เป็นปัญหายืดเยื้อมานานการพิจารณาตรวจสอบเงินนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน จากการให้บริการในระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz (ช่วงเยียวยา)
หลังจากนำเสนอผลการตรวจสอบเงินนำส่งรายได้แผ่นดินที่ศึกษาโดยคณะทำงานตรวจสอบเงินนำส่งรายได้ (ยังไม่หักค่าใช้โครงข่ายที่ต้องชำระให้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด) ที่บริษัท ทรู มูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด หรือ ดีพีซี ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ต้องนำส่งรายได้ทั้งหมดตลอดช่วงประกาศมาตรการเยียวยา ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2556
ล่าสุดในที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติเห็นชอบส่งข้อมูลให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ช่วยตรวจสอบจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็น รายได้แผ่นดินในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ ในช่วงที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องตามมาตรการเยียวยา ภายหลัง สิ้นสุดสัญญาสัมปทานของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา สตง.ทำหนังสือให้บอร์ด กทค.เร่งรัดดำเนินการภายหลังดำเนินงาน ล่าช้ามากว่า 3 ปี แต่บอร์ด กทค. ตอบกลับ สตง.ไปว่า ไม่สามารถเร่งรัดการพิจารณาให้แล้วเสร็จในเร็ววันได้
สตง.จึงแจ้ง กทค.มาเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าจะขอตั้งคณะทำงานโดยเฉพาะขึ้นมาพิจารณาในเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้กสทช.นำส่งข้อมูลต่างๆ ให้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ระบุว่าการที่ สตง.เข้ามาตั้งทีมตรวจสอบ ในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ในการทำงาน
"บอร์ด กทค.ทุกคนดีใจที่สตง.เข้ามาช่วยตรวจสอบ เพราะเดิมที่ล่าช้าเพราะบอร์ดเองไม่กล้าลงมติรับรองตัวเลขที่จะให้ทางผู้ประกอบการจ่าย เนื่องจากกลัวว่าเมื่อลงมติ ไปแล้วจะโดนฟ้องกลับ" นายฐากรกล่าว
เช่นเดียวกับจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิร์ตซ์ ช่วงที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องตามมาตรการเยียวยา ภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส
ทางบอร์ด กทค.มีมติให้เอไอเอสนำส่งรายละเอียดกลับมายังบอร์ด กทค.ใหม่อีกครั้ง ภายหลังบอร์ด กทค.มีมติไม่รับคำอุทธรณ์ของเอไอเอส
คาดจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินจากการ ใช้งานคลื่นความถี่ตามมาตรการเยียวยาบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิร์ตซ์ จะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน
กสทช.มองว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ สตง.เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ เนื่องจาก สตง.เป็นหน่วยงานตรวจสอบของรัฐ ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งราชการและเอกชน ซึ่งวิธีการนี้ ถือเป็นแนวทางใหม่ในการตรวจสอบเพื่อพิจารณาหารายได้ ที่แท้จริงเข้ารัฐ
คาดว่าเมื่อได้ข้อยุติแล้วทุกฝ่ายจะยอมรับการทำงานของ สตง.
ที่มา :
http://daily.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFkyOHpNREU0TURNMk1BPT0=§ionid=TURNd05RPT0=&day=TWpBeE55MHdNeTB4T0E9PQ==
กสทช.ส่งไม้ต่อ "สตง." เดินหน้า เก็บสัมปทานค่ายมือถือ-ช่วง "เยียวยา"
หลังจากนำเสนอผลการตรวจสอบเงินนำส่งรายได้แผ่นดินที่ศึกษาโดยคณะทำงานตรวจสอบเงินนำส่งรายได้ (ยังไม่หักค่าใช้โครงข่ายที่ต้องชำระให้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด) ที่บริษัท ทรู มูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด หรือ ดีพีซี ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ต้องนำส่งรายได้ทั้งหมดตลอดช่วงประกาศมาตรการเยียวยา ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2556
ล่าสุดในที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติเห็นชอบส่งข้อมูลให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ช่วยตรวจสอบจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็น รายได้แผ่นดินในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ ในช่วงที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องตามมาตรการเยียวยา ภายหลัง สิ้นสุดสัญญาสัมปทานของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา สตง.ทำหนังสือให้บอร์ด กทค.เร่งรัดดำเนินการภายหลังดำเนินงาน ล่าช้ามากว่า 3 ปี แต่บอร์ด กทค. ตอบกลับ สตง.ไปว่า ไม่สามารถเร่งรัดการพิจารณาให้แล้วเสร็จในเร็ววันได้
สตง.จึงแจ้ง กทค.มาเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าจะขอตั้งคณะทำงานโดยเฉพาะขึ้นมาพิจารณาในเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้กสทช.นำส่งข้อมูลต่างๆ ให้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ระบุว่าการที่ สตง.เข้ามาตั้งทีมตรวจสอบ ในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ในการทำงาน
"บอร์ด กทค.ทุกคนดีใจที่สตง.เข้ามาช่วยตรวจสอบ เพราะเดิมที่ล่าช้าเพราะบอร์ดเองไม่กล้าลงมติรับรองตัวเลขที่จะให้ทางผู้ประกอบการจ่าย เนื่องจากกลัวว่าเมื่อลงมติ ไปแล้วจะโดนฟ้องกลับ" นายฐากรกล่าว
เช่นเดียวกับจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิร์ตซ์ ช่วงที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องตามมาตรการเยียวยา ภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส
ทางบอร์ด กทค.มีมติให้เอไอเอสนำส่งรายละเอียดกลับมายังบอร์ด กทค.ใหม่อีกครั้ง ภายหลังบอร์ด กทค.มีมติไม่รับคำอุทธรณ์ของเอไอเอส
คาดจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินจากการ ใช้งานคลื่นความถี่ตามมาตรการเยียวยาบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิร์ตซ์ จะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน
กสทช.มองว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ สตง.เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ เนื่องจาก สตง.เป็นหน่วยงานตรวจสอบของรัฐ ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งราชการและเอกชน ซึ่งวิธีการนี้ ถือเป็นแนวทางใหม่ในการตรวจสอบเพื่อพิจารณาหารายได้ ที่แท้จริงเข้ารัฐ
คาดว่าเมื่อได้ข้อยุติแล้วทุกฝ่ายจะยอมรับการทำงานของ สตง.
ที่มา : http://daily.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFkyOHpNREU0TURNMk1BPT0=§ionid=TURNd05RPT0=&day=TWpBeE55MHdNeTB4T0E9PQ==