สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิปเจ้าค่ะ ใครๆก็เรียกเราว่า ดาวน้อง นี่เป็นกระทู้แรกเรา สนุกไม่สนุกกันยังไง ติชมกันได้นะคะ ไม่อยากเรียกว่าเป็นการรีวิว เรียกว่าแบ่งประสบการณ์ความฮาดีกว่า จริงๆแล้วทริปนี้จะไปทำงานที่ Tokyo uniค่ะ และจากการพลัดพรากของพี่สาวและน้องชายที่ไม่ได้เจอกันปีกว่า ทำให้เราจะไปหาน้องชายที่ Nikko ด้วย เพื่อความหนุกหนานเราก็หนีบแอนเดอะแกงค์ไปอีกคน กลายเป็นทริป 2 สาวโฉดมินิไซส์ (หรา!)ตะลุยจี้ปุ้น บอกก่อนเลย เป็นการไปครั้งแรกของทั้งคู่ ถามว่ารู้ไรบ้าง ไม่เลยจ้า แล้วเป็นการเตรียมตัวที่น้อยมาก เพราะช่วงก่อนไปงานรุมเร้าเป็นผีบ้าด้วยกันทั้งคู่ จริงๆแล้วญี่ปุ่นใครก็ไปกันเยอะแยะ เราก็ได้ข้อมูลจากพันทิปนี่แหละ แต่ที่ไม่เหมือนกันคือความสนุกและสิ่งที่เจอมา เหอะๆๆๆ
วันที่ 1 นาริตะ-Tokyo Uni
เราเดินทางมาถึงสนามบินนาริตะตอนประมาณทุ่มนึงเห็นจะได้ แต่กว่าจะเข้าที่พักมันเลยเวลา check in แน่ๆ เราเลยแจ้งกับทางที่พักไว้ก่อนเพื่อจะได้ไม่รีบร้อนมาก ด้วยความที่ตั้งใจจะมาซื้อ sim internet ที่สนามบินเพื่อนบอกว่าราคาพอๆกัน (แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น ร้องไห้แป๊บบบบบ) กรุณาซื้อมาจากไทยนะคะ หรือถ้าจะซื้อจริงๆซื้อที่สนามบินเลยนะคะ ข้างนอกเค้าไม่ขายแบบซิมนักท่องเที่ยวนะจ๊ะ ด้วยความที่ไม่ค่อยได้เตรียมตัว การเดินทางในโตเกียวเราเลยใช้ pasmo card เพื่อเอาความสะดวกเป็นหลัก หาตู้หยอดกดบัตรเติมเงินออกมาเลย หมดก็เติมค่ะ เหลือก็ไปแลกเงินคืนที่สนามบินขากลับ
เรากับเพื่อนพักที่ Khaosan Tokyo Origami 3 คืน โอเคเลย ชาวต่างชาติพักกันเยอะดี พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี แนะนำเลยค่ะ อยู่ใกล้วัด Sensoji และสถานี Asakusa ค่ะ (ออกตัวแรงก่อนนะ เราเป็นคนถ่ายรูปไม่เป็น ทนดูกันหน่อยนะ)
เอามุมน่ารักๆของโรงแรมมาฝากค่ะ

ปัญหาตอนนี้คือ เรามี internet ใช้ตอนอยู่โรงแรมเท่านั้น แต่สวรรค์โปรด ทางโรงแรมเรามีซิมเหลืออยู่ค่ะ เย้ๆๆๆๆ (รอดตายแล้วตรู) แต่มีอันเดียว แป่ว! 4000 เยนใช้ได้ 2 เดือน (แป๊บบบนะ เรามา 7 วัน) ประเด็นคือเรากับเพื่อนต้องแยกกัน เพื่อนไปเที่ยวก็กลัวหลง เราไปแค่มหาลัย เพื่อนก็เลยชนะเลิศ เราพอดูแผนที่มาก่อนบ้าง แล้วก็อาศัยเดินถามชาวบ้านไปเรื่อยๆ ไม่ได้กลัวหลง แต่หลงแน่อยู่แล้ว
วันแรกเราไป University of Tokyo น้องที่รู้จักบอกว่า เจ้อย่าลืมไปดูต้นแปะก๊วยนะ signature เลย มันจะเหลือง 2 ข้างทางระหว่างทางเดิน สวยมาก แต่พอไปถึงแล้วนั้น โอ้วววววแม่จ้าววววว มันยังเขียวปั๊ดอยู่เลย (เสียใจครั้งที่ 1)

แต่ถึงเวลาต้องไปทำหน้าที่นักเรียนที่ดีก่อน กว่าจะเลิกก็เย็นมืดแล้วไม่ได้เดินสำรวจไรมากนัก เก็บรูปมาได้แค่ช่วงพักเที่ยงเอง
กว่าจะเสร็จภารกิจก็ใกล้ค่ำแล้ว หนาวจุง ระหว่างทางกลับขอแวะลงสถานี Ueno ก่อนแล้วก็เดินเล่นมาถึงตลาด Ameyoko ของขายเยอะมาก ผู้คนวุ่นวายดี แต่ทำไรเราไม่ได้หรอก เราไม่ใช่สายช๊อป เราสายกินจ้ากลับๆๆ

ตุ๊กตานุ้งแมวน่าฟัดมาก สาวกแมวเหมียว

เรากลับมาลงที่สถานี Asakusa เพื่อกลับที่พัก ระว่างเดินก็หลงทิศกลับพี่พักไม่ถูก ทันใดสายตาเหลือบไปเห็น Tokyo sky tree แล้วนั่นมันอุนจิ เอ้ย! ไม่ใช่ ฟองเบียร์ที่เค้าชอบมาถ่ายรูปกัน แต่สภาพขาและรองเท้าส้นสูงที่เดินมาทั้งวันนั้น ก็บอกกับตัวเองว่า เดินไปให้ถึง แล้วพรุ่งนี้ไม่ย้อนมาอีกแล้วนะ ขอนั่งพักขาแป๊บบบ พอไหวแล้วก็เดินไปดูแผนที่หาตำแหน่งวัด Sensoji ให้เจอแล้วเจ้าจะกลับที่พักถูก

ระหว่างทางจากสถานีไปวัดช่วงหัวค่ำจะมีร้านขนม ร้านอาหาร และของที่ระลึกเปิดกันครึ้กครื้นทีเดียว คราวนี้แหละตื่นตาตื่นใจไปหมด อยากกินเกือบทุกร้าน ด้วยความหนาว กินไอติมเลยล่ะกัน (กะว่าเดี๋ยวค่อยออกมาหาไรกินกับเพื่อนอีกที)

พอกลับมาถึง อ่าวเพื่อนตรูยังไม่ถึงอีกเหรอ หยิบมือถือออกมาทันใดนั้น “จิ ช้านหลง นั่งรถไฟผิด” เอิ่มมม เพื่อนตรู เย็นนี้คงไม่ได้กินแล้วปิ้งย่าง แล้วบอกกับตัวเองในใจว่า “เจอกันอีกแล้วอาหารญี่ปุ่น มาม่าคัพ”
[CR] Tokyo-Nikko-Kawaguchiko (Ep. 1 ครั้งแรกกับ Tokyo เกือบต้องพลาดของสำคัญ)
วันที่ 1 นาริตะ-Tokyo Uni
เราเดินทางมาถึงสนามบินนาริตะตอนประมาณทุ่มนึงเห็นจะได้ แต่กว่าจะเข้าที่พักมันเลยเวลา check in แน่ๆ เราเลยแจ้งกับทางที่พักไว้ก่อนเพื่อจะได้ไม่รีบร้อนมาก ด้วยความที่ตั้งใจจะมาซื้อ sim internet ที่สนามบินเพื่อนบอกว่าราคาพอๆกัน (แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น ร้องไห้แป๊บบบบบ) กรุณาซื้อมาจากไทยนะคะ หรือถ้าจะซื้อจริงๆซื้อที่สนามบินเลยนะคะ ข้างนอกเค้าไม่ขายแบบซิมนักท่องเที่ยวนะจ๊ะ ด้วยความที่ไม่ค่อยได้เตรียมตัว การเดินทางในโตเกียวเราเลยใช้ pasmo card เพื่อเอาความสะดวกเป็นหลัก หาตู้หยอดกดบัตรเติมเงินออกมาเลย หมดก็เติมค่ะ เหลือก็ไปแลกเงินคืนที่สนามบินขากลับ
เรากับเพื่อนพักที่ Khaosan Tokyo Origami 3 คืน โอเคเลย ชาวต่างชาติพักกันเยอะดี พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี แนะนำเลยค่ะ อยู่ใกล้วัด Sensoji และสถานี Asakusa ค่ะ (ออกตัวแรงก่อนนะ เราเป็นคนถ่ายรูปไม่เป็น ทนดูกันหน่อยนะ)
เอามุมน่ารักๆของโรงแรมมาฝากค่ะ
ปัญหาตอนนี้คือ เรามี internet ใช้ตอนอยู่โรงแรมเท่านั้น แต่สวรรค์โปรด ทางโรงแรมเรามีซิมเหลืออยู่ค่ะ เย้ๆๆๆๆ (รอดตายแล้วตรู) แต่มีอันเดียว แป่ว! 4000 เยนใช้ได้ 2 เดือน (แป๊บบบนะ เรามา 7 วัน) ประเด็นคือเรากับเพื่อนต้องแยกกัน เพื่อนไปเที่ยวก็กลัวหลง เราไปแค่มหาลัย เพื่อนก็เลยชนะเลิศ เราพอดูแผนที่มาก่อนบ้าง แล้วก็อาศัยเดินถามชาวบ้านไปเรื่อยๆ ไม่ได้กลัวหลง แต่หลงแน่อยู่แล้ว
วันแรกเราไป University of Tokyo น้องที่รู้จักบอกว่า เจ้อย่าลืมไปดูต้นแปะก๊วยนะ signature เลย มันจะเหลือง 2 ข้างทางระหว่างทางเดิน สวยมาก แต่พอไปถึงแล้วนั้น โอ้วววววแม่จ้าววววว มันยังเขียวปั๊ดอยู่เลย (เสียใจครั้งที่ 1)
แต่ถึงเวลาต้องไปทำหน้าที่นักเรียนที่ดีก่อน กว่าจะเลิกก็เย็นมืดแล้วไม่ได้เดินสำรวจไรมากนัก เก็บรูปมาได้แค่ช่วงพักเที่ยงเอง
กว่าจะเสร็จภารกิจก็ใกล้ค่ำแล้ว หนาวจุง ระหว่างทางกลับขอแวะลงสถานี Ueno ก่อนแล้วก็เดินเล่นมาถึงตลาด Ameyoko ของขายเยอะมาก ผู้คนวุ่นวายดี แต่ทำไรเราไม่ได้หรอก เราไม่ใช่สายช๊อป เราสายกินจ้ากลับๆๆ
ตุ๊กตานุ้งแมวน่าฟัดมาก สาวกแมวเหมียว
เรากลับมาลงที่สถานี Asakusa เพื่อกลับที่พัก ระว่างเดินก็หลงทิศกลับพี่พักไม่ถูก ทันใดสายตาเหลือบไปเห็น Tokyo sky tree แล้วนั่นมันอุนจิ เอ้ย! ไม่ใช่ ฟองเบียร์ที่เค้าชอบมาถ่ายรูปกัน แต่สภาพขาและรองเท้าส้นสูงที่เดินมาทั้งวันนั้น ก็บอกกับตัวเองว่า เดินไปให้ถึง แล้วพรุ่งนี้ไม่ย้อนมาอีกแล้วนะ ขอนั่งพักขาแป๊บบบ พอไหวแล้วก็เดินไปดูแผนที่หาตำแหน่งวัด Sensoji ให้เจอแล้วเจ้าจะกลับที่พักถูก
ระหว่างทางจากสถานีไปวัดช่วงหัวค่ำจะมีร้านขนม ร้านอาหาร และของที่ระลึกเปิดกันครึ้กครื้นทีเดียว คราวนี้แหละตื่นตาตื่นใจไปหมด อยากกินเกือบทุกร้าน ด้วยความหนาว กินไอติมเลยล่ะกัน (กะว่าเดี๋ยวค่อยออกมาหาไรกินกับเพื่อนอีกที)
พอกลับมาถึง อ่าวเพื่อนตรูยังไม่ถึงอีกเหรอ หยิบมือถือออกมาทันใดนั้น “จิ ช้านหลง นั่งรถไฟผิด” เอิ่มมม เพื่อนตรู เย็นนี้คงไม่ได้กินแล้วปิ้งย่าง แล้วบอกกับตัวเองในใจว่า “เจอกันอีกแล้วอาหารญี่ปุ่น มาม่าคัพ”