดหรอก
ที่เห็น ๆ อยู่ทุกวันนี้ แค่เปลือกที่ลอกออกมาจาก "วาสนา" เท่านั้นเอง
Mr.Slowly ถูกใจ, ผู้เฒ่า2492 ถูกใจ, peejim ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3442725 ถูกใจ, Civil Liberty ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2642600 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1092825 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2693894 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3648508 ถูกใจรวมถึงอีก 6 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม (หลวงปู่พุทธะอิสระ)
การเมือง
“...ความโอหังของพุทธอิสระ..." /วัชรานนท์
การกล่าวอ้างว่าพระพุทธเจ้าให้พระโมคัลลานะไปทำน้ำพระพุทธมนต์ไปประพรมให้ชาวโกสัมพีนี่....เป็นการกล่าวหาที่สาหัสสากรรมากๆ คือนอกจากจะกล่าวหาพระพุทธเจ้าแล้ว ตัวพุทธอิสระเองก็เปลือยกายตัวเองล่อนจ้อนให้เห็นหมด บ่งชี้ให้เห็นถึงการเป็นพระแบบปลอมๆ ของพุทธอิสระได้อย่างเด่นชัด ทั้งคัมภีร์ไม่เคยศึกษา วันๆ เอาแต่เรื่อง "การเมือง" มาสุมใส่หัว
ตู่พระพุทธเจ้าอย่างไร??
๑. ในพระสุตันตปิฏก “สามัญญผลสูตร” ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าการพ่นน้ำมนต์หรือรดน้ำมนต์นั้น พระภิกษุไม่ควรปฏิบัติและเป็นเดรัจฉานวิชา http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=9&A=1072&Z=1919&pagebreak=0#120 พระพุทธเจ้าย่อมไม่ประพฤติหรือสนับสนุนคนอื่นให้ประพฤติในสิ่งที่พระองค์ทรงประณามว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์และไม่ใช่หนทางดับทุกข์แน่ๆ...พุทธอิสระเข้าใจเสียให้ถูก
๒. ผมมั่นใจว่าพุทธอิสระจำมาผิดทั้งเพ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่เมืองโกสัมพี แต่เป็นเมืองเวสาลีและไม่เกี่ยวอะไรกับพระโมคัลลานะแต่เป็นพระอานนท์ เรื่องย่อๆ มีดังนี้ ชาวเมืองเวสาลี(ไม่ใช่โกสัมพี)เกิดภัยพิบัติแห้งแล้งประชาชนล้มป่วยเป็นอันมาก พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปโปรดแล้วฝนก็ตกห่าใหญ่ ทรงโปรดให้พระอานนท์(ไม่ใช่พระโมคัลลานะ)ท่องจำพระรัตนสูตรนี้แล้วเดินเข้าในเมืองเวสาลี อะไรประมาณนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับเมืองโกสัมพี พระโมคัลลานะ และน้ำมนต์อย่างที่พุทธอิสระอ้างเพื่อที่จะโยงเข้าหาการกระทำของตนว่า “ชอบธรรม” แล้ว เพราะขนาดระดับพระพุทธเจ้ายังเคยกระทำมาก่อนอะไรประมาณนี้....หมอนี่นับวันชักจะโอหังมากขึ้นเรื่อยๆ
สมเด็จพุทธาจารย์ (โต พรมรังสี)
กรณีสมเด็จโตจุดคบเพลิงเข้าวัง(ประท้วงร.๔)นี้ เป็นเหตุการณ์ที่ยกอ้างกันบ่อยมากและหลายแง่มุมหลายเวอร์ชั่น พุทธอิสระเองก็ไม่พลาดที่จะนำมาอ้างแล้วพยายามโยงเข้าหาตัวเอง โดยถามตบท้ายด้วยประโยคให้ฉงนว่า “นี่ก็ไม่ใช่กิจสงฆ์” โถ...สมเด็จโตท่านออกจะดังและขลังขนาดนั้น ขืนให้ชาวบ้านชาวช่องไปว่าสิ่งที่ท่านทำว่าไม่ใช่กิจสงฆ์ดูสิ....บาปกินหัว สำหรับผม....บอกชัดเปรี้ยงได้อย่างไม่ต้องคิดว่า การกระทำของสมเด็จพุฒาจารย์(โต)ไม่ใช่กิจสงฆ์อย่างแน่นอน และรวมไปถึงเรื่องการสร้างพระ(สมเด็จ) นั่งปลุกเสกอะไรประเภทนั้นด้วย ไม่ใช่กิจสงฆ์แน่ๆ
อาจารย์ธรรมโชติแห่งบ้านบางระจัน
พุทธอิสระบอกว่า "ท่านอาจารย์ธรรมโชติในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทำการฝึกอบรมชาวบ้านให้เป็นทหารอาสา สร้างกองกำลังสู้รบกับพม่าเพื่อปกป้องแผ่นดิน นี่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์” มาอีกแระ...เรื่องต่อสู้ปกป้องแผ่นดิน การต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินถือเป็นเรื่องดี...ตรงนี้ไม่เถียง แต่ก็ต้องแยกแยะเสียบ้างว่านั่นเป็นเรื่องของโลกิยะ...เป็นเรื่องของการปรุงแต่งจิตด้วย ลาภะ โทสะ และโมหะ ส่วนการเป็นพระสงฆ์นั้นอยู่ในโลกแห่ง “โลกุตะระ” ควรที่จะข่มแล้วกำจัดเสียซึ่งลาภะ โทสะ และโมหะ ถามว่าสิ่งที่พระอาจารย์ธรรมโชติทำนั้นเป็นกิจของสงฆ์ไหม?.....ก็ไม่ใช่ทั้งเพเลยล่ะ(พระบร้าอะไร? จะมาสอนให้คนอื่นจับดาบไปฆ่าคนอื่น หรือพระบร้าอะไร? ยินดีที่เห็นคนอื่นเอาปืนใส่ถุงป็อปคอร์นเที่ยวไปไล่ยิงชาวบ้าน) เปรียบเทียบให้เห็นจะๆ ในยุคเดียวกันและเหตุการณ์เดียวกันเลย...คือยุคที่พม่ายกทัพมาโจมตีกรุงศรีที่มีอาจารย์ธรรมโชติสู้อุตส่าห์ฝึกทหารสู้กับพม่าปกป้องแผ่นดินนั่นแหละ อีกทางหนึ่ง....พระอีกรูปหนึ่งคือสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร ท่านเคยเป็นถึงพระเจ้าแผ่นดิน ต่อมาก็ยกบัลลังก์ให้พระเชษฐาแล้วพระองค์ก็ออกผนวช เมื่อพม่ายกทัพมาครั้งแรก(ศึกอะลองพญา) พระองค์(สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร)ก็ทรงลาผนวชออกมาต่อสู้ปกป้องแผ่นดินช่วยพระเชษฐา(พระเจ้าเอกทัศน์)จนพม่าถอยทัพกลับไป ท่านไม่ได้ทำให้ผ้า "กาสาวพัตร์" ต้องมีมลทินแม้แต่น้อย เสร็จศึกแล้วพระองค์ก็ทรงออกผนวชต่ออีก(จนชาวบ้านเรียกพระองค์ว่า “ขุนหลวงหาวัด”) เมื่อพม่ายกทัพกลับมาอีกครั้ง....พระเจ้าเอกทัศน์(พระเชษฐา)ก็ไปขอความช่วยเหลือจากท่านอีก แต่คราวนี้ท่านไม่ประสงค์ที่จะลาผนวช และท่านก็ปฏิบัติธรรมของท่านไปอย่างปรกติท่ามกลางเสียงดาบ เสียงปืนใหญ่และคาวเลือด จนกรุงศรีต้องเสียกรุงครั้งที่สอง ตัวท่านเองก็ทรงถูกพม่าควบคุมตัวไปยังพม่าในขณะที่เป็นสมณะเพศและมรณภาพที่นั่น ตรงนี้...จึงอยากถามพุทธอิสระว่ามองกรณีของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพรพระกับอาจารย์ธรรมโชติแห่งบ้านบางระจันในมุมมองของ "ความเป็นพระ" ของทั้งสองท่านว่าอย่างไร?
ครูบาศรีวิชัย
อันนี้ผมขอข้ามไปเลยนะครับ เพราะไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก(เกรงจะกระทบถึงความปลอดภัยต่อล็อคอินผม) ถ้าจะถกกันจริงๆ เรื่องนี้ยาวมาก และอย่าหาว่าอวดตัวอะไรเลย... ผมเชื่อว่า...พุทธอิสระรู้กรณีครูบาศรีวิชัยไม่ถึงครึ่งที่ผมรู้แน่ๆ ผมจึงขอข้าม
ข้อความในเฟสบุ๊คของพุทธอิสระยาว สุดท้ายก็มาขมวดท้ายรำพึงรำพันว่า :-
พุทธะอิสระไปช่วยเหลือพี่น้องทางใต้ที่ประสบภัยสึนามิ ด้วยการช่วยสร้างบ้านซ่อมเรือนับสิบๆ หลัง นี่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์
พุทธะอิสระจัดประชุม พุทธ-อิสลามจากสามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสันติ นี่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์
พุทธะอิสระออกตระเวนทำโรงครัวเคลื่อนที่ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี ๕๔-๕๕ นี่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์
พุทธะอิสระขอพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ ทรงผนวชของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ เพื่อถวายทุกวัดทั่วประเทศจำนวน ๓๕,๐๐๐ วัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นี่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์
ไม่ใช่เลยครับ...เหล่านั้นไม่ใช่กิจสงฆ์แต่เป็นกิจของบ้านเมืองล้วนๆ แต่คุณไปเผือกเอง แล้วยังจะมาบ่นหาพระแสงคาบค่ายอะไรอีกล่ะครับ?? “บางคน” แค่เขาชอบ “ไก่ชน”...เขายังละอายแก่ใจว่าไม่ใช่สิ่งที่ควรประพฤติเขายังสึกออกมา แต่บางคนนี่กระเหี้ยนกระหือรืออยากโลดแล่นบนเวทีทางการเมือง....ก็ได้แต่อาศัยศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อผ้าเหลืองโลดแล่นไปวันๆ..........