สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรานะคะ รู้สึกประหม่าแปลกๆนิดนึง ไม่เคยคิดว่าจะมาตั้งกระทู้แนวนี้สักเท่าไหร่ สาเหตุที่ลองตั้ง เพราะอยากจะฟังความเห็นของท่านอื่นๆบ้างในวงกว้างค่ะ
เราเคยมีแฟนค่ะ คบกันมาเกือบ 6 ปีตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย เรียนที่เดียวกันค่ะ แต่พอทำงานปีแรก ก็เริ่มห่างๆกันไป ตัวเราเองด้วยก็เป็นส่วนหลักๆ เราติดงาน ติดเพื่อน คือเป็นแนวไปไหนไปกัน ไม่ว่าจะกับเพื่อนพี่ที่ทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องนี้นะคะ เราก็เป็นผญแนวแมนๆ ลุยๆ ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันรุนแรงเลย แม้กระทั่งเรื่องผู้หญิงก็ไม่มี จนวันนึงก็มีเหตุให้เลิกรากันไป ถือว่าเลิกกันด้วยดีค่ะ มีเสียใจบ้าง แต่ทำใจได้ไว เพราะมีเพื่อนเยอะ สาเหตุก็คือความอิ่มตัวและความเปลี่ยนไปของเราทั้งคู่
เลิกกันไปได้สักพัก เป็นฝ่ายเค้าที่ยังติดต่อมา ถามไถ่สารทุกสุขดิบ และยังคอยเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง ผ่านไปอีกสักพักใหญ่ๆมากๆ ก็มาบอกว่า เค้าเริ่มคุยกับผู้หญิงอีกคนนึง เราก็รับฟัง จำไม่ได้ว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง จนวันที่เค้าคบกัน เราก็ตัดสินใจที่จะขาดกันติดต่อทุกช่องทาง ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อเป็นการปกป้องความรู้สึกตัวเองด้วย แต่มองถึงความถูกต้องว่า ไม่ว่าผู้หญิงที่ไหน แสนดีมาจากไหน ก็ไม่ค่อยอยากให้ตัวเองติดต่อกับแฟนเก่าหรอก เราตระหนักดีว่าถ้าเราอยู่เฉยๆ แล้วรอให้เค้าหายไปเองคงยาก เราเลยทำเอง ซึ่งมันก็ดีจริงๆนะคะ การไม่รับรู้หรือเห็นอะไรเลย ชีวิตแฮปปี้ดีค่ะ บ้าบอคอแตก เที่ยวแหลกมาก
ผ่านมาปีกว่าๆ มีเหตุให้ต้องเจอกันในงานๆหนึ่ง เค้าไปงานทั้งๆที่รู่ว่าจะต้องเจอเรา และเราอาจอึดอัด แต่สุดท้ายก็เจอ ยิ้มให้กัน พูดคุยกัน ใจเต้นบ้าง แต่ผ่านวันนั้นไปก็ไม่ได้อะไร เค้าเองก็ยังมีแฟน
ถัดจากนั้นไม่นาน เรามีโอกาสได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ 6 เดือน (แต่อยู่เที่ยวต่อเดือนนึง) เลยตัดขาดจากทุกอย่าง ก็ยิ่งแฮปปี้ไปใหญ่ เหมือนเจองานใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ พอใกล้กำหนดกลับ ซึ่งเรามีกำหนดไปงานบวชของเพื่อน และมารู้วันอันใกล้แล้วว่า เค้าก็ไปงานนี้
งานพิธีบวชนาคตอนเช้าก็เจอกันค่ะ แต่ไม่ได้คุยกัน แต่บรรยากาศมันแปลกๆไปหมด กลัวเพื่อนอึดอัด (ซึ่งจริงๆไม่มีอะไรเลย) ก็เลยคุยกัน ตอนนั้นเอง เราคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกเว้ย กลัวอะไรวะ (นี่คิดในใจ ฮ่าๆ) คุยไปคุยมาถึงรู้ว่าเค้ากับแฟนเลิกกันแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นเราขอไม่เอ่ยถึงเพราะเป็นเรื่องของเค้าสองคน เราเองพยายามรักษาระยะห่าง คืออารมณ์ว่า เราไม่ได้พูดอะไรออกไป ว่าคุณอย่ามายุ่งกับชั้นอย่างงั้นอย่างงี้
เรากลับมาอยู่ไทยได้เดือนกว่าๆ ก็กลับไปทำโปรเจคงานที่ต่างประเทศต่อ รอบนี้ไปเกือบปีค่ะ แต่จากวันนั้น จนวันนี้ ก็ยังติดต่อกันอยู่ทุกวัน มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จริงๆเราเป็นคนเด็ดขาดมาก แต่กับเรื่องนี้ เรากลับไม่เด็ดขาดเลย เราเองเหนื่อยอย่างมากที่ต้องพยายามรักษาระยะ บางทีก็สุข บางทีก็ทุกข์ แรกๆเราพยายามใจเย็น แต่ความใจเย็นและความนิ่งของเราถูกเอาไปใช้ในทางที่ไม่ค่อยดี เหมือนพอใจดีมากๆ ใครจะทำอะไรก็ได้ หลังๆมาเลยพูดว่าไม่ชอบอะไร ซึ่งเค้าก็ไม่ทำ หรือไม่ก็ลดการกระทำนั้นลง มันไม่มีอะไรหวือหวาค่ะ เราคุยกันเรื่อยๆ ปรึกษากัน บอกกล่าวกันว่าใครทำอะไร
ที่เราตั้งกระทู้นี่เราก็ไม่รู้ว่าเราจะถามคำถามอะไร เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันสุขขนาดไหน หรือทุกข์ขนาดไหน อย่างเดียวที่บอกได้ตอนนี้คือเราเข็ดกับความรักมาก มันขยาดไปหมด เราเองก็ไม่ใช่สไตลผู้หญิงในอุดมคติเค้าเลย ถ้าเค้าชอบขาว เราคงเป็นดำ เรียกได้ว่าแทบไม่มี grey space เลย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้ายังอยู่ บางทีก็อยากทำตัวให้เค้าเกลียดไปเลย จะได้จบๆ แต่นี่รู้จักกันมาจะสิบปีแล้วค่ะ ท่าทางจะออกจากชีวิตกันยาก (หรือเราคิดไปเองก็ไม่รู้)
เราเองก็เคยถามเค้าว่าเราไปทำอะไรให้เค้านักหนา หรือเค้าเกลียดอะไรเรานักหนา ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ เราเลยนึกถึงคำว่าเจ้ากรรมนายเวรนี่ล่ะค่ะ
หากอ่านแล้ว งง ว่าถามอะไรวะ หรือ จะเอาอะไรจากพวกชั้น เราก็ขอโทษด้วยนะคะ 555 คือมันแค่อยากระบาย
เจ้ากรรมนายเวร ในรูปแบบของแฟนเก่า
เราเคยมีแฟนค่ะ คบกันมาเกือบ 6 ปีตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย เรียนที่เดียวกันค่ะ แต่พอทำงานปีแรก ก็เริ่มห่างๆกันไป ตัวเราเองด้วยก็เป็นส่วนหลักๆ เราติดงาน ติดเพื่อน คือเป็นแนวไปไหนไปกัน ไม่ว่าจะกับเพื่อนพี่ที่ทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องนี้นะคะ เราก็เป็นผญแนวแมนๆ ลุยๆ ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันรุนแรงเลย แม้กระทั่งเรื่องผู้หญิงก็ไม่มี จนวันนึงก็มีเหตุให้เลิกรากันไป ถือว่าเลิกกันด้วยดีค่ะ มีเสียใจบ้าง แต่ทำใจได้ไว เพราะมีเพื่อนเยอะ สาเหตุก็คือความอิ่มตัวและความเปลี่ยนไปของเราทั้งคู่
เลิกกันไปได้สักพัก เป็นฝ่ายเค้าที่ยังติดต่อมา ถามไถ่สารทุกสุขดิบ และยังคอยเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง ผ่านไปอีกสักพักใหญ่ๆมากๆ ก็มาบอกว่า เค้าเริ่มคุยกับผู้หญิงอีกคนนึง เราก็รับฟัง จำไม่ได้ว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง จนวันที่เค้าคบกัน เราก็ตัดสินใจที่จะขาดกันติดต่อทุกช่องทาง ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อเป็นการปกป้องความรู้สึกตัวเองด้วย แต่มองถึงความถูกต้องว่า ไม่ว่าผู้หญิงที่ไหน แสนดีมาจากไหน ก็ไม่ค่อยอยากให้ตัวเองติดต่อกับแฟนเก่าหรอก เราตระหนักดีว่าถ้าเราอยู่เฉยๆ แล้วรอให้เค้าหายไปเองคงยาก เราเลยทำเอง ซึ่งมันก็ดีจริงๆนะคะ การไม่รับรู้หรือเห็นอะไรเลย ชีวิตแฮปปี้ดีค่ะ บ้าบอคอแตก เที่ยวแหลกมาก
ผ่านมาปีกว่าๆ มีเหตุให้ต้องเจอกันในงานๆหนึ่ง เค้าไปงานทั้งๆที่รู่ว่าจะต้องเจอเรา และเราอาจอึดอัด แต่สุดท้ายก็เจอ ยิ้มให้กัน พูดคุยกัน ใจเต้นบ้าง แต่ผ่านวันนั้นไปก็ไม่ได้อะไร เค้าเองก็ยังมีแฟน
ถัดจากนั้นไม่นาน เรามีโอกาสได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ 6 เดือน (แต่อยู่เที่ยวต่อเดือนนึง) เลยตัดขาดจากทุกอย่าง ก็ยิ่งแฮปปี้ไปใหญ่ เหมือนเจองานใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ พอใกล้กำหนดกลับ ซึ่งเรามีกำหนดไปงานบวชของเพื่อน และมารู้วันอันใกล้แล้วว่า เค้าก็ไปงานนี้
งานพิธีบวชนาคตอนเช้าก็เจอกันค่ะ แต่ไม่ได้คุยกัน แต่บรรยากาศมันแปลกๆไปหมด กลัวเพื่อนอึดอัด (ซึ่งจริงๆไม่มีอะไรเลย) ก็เลยคุยกัน ตอนนั้นเอง เราคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกเว้ย กลัวอะไรวะ (นี่คิดในใจ ฮ่าๆ) คุยไปคุยมาถึงรู้ว่าเค้ากับแฟนเลิกกันแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นเราขอไม่เอ่ยถึงเพราะเป็นเรื่องของเค้าสองคน เราเองพยายามรักษาระยะห่าง คืออารมณ์ว่า เราไม่ได้พูดอะไรออกไป ว่าคุณอย่ามายุ่งกับชั้นอย่างงั้นอย่างงี้
เรากลับมาอยู่ไทยได้เดือนกว่าๆ ก็กลับไปทำโปรเจคงานที่ต่างประเทศต่อ รอบนี้ไปเกือบปีค่ะ แต่จากวันนั้น จนวันนี้ ก็ยังติดต่อกันอยู่ทุกวัน มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จริงๆเราเป็นคนเด็ดขาดมาก แต่กับเรื่องนี้ เรากลับไม่เด็ดขาดเลย เราเองเหนื่อยอย่างมากที่ต้องพยายามรักษาระยะ บางทีก็สุข บางทีก็ทุกข์ แรกๆเราพยายามใจเย็น แต่ความใจเย็นและความนิ่งของเราถูกเอาไปใช้ในทางที่ไม่ค่อยดี เหมือนพอใจดีมากๆ ใครจะทำอะไรก็ได้ หลังๆมาเลยพูดว่าไม่ชอบอะไร ซึ่งเค้าก็ไม่ทำ หรือไม่ก็ลดการกระทำนั้นลง มันไม่มีอะไรหวือหวาค่ะ เราคุยกันเรื่อยๆ ปรึกษากัน บอกกล่าวกันว่าใครทำอะไร
ที่เราตั้งกระทู้นี่เราก็ไม่รู้ว่าเราจะถามคำถามอะไร เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันสุขขนาดไหน หรือทุกข์ขนาดไหน อย่างเดียวที่บอกได้ตอนนี้คือเราเข็ดกับความรักมาก มันขยาดไปหมด เราเองก็ไม่ใช่สไตลผู้หญิงในอุดมคติเค้าเลย ถ้าเค้าชอบขาว เราคงเป็นดำ เรียกได้ว่าแทบไม่มี grey space เลย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้ายังอยู่ บางทีก็อยากทำตัวให้เค้าเกลียดไปเลย จะได้จบๆ แต่นี่รู้จักกันมาจะสิบปีแล้วค่ะ ท่าทางจะออกจากชีวิตกันยาก (หรือเราคิดไปเองก็ไม่รู้)
เราเองก็เคยถามเค้าว่าเราไปทำอะไรให้เค้านักหนา หรือเค้าเกลียดอะไรเรานักหนา ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ เราเลยนึกถึงคำว่าเจ้ากรรมนายเวรนี่ล่ะค่ะ
หากอ่านแล้ว งง ว่าถามอะไรวะ หรือ จะเอาอะไรจากพวกชั้น เราก็ขอโทษด้วยนะคะ 555 คือมันแค่อยากระบาย