สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกในชีวิต ไม่เคยที่จะโพสต์หรือขอแสดงความคิดเห็นในทำนองนี่มาก่อน วันนี้ตัดสินใจเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา เพราะมีคำถามวนเวียนอยู่ในใจมาตลอด ไม่รู้ตั้งกระทู้ถูกห้องหรือเปล่า ยังแอบหวั่นๆ หากผิดพลาดขออภัยด้วยนะคะ
คบกับแฟนมา ตอนนี้เริ่มเข้าปีที่7ค่ะ แฟนอายุห่างจากเรา6ปี คบกันตั้งเราอายุประมาณย่างเข้า25ปี เขาเข้ามาจีบเราตอนที่เรากำลังเลิกกับแฟนคนเก่าได้ไม่นาน ตอนแรกก็ไม่ได้คิดที่จะชอบและจริงจังอะไร คงเป็นเพราะตอนนั้นเราไม่มีใครด้วยมั้งคะ พอคุยไปสักพักเขาก็ดูเอางานเอางานนะคะ ขยัน มีสังคมระดับผู้ใหญ่เยอะ เลยคบกันดู คบกันสักพักใหญ่ๆก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เราอยู่ก่อนแต่งนะคะ อยู่ก่อนแต่งจนมาถึงปีที่7ก็ยังไม่ได้แต่ง 😔😔 เราคบกันพ่อแม่2ฝ่ายรับรู้ คบกันสักพักเขาก็เริ่มแสดงอาการ นิสัยส่วนตัวด้านอารมณ์ออกมา เช่น ขี้วีน ขี้เหวี่ยง โมโหร้าย ไม่พอใจก็เหวี่ยงทุกครั้ง พอเราเริ่มไม่พอใจบ้างเขาก็ยิ่งโมโห ควบคุมตัวเองไม่ได้ ลงที่ข้าวของบ้าง อย่างเรื่องบางเรื่องไม่น่าจะทะเลาะกันได้ ก็เอามาเป็นเรื่องเป็นราว ประมาณว่าทะเลาะเรื่องไร้สาระ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยในช่วง 1-2ปีแรก พอช่วงหลังๆมา เราเริ่มรู้ทันว่าถ้าจะเกิดเหตุการณ์นี้เราจะหยุด ไม่โต้ตอบ หยุดการปะทะ เพราะเราคิดมาตลอดว่าในเมื่อเปลี่ยนที่เขาไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนที่เรา เพื่อไม่อยากให้อะไรมันเลวร้ายไปกว่านี้ จนสุดท้ายเราก็ต้องคุยกันว่า นิสัยแบบนี้ควรเปลี่ยนแปลง ไม่งั้นชีวิตคู่จะต้องเหนื่อยมากแน่ๆ เขาก็รับฟังจะปรับตัวเอง มีอยู่วันหนึ่งเราเริ่มอยากมีครอบครัว อยากให้ชีวิตเดินหน้า อยากมีลูกเพราะตอนนั้นอายุย่างเข้า28แล้วคิดว่าต้องมีได้แล้ว พอถามถึงเรื่องแต่งงาน เขาก็บอกว่าไม่พร้อม อยากให้พร้อมกว่านี้ อยากบวชก่อนแล้วค่อยแต่ง เราก็ อะ...ไม่เป็นไร เรารอได้ ก็รอยาวไปค่ะ คบกันมาเรื่อยๆแบบทะเลาะบ้าง เบื่อบ้าง อารมณ์รุนแรงบ้าง คือปกติคนทั่วไปส่วนใหญ่น่าจะเป็นฝ่ายหญิงที่มักจะขี้วีน ขี้เหวี่ยง เอาแต่ใจ จุกจิก ขี้บ่น ฯลฯ แต่นี่สำหรับเราไม่ใช่เลย สวนทางกันหมดทุกอย่าง เราเป็นคนที่อะไรก็ได้ ไม่บ่น ไม่เหวี่ยง ไม่ขี้หึง ไม่จิก ไปเที่ยวไม่โทรตาม ไม่บังคับ แต่กับนิสัยเขาเราก็ยังสามารถทนมาจนถึงเกือบ7ปีนะ
ลืมบอกไปว่าเมื่อก่อนเราทำงานบริษัทที่เดียวกันค่ะ ช่วง3ปีผ่านมานี้เราตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวค่ะ เพราะเขาทำงานบริษัท หาของมาขายในเฟสบุคตัวเองบ้าง ขายเพื่อนฝูง จนเป็นรู้จักของกลุ่มคน เขาเริ่มเบื่องานประจำด้วยเลยลาออกมาด้วยกัน มาเริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจังมีหน้าร้าน ธุรกิจที่ทำอยู่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์นะคะ เอาตรงๆในใจเราก็ไม่ได้ชอบ เพราะไม่ใช่แนวทางของผู้หญิงเลย ไม่ใช่งานที่เรารักและใฝ่ฝัน เราอยากทำอะไรที่เป็นผู้หญิงๆ แต่เราตัดสินใจลาออกมาแล้ว ก็ลองดู ก็หวังว่าจะได้ช่วยงานกัน แล้วตอนนั้นก็ยังไม่มีงานอื่นทำ เลยช่วยเขาทำงาน ไปทำขายของไป รู้บ้างไม่รู้บ้าง เพราะไม่ถนัด แต่ผิดกับเขามาก เขาทำงานเก่ง ขายของเก่ง แนะนำพูดคุยลูกค้าเก่งมากๆ (ก็เขาอยู่กับของพวกนี้มานาน เพราะเขารักงานนี่หน่า)
ก็ทำให้ผ่านไปเป็นวันๆค่ะ แต่วันไหนที่เราผิดพลาดหรือทำไม่ทันใจก็อย่างว่า อารมณ์ฉุนเฉียวจะมาทันที เหวี่ยงบ้าง บ่นบ้าง เราก็ไม่อยากเถียงนะแต่จะแสดงออกทางสีหน้า เป็นแบบนี้มาตลอด เรื่องงานเขาเก่งมากๆค่ะ แต่เรื่องความเข้าใจหรือเรื่องคนใกล้ตัวอย่างเราเนี่ย เขาไม่รู้เลย ไปไหนมาไหนเขาต้องไปส่ง ไปกินข้าวกับเพื่อนก็ไปส่งกรือนั่งรอ ทุกๆที่เขาต้องรับรู้ว่าเราจะไปทำอะไร ยังไง จนหลายๆครั้งเราก็คิดนะว่า ขาดอิสระด้านความคิดและการใช้ชีวิต หรืออาจจะเป็นเพราะเขาห่วงเราก็ได้ ^^ แต่กลับกันเวลาที่เขาอยู่กับคนอื่นๆหรืออยู่กับเพื่อนฝูง ผู้ใหญ่คนจะทำตัวเองให้เล็กมากๆ แต่ตอนอยู่กับเราเขาทำตัวเป็นยักษ์เป็นมาร
พอคบกันอยู่ด้วยกันมา เราทำประกันชีวิต แม้กระทั่งผู้รับผลประโยชน์เราใส่ชื่อแม่แล้วก็มีชื่อเขาติดไว้ด้วยนะคะ เพราะเราคิดว่าไหนๆก็ร่าจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เรารักเขาก็มอบส่วนนี้ให้เขา ทำ3ฉบับก็มีชื่อเขาทั้ง3ฉบับ แต่ในส่วนของเขากลับไม่มีชื่อเรา คืออะไรคะ??? ไม่เป็นไรเราไม่ซีเรียสเรื่องประเภทนี้เท่าไร ใครตายก่อนใครก็แค่นั้น
จนเราเริ่มกลับมาถามคำถามเหมือนหลายปีก่อนว่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน ก็ได้คำตอบเดิมเหมือนอ่านสคริปว่า "ยังไม่พร้อม รอบวช รอมีเงิน" เราก็ใจแป้วไประยะหนึ่ง ก็ยังบอกตัวเองว่า "รอได้" 2-3ปี รอได้ 4-5ปีก็ยังรอได้ ถามเรื่องอยากมีลูกเขาก็บอกว่า ยังไม่อยากมี ไม่มีคนเลี้ยงให้ เป็นอย่างนี้มาตลอดรวมถึงเรื่องการทำงานและอารมณ์ด้วย เรื่องอารมณ์ก็มีเบาๆลงคิดว่าเขาคงโตมากขึ้น มีความคิดมากขึ้นมั้งถึงเบาๆลง แต่ก็มีเหวี่ยง วรน อยู่ประจำแต่ไม่รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน ก็ทนกันไปค่ะ
เราทำงานกับเขาเราได้เงินเดือนนะคะ เดือนละ10,000บาท ช่วยขายของ ทำบัญชี สั่งของ งานบ้าน งานร้าน ฯลฯ เราไม่เคยขอเพิ่มเลย เว้นแต่เขาอยากจะให้ ไปกินข้าวเขาก็จ่าย เราจ่ายบ้าง บ้าน รถ เขาก็รับผิดชอบการจ่ายได้ดีค่ะ บางครั้งซื้อของก็มีเหมือนกัน แต่เขาไม่เคยถามว่าแม่เรามีเงินไหม ใช้จ่ายพอไหม แม่สบายดีไหม โรคประจำตัวหมอนัดหรือเปล่า ฯลฯเกี่ยวกับที่บ้านเราเขาไม่เคยไถ่ถามค่ะ แต่กับแม่เขาเราถาม เราโทร เราไลน์ถามตามประสาลูกหลาน
เรายอมรับค่ะว่าเราไม่มีเงินเก็บ เงิน1หมื่นที่เขาให้ เราก็ให้แม่ส่วนหนึ่ง จ่ายค่าประกันส่วนหนึ่ง เงินกยศส่วนหนึ่ง เหลือส่วนตัวก็ไม่กี่พัน เป็นแบบนี้จริงๆ บางเดือนก็ไม่พอ แต่เราก็ไม่ขอเพิ่ม ประหยัดส่วนไหนได้เราก็ทำ
พอมาช่วงหลังๆนี้เราเริ่มรู้ตัวว่าเราเริ่มแก่ จะหลอกถามเรื่องอยากมีลูกบ่อยมากขึ้น ก็ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ ก็บอกมาว่า ไม่พร้อมๆๆๆ ทั้งๆที่ธุรกิจของเขาก็ไปได้ดี แต่ก็บอกว่ายังไม่พร้อมคืออะไร คำถามนี้เริ่มวนเวียนอยู่ในสมองมากขึ้นๆๆ ตอนนี้อายุ32ค่ะ เขาก็อายุเกือบ40 เงินเก็บเขามีค่ะ คิดว่ามีเยอะประมาณหนึ่งด้วย แต่ก็ยังบอกว่า "ไม่พร้อม" จนไม่กี่วันมานี้เราตัดสินใจถามเขา คุยกับเขาจริงจังมาก จนเป็นเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตพอควร แม่ก็ถามมาตลอดว่า เมื่อไหร่จะมีลูก คนแถวบ้านก็ถามแบบนี้ จนนับไม่ไหวแล้วว่าคำถามแบบนี้ ถามมากี่คนแล้ว เราเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับหลายๆสิ่ง เหนื่อยกับการที่ต้องรอไปเรื่อยๆแบบนี้แล้ว อีกอย่างเราไม่มีเงินเก็บนะคะ แล้วถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าเราแก่ตัวมาเราจะทำยังไง เงินไม่มี ลูกไม่มี ถ้าวันไหนเขาเบื่อเราแล้วเราจะทำยังไง ก็คงกลายเป็นอีแก่เร่ร่อน ถูกทอดทิ้งอย่างนั้นเหรอ เลยตัดสินใจว่า เราไม่รอแล้ว เราไม่อยากรออย่างไร้จุดหมาย สู้เราต่อสู้เองหาเงินเอง ใช้ชีวิตเองดีกว่าไหม เผื่อเราได้เจอคนที่พร้อมและดีกว่านี้หรือเปล่า ตอนนี้แยกกันอยู่ค่ะตั้งแต่วันที่ทะเลาะกัน เพราะเราบอกเขาเลยว่าเราไม่ไหวแล้ว ขอถอยมาคิดก่อนว่าจะเอายังไงต่อ ถ้าเขาไม่พร้อมเราก็ไม่รอ เราเริ่มหางานทำค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้งาน อยากถามหลายๆคนว่า เจอสถานการณ์นี้ควรทำยังไง รอต่อไป ช่วยเขาทำงานต่อไป หรือตัดสินใจแยกตัวเองออกมาดีคะ ตอนนี้สับสนเคว้งคว้างมาก จะเดินหน้าหรืออยู่แบบเดิมไปก่อน รบกวนขอความเห็นหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากๆนะคะที่อ่านเรื่องราวจนจบ เรื่องราวยาวมา (นี่ย่อแล้วนะคะ)ขอความเห็นหน่อยนะคะ เจ้าของกระทู้อาจจะเจอทางออก 🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻
คบกับแฟนเข้าปีที่7 ผู้ชายบอกว่ายังไม่พร้อมมาตลอดระยะ7ปี ควรทำยังไงต่อดีคะ
คบกับแฟนมา ตอนนี้เริ่มเข้าปีที่7ค่ะ แฟนอายุห่างจากเรา6ปี คบกันตั้งเราอายุประมาณย่างเข้า25ปี เขาเข้ามาจีบเราตอนที่เรากำลังเลิกกับแฟนคนเก่าได้ไม่นาน ตอนแรกก็ไม่ได้คิดที่จะชอบและจริงจังอะไร คงเป็นเพราะตอนนั้นเราไม่มีใครด้วยมั้งคะ พอคุยไปสักพักเขาก็ดูเอางานเอางานนะคะ ขยัน มีสังคมระดับผู้ใหญ่เยอะ เลยคบกันดู คบกันสักพักใหญ่ๆก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เราอยู่ก่อนแต่งนะคะ อยู่ก่อนแต่งจนมาถึงปีที่7ก็ยังไม่ได้แต่ง 😔😔 เราคบกันพ่อแม่2ฝ่ายรับรู้ คบกันสักพักเขาก็เริ่มแสดงอาการ นิสัยส่วนตัวด้านอารมณ์ออกมา เช่น ขี้วีน ขี้เหวี่ยง โมโหร้าย ไม่พอใจก็เหวี่ยงทุกครั้ง พอเราเริ่มไม่พอใจบ้างเขาก็ยิ่งโมโห ควบคุมตัวเองไม่ได้ ลงที่ข้าวของบ้าง อย่างเรื่องบางเรื่องไม่น่าจะทะเลาะกันได้ ก็เอามาเป็นเรื่องเป็นราว ประมาณว่าทะเลาะเรื่องไร้สาระ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยในช่วง 1-2ปีแรก พอช่วงหลังๆมา เราเริ่มรู้ทันว่าถ้าจะเกิดเหตุการณ์นี้เราจะหยุด ไม่โต้ตอบ หยุดการปะทะ เพราะเราคิดมาตลอดว่าในเมื่อเปลี่ยนที่เขาไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนที่เรา เพื่อไม่อยากให้อะไรมันเลวร้ายไปกว่านี้ จนสุดท้ายเราก็ต้องคุยกันว่า นิสัยแบบนี้ควรเปลี่ยนแปลง ไม่งั้นชีวิตคู่จะต้องเหนื่อยมากแน่ๆ เขาก็รับฟังจะปรับตัวเอง มีอยู่วันหนึ่งเราเริ่มอยากมีครอบครัว อยากให้ชีวิตเดินหน้า อยากมีลูกเพราะตอนนั้นอายุย่างเข้า28แล้วคิดว่าต้องมีได้แล้ว พอถามถึงเรื่องแต่งงาน เขาก็บอกว่าไม่พร้อม อยากให้พร้อมกว่านี้ อยากบวชก่อนแล้วค่อยแต่ง เราก็ อะ...ไม่เป็นไร เรารอได้ ก็รอยาวไปค่ะ คบกันมาเรื่อยๆแบบทะเลาะบ้าง เบื่อบ้าง อารมณ์รุนแรงบ้าง คือปกติคนทั่วไปส่วนใหญ่น่าจะเป็นฝ่ายหญิงที่มักจะขี้วีน ขี้เหวี่ยง เอาแต่ใจ จุกจิก ขี้บ่น ฯลฯ แต่นี่สำหรับเราไม่ใช่เลย สวนทางกันหมดทุกอย่าง เราเป็นคนที่อะไรก็ได้ ไม่บ่น ไม่เหวี่ยง ไม่ขี้หึง ไม่จิก ไปเที่ยวไม่โทรตาม ไม่บังคับ แต่กับนิสัยเขาเราก็ยังสามารถทนมาจนถึงเกือบ7ปีนะ
ลืมบอกไปว่าเมื่อก่อนเราทำงานบริษัทที่เดียวกันค่ะ ช่วง3ปีผ่านมานี้เราตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวค่ะ เพราะเขาทำงานบริษัท หาของมาขายในเฟสบุคตัวเองบ้าง ขายเพื่อนฝูง จนเป็นรู้จักของกลุ่มคน เขาเริ่มเบื่องานประจำด้วยเลยลาออกมาด้วยกัน มาเริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจังมีหน้าร้าน ธุรกิจที่ทำอยู่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์นะคะ เอาตรงๆในใจเราก็ไม่ได้ชอบ เพราะไม่ใช่แนวทางของผู้หญิงเลย ไม่ใช่งานที่เรารักและใฝ่ฝัน เราอยากทำอะไรที่เป็นผู้หญิงๆ แต่เราตัดสินใจลาออกมาแล้ว ก็ลองดู ก็หวังว่าจะได้ช่วยงานกัน แล้วตอนนั้นก็ยังไม่มีงานอื่นทำ เลยช่วยเขาทำงาน ไปทำขายของไป รู้บ้างไม่รู้บ้าง เพราะไม่ถนัด แต่ผิดกับเขามาก เขาทำงานเก่ง ขายของเก่ง แนะนำพูดคุยลูกค้าเก่งมากๆ (ก็เขาอยู่กับของพวกนี้มานาน เพราะเขารักงานนี่หน่า)
ก็ทำให้ผ่านไปเป็นวันๆค่ะ แต่วันไหนที่เราผิดพลาดหรือทำไม่ทันใจก็อย่างว่า อารมณ์ฉุนเฉียวจะมาทันที เหวี่ยงบ้าง บ่นบ้าง เราก็ไม่อยากเถียงนะแต่จะแสดงออกทางสีหน้า เป็นแบบนี้มาตลอด เรื่องงานเขาเก่งมากๆค่ะ แต่เรื่องความเข้าใจหรือเรื่องคนใกล้ตัวอย่างเราเนี่ย เขาไม่รู้เลย ไปไหนมาไหนเขาต้องไปส่ง ไปกินข้าวกับเพื่อนก็ไปส่งกรือนั่งรอ ทุกๆที่เขาต้องรับรู้ว่าเราจะไปทำอะไร ยังไง จนหลายๆครั้งเราก็คิดนะว่า ขาดอิสระด้านความคิดและการใช้ชีวิต หรืออาจจะเป็นเพราะเขาห่วงเราก็ได้ ^^ แต่กลับกันเวลาที่เขาอยู่กับคนอื่นๆหรืออยู่กับเพื่อนฝูง ผู้ใหญ่คนจะทำตัวเองให้เล็กมากๆ แต่ตอนอยู่กับเราเขาทำตัวเป็นยักษ์เป็นมาร
พอคบกันอยู่ด้วยกันมา เราทำประกันชีวิต แม้กระทั่งผู้รับผลประโยชน์เราใส่ชื่อแม่แล้วก็มีชื่อเขาติดไว้ด้วยนะคะ เพราะเราคิดว่าไหนๆก็ร่าจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เรารักเขาก็มอบส่วนนี้ให้เขา ทำ3ฉบับก็มีชื่อเขาทั้ง3ฉบับ แต่ในส่วนของเขากลับไม่มีชื่อเรา คืออะไรคะ??? ไม่เป็นไรเราไม่ซีเรียสเรื่องประเภทนี้เท่าไร ใครตายก่อนใครก็แค่นั้น
จนเราเริ่มกลับมาถามคำถามเหมือนหลายปีก่อนว่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน ก็ได้คำตอบเดิมเหมือนอ่านสคริปว่า "ยังไม่พร้อม รอบวช รอมีเงิน" เราก็ใจแป้วไประยะหนึ่ง ก็ยังบอกตัวเองว่า "รอได้" 2-3ปี รอได้ 4-5ปีก็ยังรอได้ ถามเรื่องอยากมีลูกเขาก็บอกว่า ยังไม่อยากมี ไม่มีคนเลี้ยงให้ เป็นอย่างนี้มาตลอดรวมถึงเรื่องการทำงานและอารมณ์ด้วย เรื่องอารมณ์ก็มีเบาๆลงคิดว่าเขาคงโตมากขึ้น มีความคิดมากขึ้นมั้งถึงเบาๆลง แต่ก็มีเหวี่ยง วรน อยู่ประจำแต่ไม่รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน ก็ทนกันไปค่ะ
เราทำงานกับเขาเราได้เงินเดือนนะคะ เดือนละ10,000บาท ช่วยขายของ ทำบัญชี สั่งของ งานบ้าน งานร้าน ฯลฯ เราไม่เคยขอเพิ่มเลย เว้นแต่เขาอยากจะให้ ไปกินข้าวเขาก็จ่าย เราจ่ายบ้าง บ้าน รถ เขาก็รับผิดชอบการจ่ายได้ดีค่ะ บางครั้งซื้อของก็มีเหมือนกัน แต่เขาไม่เคยถามว่าแม่เรามีเงินไหม ใช้จ่ายพอไหม แม่สบายดีไหม โรคประจำตัวหมอนัดหรือเปล่า ฯลฯเกี่ยวกับที่บ้านเราเขาไม่เคยไถ่ถามค่ะ แต่กับแม่เขาเราถาม เราโทร เราไลน์ถามตามประสาลูกหลาน
เรายอมรับค่ะว่าเราไม่มีเงินเก็บ เงิน1หมื่นที่เขาให้ เราก็ให้แม่ส่วนหนึ่ง จ่ายค่าประกันส่วนหนึ่ง เงินกยศส่วนหนึ่ง เหลือส่วนตัวก็ไม่กี่พัน เป็นแบบนี้จริงๆ บางเดือนก็ไม่พอ แต่เราก็ไม่ขอเพิ่ม ประหยัดส่วนไหนได้เราก็ทำ
พอมาช่วงหลังๆนี้เราเริ่มรู้ตัวว่าเราเริ่มแก่ จะหลอกถามเรื่องอยากมีลูกบ่อยมากขึ้น ก็ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ ก็บอกมาว่า ไม่พร้อมๆๆๆ ทั้งๆที่ธุรกิจของเขาก็ไปได้ดี แต่ก็บอกว่ายังไม่พร้อมคืออะไร คำถามนี้เริ่มวนเวียนอยู่ในสมองมากขึ้นๆๆ ตอนนี้อายุ32ค่ะ เขาก็อายุเกือบ40 เงินเก็บเขามีค่ะ คิดว่ามีเยอะประมาณหนึ่งด้วย แต่ก็ยังบอกว่า "ไม่พร้อม" จนไม่กี่วันมานี้เราตัดสินใจถามเขา คุยกับเขาจริงจังมาก จนเป็นเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตพอควร แม่ก็ถามมาตลอดว่า เมื่อไหร่จะมีลูก คนแถวบ้านก็ถามแบบนี้ จนนับไม่ไหวแล้วว่าคำถามแบบนี้ ถามมากี่คนแล้ว เราเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับหลายๆสิ่ง เหนื่อยกับการที่ต้องรอไปเรื่อยๆแบบนี้แล้ว อีกอย่างเราไม่มีเงินเก็บนะคะ แล้วถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าเราแก่ตัวมาเราจะทำยังไง เงินไม่มี ลูกไม่มี ถ้าวันไหนเขาเบื่อเราแล้วเราจะทำยังไง ก็คงกลายเป็นอีแก่เร่ร่อน ถูกทอดทิ้งอย่างนั้นเหรอ เลยตัดสินใจว่า เราไม่รอแล้ว เราไม่อยากรออย่างไร้จุดหมาย สู้เราต่อสู้เองหาเงินเอง ใช้ชีวิตเองดีกว่าไหม เผื่อเราได้เจอคนที่พร้อมและดีกว่านี้หรือเปล่า ตอนนี้แยกกันอยู่ค่ะตั้งแต่วันที่ทะเลาะกัน เพราะเราบอกเขาเลยว่าเราไม่ไหวแล้ว ขอถอยมาคิดก่อนว่าจะเอายังไงต่อ ถ้าเขาไม่พร้อมเราก็ไม่รอ เราเริ่มหางานทำค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้งาน อยากถามหลายๆคนว่า เจอสถานการณ์นี้ควรทำยังไง รอต่อไป ช่วยเขาทำงานต่อไป หรือตัดสินใจแยกตัวเองออกมาดีคะ ตอนนี้สับสนเคว้งคว้างมาก จะเดินหน้าหรืออยู่แบบเดิมไปก่อน รบกวนขอความเห็นหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากๆนะคะที่อ่านเรื่องราวจนจบ เรื่องราวยาวมา (นี่ย่อแล้วนะคะ)ขอความเห็นหน่อยนะคะ เจ้าของกระทู้อาจจะเจอทางออก 🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻