เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยนำเสนอรายงานการปฏิบัติการพันธกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมือง หรือ “ICCPR” ฉบับที่ 2 เป็นวันที่สอง ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า คณะผู้แทนได้ตอบคำถามเพิ่มเติมจากวันแรก เรื่องร่าง พ.ร.บ. ต่อต้านการทรมานฯ สภาพห้องกักของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเรือนจำ ทัณฑสถาน ความเป็นอิสระของศาลยุติธรรม การเรียกไปพูดคุย (ปรับทัศนคติ) สิทธิในการชุมนุม การบังคับใช้กฎหมาย ระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้กำลัง การอบรมด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯได้สอบถามคำถามเพิ่มให้คณะผู้แทนตอบในเรื่อง
(1) เสรีภาพในการแสดงความเห็น การใช้ มาตรา 112 พ.ร.บ. การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ กฎหมายหมิ่นประมาท
(2) การค้ามนุษย์และการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ประมง
(3) การดูแลผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (ผู้หนีภัยฯ จากเมียนมา โรฮีนจา อุยกูร์) เด็กโยกย้ายถิ่นฐาน การไม่ผลักกลับสู่อันตราย (non refoulement) การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ
(4) สิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและสมัครลงเลือกตั้งของกลุ่มต่างๆ
(5) สิทธิในที่ดิน สิทธิชุมชน สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมืองดั้งเดิม
(6) ร่างรัฐธรรมนูญ และการให้การคุ้มครองคนที่ไม่มีสัญชาติไทย
2. นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้กล่าวในตอนท้าย เพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(HRC )ทราบถึงบริบทการเมืองและสังคมไทยก่อนหน้าเดือนพฤษภาคม 2557 และความพยายามของรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการผลักดันมาตรการและกฎหมายที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงพัฒนาการตามโรดแมปสู่การปรองดอง การปฏิรูป และการเลือกตั้งทั่วไป
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวย้ำความสำคัญของการปฏิบัติ การสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนและการเคารพสิทธิผู้อื่นและกฎหมาย พร้อมแจ้งว่า จะเสนอผลการรายงานครั้งนี้และ ข้อเสนอของคณะกรรมการ HRC (Concluding Observations) ให้ ครม. พิจารณาต่อไป
นายชาญเชาวน์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับบรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยที่มีคำถามมาก หลายประเด็นซับซ้อน และมีเวลาจำกัด คณะผู้แทนจึงให้ส่งคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมให้กับ คณะกรรมการ ฯ ภายใน 48 ชั่วโมงต่อไป
JJNY : ปลัดยธ.นำคณะตอบกก.สิทธิยูเอ็น”โรดแมป-พ.ร.บ.คอมพ์-ความผิดม.112″แจงเป็นลายลักษณ์เพิ่ม
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า คณะผู้แทนได้ตอบคำถามเพิ่มเติมจากวันแรก เรื่องร่าง พ.ร.บ. ต่อต้านการทรมานฯ สภาพห้องกักของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเรือนจำ ทัณฑสถาน ความเป็นอิสระของศาลยุติธรรม การเรียกไปพูดคุย (ปรับทัศนคติ) สิทธิในการชุมนุม การบังคับใช้กฎหมาย ระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้กำลัง การอบรมด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯได้สอบถามคำถามเพิ่มให้คณะผู้แทนตอบในเรื่อง
(1) เสรีภาพในการแสดงความเห็น การใช้ มาตรา 112 พ.ร.บ. การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ กฎหมายหมิ่นประมาท
(2) การค้ามนุษย์และการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ประมง
(3) การดูแลผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (ผู้หนีภัยฯ จากเมียนมา โรฮีนจา อุยกูร์) เด็กโยกย้ายถิ่นฐาน การไม่ผลักกลับสู่อันตราย (non refoulement) การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ
(4) สิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและสมัครลงเลือกตั้งของกลุ่มต่างๆ
(5) สิทธิในที่ดิน สิทธิชุมชน สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมืองดั้งเดิม
(6) ร่างรัฐธรรมนูญ และการให้การคุ้มครองคนที่ไม่มีสัญชาติไทย
2. นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้กล่าวในตอนท้าย เพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(HRC )ทราบถึงบริบทการเมืองและสังคมไทยก่อนหน้าเดือนพฤษภาคม 2557 และความพยายามของรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติในการผลักดันมาตรการและกฎหมายที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงพัฒนาการตามโรดแมปสู่การปรองดอง การปฏิรูป และการเลือกตั้งทั่วไป
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวย้ำความสำคัญของการปฏิบัติ การสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนและการเคารพสิทธิผู้อื่นและกฎหมาย พร้อมแจ้งว่า จะเสนอผลการรายงานครั้งนี้และ ข้อเสนอของคณะกรรมการ HRC (Concluding Observations) ให้ ครม. พิจารณาต่อไป
นายชาญเชาวน์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับบรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยที่มีคำถามมาก หลายประเด็นซับซ้อน และมีเวลาจำกัด คณะผู้แทนจึงให้ส่งคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมให้กับ คณะกรรมการ ฯ ภายใน 48 ชั่วโมงต่อไป