เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นวันว่างของผมกับภรรยาและลูกๆก็ปิดเทอมด้วย ผมจึงไปเบิกเงินมาก้อนนึงเพื่อจะไปพักผ่อนต่างจังหวัดและซื้อโทรศัพท์ให้ลูก
ระหว่างวันก็ได้พาลูกมาดูงานสัตว์และพาไปซื้อโทรศัพท์ ภรรยาและลูกผมทักผมว่าอยากดูเรื่อง คิงคอง จึงขึ้นไปใช้บริการที่โรงหนัง
ได้ดูรอบ 18.30 น. ก็ดูไปตามปกติครับแต่พอหนังจบ ผมให้ภรรยานับเงินว่าเหลือเท่าไร เพราะ พรุ่งนี้ต้องไปเช็คสภาพรถแล้วอีกวันจะไปต่างจังหวัด
แต่ตอนนี้คือเงินหาย ผมกับภรรยาก็หากันได้สักพัก มีน้องพนักงานเดินมาหาภรรยาผม น้องพนักงานสวัสดีภรรยาผมและถามว่า ทำอะไรหายเหรอครับ
คือผมกับภรรยาอยากหากันเองมากกว่าครับ ตอนนั้นก็หงุดหงิดด้วยจึงไม่ตอบพนักงาน แต่พนักงานก็ยืนข้างๆผมและถามซ้ำอีกเพื่อตัดปัญหา
เราอยากหากันเองกลัวว่าถ้าพนักงานเจอก่อนจะไม่บอก จึงบอกไปว่าแถวนี้ ( จริงๆแล้วหายอีกแถว ) ผมกับภรรยาก็หากันต่อก็ไม่เจอ
ผมเลยถามน้องพนักงานว่าขอดูกล้องได้มั้ย พนักงานตอบว่าไม่มีครับ ในใจซึ่งผมไม่เชื่อนะ
น้องพนักงานก็พูดขึ้นมาว่าให้เราไปกรอกข้อมูลของที่หายตรงด้านหน้า จะมีพนักงานยืนโฟนอยู่ ( พนักงานพูดยาวครับ )
ใจเราคิดว่าถ้าเราออกไปแล้วพนักงานเจอล่ะ กล้องก็ไม่มี คนนั่งด้านหลังเราเอาไปหรือเปล่าจึงยังไม่ออกไปผมกับภรรยาเลยหาให้ทั่วๆก่อน
ไม่เจอครับคงต้องไปแจ้งความ อารมณ์โมโหหงุดหงิดทุกอย่างแถมน้องพนักงานกลับมาถามอีกรอบ คงเพราะสงสัยว่าทำไมแถวที่พนักงานหา
ผมไม่ลงไปหา ภรรยาผมเลยบอกไปว่าแถวนี้ จากนั้นผมก็เดินขึ้นไปจะไปกรอกประวัติของหายอะไรที่พนักงานเค้าบอกและจะไปแจ้งความ
สักพัก น้องพนักงานเรียกพร้อมชูเงิน 74,000 บาท โล่งละครับ เลยให้พนักงานไป 1,000 บาท แต่น้องเค้าไม่รับเงินครับ
เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เดือนเดียวจะหาได้ครับ เลยอยากจะแชร์เรื่องราวดีดีที่เกิดขึ้นนี้ให้เป็นแบบอย่าง
ก่อนไปได้ถามชื่อน้องพนักงาน ชื่อ การ์ตูน ( รูปร่าง ตัวใหญ่หน่อย ผิวขาว ) ขอให้พระคุ้มครอง โชคดีมีความสุข เจริญก้าวหน้านะครับ
ของหายที่เมเจอร์โรบินสันเชียงใหม่
ระหว่างวันก็ได้พาลูกมาดูงานสัตว์และพาไปซื้อโทรศัพท์ ภรรยาและลูกผมทักผมว่าอยากดูเรื่อง คิงคอง จึงขึ้นไปใช้บริการที่โรงหนัง
ได้ดูรอบ 18.30 น. ก็ดูไปตามปกติครับแต่พอหนังจบ ผมให้ภรรยานับเงินว่าเหลือเท่าไร เพราะ พรุ่งนี้ต้องไปเช็คสภาพรถแล้วอีกวันจะไปต่างจังหวัด
แต่ตอนนี้คือเงินหาย ผมกับภรรยาก็หากันได้สักพัก มีน้องพนักงานเดินมาหาภรรยาผม น้องพนักงานสวัสดีภรรยาผมและถามว่า ทำอะไรหายเหรอครับ
คือผมกับภรรยาอยากหากันเองมากกว่าครับ ตอนนั้นก็หงุดหงิดด้วยจึงไม่ตอบพนักงาน แต่พนักงานก็ยืนข้างๆผมและถามซ้ำอีกเพื่อตัดปัญหา
เราอยากหากันเองกลัวว่าถ้าพนักงานเจอก่อนจะไม่บอก จึงบอกไปว่าแถวนี้ ( จริงๆแล้วหายอีกแถว ) ผมกับภรรยาก็หากันต่อก็ไม่เจอ
ผมเลยถามน้องพนักงานว่าขอดูกล้องได้มั้ย พนักงานตอบว่าไม่มีครับ ในใจซึ่งผมไม่เชื่อนะ
น้องพนักงานก็พูดขึ้นมาว่าให้เราไปกรอกข้อมูลของที่หายตรงด้านหน้า จะมีพนักงานยืนโฟนอยู่ ( พนักงานพูดยาวครับ )
ใจเราคิดว่าถ้าเราออกไปแล้วพนักงานเจอล่ะ กล้องก็ไม่มี คนนั่งด้านหลังเราเอาไปหรือเปล่าจึงยังไม่ออกไปผมกับภรรยาเลยหาให้ทั่วๆก่อน
ไม่เจอครับคงต้องไปแจ้งความ อารมณ์โมโหหงุดหงิดทุกอย่างแถมน้องพนักงานกลับมาถามอีกรอบ คงเพราะสงสัยว่าทำไมแถวที่พนักงานหา
ผมไม่ลงไปหา ภรรยาผมเลยบอกไปว่าแถวนี้ จากนั้นผมก็เดินขึ้นไปจะไปกรอกประวัติของหายอะไรที่พนักงานเค้าบอกและจะไปแจ้งความ
สักพัก น้องพนักงานเรียกพร้อมชูเงิน 74,000 บาท โล่งละครับ เลยให้พนักงานไป 1,000 บาท แต่น้องเค้าไม่รับเงินครับ
เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เดือนเดียวจะหาได้ครับ เลยอยากจะแชร์เรื่องราวดีดีที่เกิดขึ้นนี้ให้เป็นแบบอย่าง
ก่อนไปได้ถามชื่อน้องพนักงาน ชื่อ การ์ตูน ( รูปร่าง ตัวใหญ่หน่อย ผิวขาว ) ขอให้พระคุ้มครอง โชคดีมีความสุข เจริญก้าวหน้านะครับ