ลูกคนโตของครอบครัวกับความหวังอันยิ่งใหญ่ของพ่อและแม่

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้ที่สองของเราในพันทิป ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ


       ขอแทนตัวเองว่า 'เรา' นะคะ เพราะถ้าแทนว่าดิฉัน มันรู้สึกเขินๆ ยังไงไม่รู้ 555555555 มาเริ่มกันเลยดีกว่า เราเป็นลูกคนโตของครอบครัวหนึ่งค่ะ พ่อกับแม่ไม่มีปัญหาอะไร นานๆ ครั้งที่มันจะเข้ามาให้ปวดหัวเป็นบางครั้งบางครา


    เราอยู่ด้วยกันเหมือนครอบครัวทั่วไปค่ะ มีพ่อมีแม่มีน้องสาว แต่มีเราคนเดียวที่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนไม่มีใคร ความรู้สึกเหมือนขาดความรักจากครอบครัวอ่ะค่ะ  พ่อกับแม่เราเข้มงวดมาก การเรียนต้องดีทำทุกอย่างต้องดีงานบ้านพอถูไถไปได้  แต่เรื่องการเรียนเนี่ยแหละค่ะที่เป็นปัญหากับตัวเราตลอด


     พ่อกับแม่คาดหวังกับเราไว้มาก ลูกต้องเป็นนี่นะ ต้องเป็นนั่นนะ ซึ่งไอ้ที่เขาอยากจะให้ไปก็ไม่พ้นวิศวะไม่ก็หมอเนี่ยแหละค่ะ เขาพยายามบอกเราว่าเป็นวิศวะเท่ห์ดีนะ คุมลูกน้อง เป็นหมอก็เท่ห์นะใส่เสื้อกาวน์อะไรประมาณนี้  ตอนแรกเราก็อยากเป็นวิศวะอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้ตัดใจแล้วไม่อยากเป็นแล้วเพราะเราคิดว่าเราไม่รอดแน่ๆ 5555555555555 ซึ่งตรงนี้เขาก็เข้าใจเราค่ะ ไม่บังคับเราแล้วว่าต่อไปอยากเป็นอะไร แต่ก็มีพูดเปรยๆ บ้างว่าถ้าเราเป็นวิศวะคงเท่ห์น่าดู  แต่เรื่องเกรดกับเรื่องโรงเรียนที่จะไปศึกษาต่อเขาคาดหวังกับเราไว้มากค่ะ มันหนักอึ้งมากสำหรับเรา  ถ้าเกรดตกเขาจะพูดว่า 'เป็นไงล่ะ ไม่สนใจ วันๆ เล่นแต่โทรศัพท์'  แต่ถ้าเกรดดีขึ้นนิดหน่อยเขาจะพูดว่า 'แม่ว่าลูกทำได้ดีกว่านี้นะ' เขาดูเชื่อมั่นในตัวเรามาก มากของมากที่สุด บางทีมันก็ท้อใจท้อกายตัวเองอ่ะค่ะ สิ่งที่เราทำไปมันยังไม่ดีพออีกหรอ ต้องการอะไรอีก แค่นี้มันยังไม่พอใช่ไหม อะไรประมาณนี้  


     วันหนึ่งต้องมีเรื่องมีปากเสียงกันค่ะ ซึ่งเป็นพ่อกับแม่นะที่มีปากเสียงกับเรา  เขาว่าอะไรเราไม่ค่อยตอบกลับไปหรอกค่ะ เหมือนขี้เกียจจะพูดแล้วจะทำไรก็ทำไปเถอะ  แต่ข้อเสียของการไม่พูดก็คือเขาคงคิดว่าเรายอมเขา ฟังเหตุผลของเขา  แต่จริงๆ ไม่เลยค่ะ เราไม่ค่อยเข้าใจกับเหตุผลของเขาสักเท่าไหร่  เช่น  เราบ่นว่าวันนี้ไปเรียนเหนื่อยจัง  เขาก็จะพูดขึ้นมาว่า 'มาทำงานไหมล่ะ เดี๋ยวไปเรียนเอง'  ไม่ก็  'ไม่ต้องเรียนหรอก ออกมาช่วยกันหาเงินเนี่ยแหละ หาเงินให้ยิ้มเรียนเสียดายเงินปล่าวๆ'  อะไรประมาณนี้  ไอ้เราเป็นคนฟังมันก็ท้ออ่ะค่ะ  ไม่เคยได้รับกำลังใจมากเลย  คำว่าสู้ๆ นะ  ลูกทำได้  ไม่เคยได้ยินจากปากพ่อแม่


     ส่วนน้องสาวเรานางก็พอฉลาดค่ะ นางสนิทกับพ่อแม่ เหมือนเป็นสายเอ็นเตอร์เทนในบ้าน ส่วนเราก็เหมือนลูกสาวคนโตผู้เย็นชาไม่สุงสิงกับใคร 555555555 มันก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เราไม่ค่อยสนิทไม่ค่อยได้พูดคุยกับพ่อแม่ด้วย  พ่อแม่เราไม่คาดหวังกับน้องเราเลยค่ะ  เกรดน้องออกเหมือนนัดกันชม  เก่งมากเลยลูก  แต่พอเป็นเรากลับได้รับความกดดัน โอ้ยยยย พิมพ์ไปก็จะร้องไห้ไป  ฮึบไว้ฮึบบ  อ่ะๆ มาต่อเราจะไม่ดราม่าค่ะเพราะเราเจอดราม่าในเดอะเฟสมาเยอะแล้ว ฮิฮิ  


     ตั้งแต่เด็กจนโตเจ้าของกระทู้โดนกดดันมาตลอด  ตอนประถมสอบได้ที่สี่ของห้อง พ่อกับแม่ก็จะหาเรื่องมาพูดละ ทำไมไม่ได้ที่สอง สู้เขาไม่ได้หรอ  พอเราได้ที่สองก็พูดอีก เนี่ยตอนพ่อยังอายุเท่าเรานะ พ่อสอบได้ที่หนึ่งของห้องตลอด คือเรางงนิดหน่อยแต่ไม่เข้าใจมากๆ ค่ะ เอามาเปรียบเทียบทำไม?  เหมือนกับคำพูดของพ่ออาจจะเป็นแรงจูงใจให้เราขยันเรียน แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย  แต่ก็โชคดีนะคะที่ชีวิตนี้ไม่เคยเจอมนุษย์ป้าข้างบ้านมาคอยเป่าหูแม่ว่าลูกตัวเองดีตัวเองเด่นอะไรประมาณนี้  แต่ถ้ามีก็คงมองหน้ากันไม่ค่อยติดแหละเราว่า 5555555555555555


     อีกเรื่องหนึ่ง คือ เราเป็นวัยรุ่นผู้หญิงคนหนึ่งแหละเนาะ ที่เรียนชั้นมัธยมโรงเรียนสหศึกษา ก้ต้องมีเพื่อนชายบ้างอะไรทำนองนี้  พ่อเราไม่ค่อยมีปัญหากับเรื่องแฟนสักเท่าไหร่ค่ะ เหมือนไม่ค่อยอยากจะยุ่งแค่คอยสอนคอยบอกเราว่าอะไรควรไม่ควร ซึ่งเราก็เอาไปคิดไปใช้ตลอด  แต่แม่เราเหมือนรับไม่ได้กับการที่เรามีแฟน  ลูกต้องเรียนจบก่อนสิแฟนน่ะค่อยมีก็ได้  ถ้าลูกเรียนจบมีงานทำนะผู้ชายเข้ามาตรึม  แต่เรายังไม่ถึงช่วงเวลานั้นไงคะ  ก็ยังเป็นวัยรุ่นที่มีสังคมคนละอย่างกับพ่อแม่  เรื่องแฟนทำให้เราหนักใจหน่อยนึงค่ะ  แม่เราไม่ค่อยยอมให้เราไปเที่ยวกับแฟน  มีแฟนมาแล้วหลายคนแต่นานทีปีหนที่จะได้ไปเที่ยว  ละที่ไปเที่ยวนี่คือไม่บอกแม่นะคะแอบเขาไป  (รู้สึกเกลียดตัวเองก็ตอนนี้)  และเขาก็จับได้ตลอดเพราะเรากลับบ้านเย็น  ปิดเทอมงี้ก็ไม่ได้เจอกันหรอกค่ะ  แฟนไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่  ส่วนเราอยู่บ้านอยากออกไปไหนก็ต้องไปกับพ่อแม่  จนมันเป็นนิสัยขี้เกียจออกไปข้างนอก  ติดบ้านอะไรประมาณนี้  เราอยากให้แม่เข้าใจเราค่ะ  แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่เขาจะเข้าใจเราก็คงอาจจะเป็นตอนที่เราเรียนจบ แต่งงานมีลูกแล้วก็ได้ 5555555555555


     เอาล่ะค่ะ พอแค่นี้แหละเนาะ กระทู้นี้ก็เหมือนหาคำปรึกษาและก็เหมือนมาระบายให้ชาวพันกระติบได้ฟังกัน ตอนนี้เราไม่หวังอะไรแล้วล่ะค่ะ เขาจะเข้าใจไม่เข้าใจเรายังไง เราไม่สนแล้ว แคร์แต่ตัวเองแล้วตอนนี้  แต่บางทีพ่อแม่อาจจะเข้มงวดกับเราไปตลอดเลยก็ได้มั้ง 55555555

     ไว้มีเรื่องอะไรจะมาเล่าสู่กันฟังใหม่นะคะ  แล้วเราจะมาพบกันใหม่ สวัสดีค่า ยิ้ม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่