ความโลภความอยากได้ของลูกสาวพ่อ

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย จากครอบครัวแฟนเราเองแหล่ะ ขอเกริ่นนำสักนิดน่ะค่ะ พ่อเลี้ยงอายุ 78 ปีและแม่ของแฟนเราอายุ 66 ปี ต่างคนต่างมีลูกติด พ่อมีลูกสาว 3 คนทำงานหมดแล้ว ลูกชาย 1 คน(เสียชีวิตแล้ว) ส่วนแม่แฟนเรามีลูกชาย 2 คน ก็ทำงานหมดแล้ว เรานับถือพ่อและแม่มาก ๆ เพราะท่านช่วยแฟนและเรามาตลอด เราอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับพ่อและแม่ จนกระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว พ่อมีอาการเจ็บหน้าอกและเป็นลมหมดสติไปในระหว่างการไปทำงานพ่อบ้าน ซึ่งตอนนั้นเราทุกคนในบ้านตกใจกันมาก เพราะพ่อดูสุขภาพแข็งแรง ผลการตรวจออกมาว่า พ่อเป็นโรคหัวใจ ต้องเข้าแอดมิท ที่โรงพยาบาลรัฐและต้องทำบอลลูนหัวใจ พ่อใช้สิทธิ์รักษา 30 บาท เมื่อถือเวลาต้องไปทำบอลลูน สรุปว่า พ่อไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเส้นเลือดมันตีบทั้ง 3 เส้น จึงต้องเข้ารับการ"ผ่าตัด" ซึ่งต้องรอคิว ตามระเบียบรัฐ ตรงนี้ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพราะที่บ้านก็ดูแลทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องอาหาร พาไปเที่ยวที่ต่าง ๆ เพื่อทำให้พ่อมีความสุข ไม่อยากให้เครียด
แต่แล้วมาวันหนึ่ง พ่อมีนัดกะหมอ และหมอได้ส่งตัวพ่อมาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เนื่องจากเค้ามีโครงการช่วยเหลือคนไข้อาการรุนแรง แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทางคุณหมอแจ้งว่า มีค่าใช้ประมาณ 5,000 บาท แฟนเราก็เลยพาทั้งพ่อ แม่ และลูกสาวพ่อ ขอเรียกว่า นกหวีด เพราะเสียงนางเนี้ย ระดับ 999 เดซิเบลเลย พ่อก็ทำการตรวจร่างกาย เอ็กซเรย์ เจาะเลือด แล้วก็รอผลตรวจ ฟังผลกะคุณหมอเรียบร้อย คุณหมอก็แจ้งว่า จะโทรไปนัดเพื่อเข้ารับการผ่าตัด
ถึงตอนชำระเงินค่ารักษาน่ะคร้า นางนกหวีด บอกว่าเดี๋ยวจัดการให้เองทุกอย่าง ก็บอกพ่อว่า ค่ารักษาทั้งหมด 7,000 บาท พ่อกะแม่ก็แก่แล้วอ่ะน่ะ เค้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่นึกด้วยว่าจะมีอะไรที่มันจะพิเศษใส่ไข่เพิ่มข้าว แฟนเราก็ไม่คิดอะไรมาก ก็เห็นว่า นางนกหวีด คล่องตัวดีมาก ๆ ช่วยคนแก่ได้เยอะ วันนั้นก็จบไปไม่ได้ติดใจอะไร ใบเสร็จก็ไม่ได้ขอดู
ผ่านไป 1 อาทิตย์ หมอโทรไปแจ้งกะนางนกหวีดว่าให้พ่อเข้าแอดมิทที่ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังได้เลย เราก็เลยติดต่อเพื่อนที่ทำงานโรงพยาบาลแห่งนี้ เพื่อนก็แนะนำว่า ถ้าไม่อยากมีค่าใช้จ่ายให้นอนห้องรวมน่ะ ให้ตากะยายเก็บตังไว้กินตอนแก่กันดีกว่า เราก็โอเคตรงนั้น เราก็เลยคุยกะเพื่อนว่า ปกติเวลาเค้าไปตรวจสุขภาพเนี้ย ค่าใช้จ่ายประมาณกี่บาทอ่ะ เพื่อนเราก็บอกว่า ของพ่อ 4,500 น่ะ รอบที่ผ่านมา เอ้ยยยยยยยย...ไหนนางนกหวีดบอกว่า 7,000 ไง เอ้า ไหงทำกันได้กะพ่อแท้ ๆ ของตัวเองน่ะเนี้ย เราก็โกรธมาก เราบอก แม่ แฟน พี่ชายแฟน พี่สะใภ้ ให้ได้รู้เรื่องราวแต่ไม่ได้บอกพ่อ ทุกคนปิดปากเงียบแต่ทุกคนก็คิดว่าจะขอดูใบเสร็จค่าใช้จ่ายวันนั้น
วันที่ต้องเข้าส่งตัวที่ โรงพยาบาล เราก็ไปกันทั้งบ้านเลย เพราะเริ่มไม่ไว้ใจนางนกหวีดแหล่ะ ท่านผู้ชมค่ะ ซื้อหวยไม่ถูก แต่เดาใจคนถูกคร้า  เพราะตอนเราไปถึง เราได้แจ้งเพื่อนว่าถึงโรงพยาบาลแล้วน่ะ เพื่อนเราบอกว่า เดี๋ยวเรารีบไปแจ้งเลยน่ะว่า นอนห้องรวม  แต่เพื่อนเราขอเช็คให้ก่อนว่ารายละเอียดอะไรยังไง และแล้วเพื่อนเราก็โทรกลับมา แล้วบอกว่า "นางนกหวีดไปแจ้งความจำนงค์ขอห้องพิเศษไว้เรียบร้อยแล้ว" เราเลยปรึกษาเพื่อนจะทำยังไงดี เพราะถ้าได้อยู่ห้องพิเศษ จ่ายประมาณ 50,000 แน่ ๆ แล้วพ่อก็อาจจะช็อคพอเห็นบิลค่าใช้จ่าย เพื่อนก็บอกว่า ให้เราไปแจ้งใหม่ตอนที่พ่อไปวัดความดันเลยว่านอนห้องรวมเพราะไม่อยากมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม มันถึงกะอ้าปากค้าง พอพ่อตรวจวัดความดันเรียบร้อย นางนกหวีดดึงมือพ่อไปคุยกันสองคน แม่เราก็งานดี เดินตามออกไปติด ๆ พ่อเกรงใจแม่ ก็เลยกลับมานั่งเหมือนเดิม
พ่อนอนเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัด 1 คืน รุ่งเช้าเข้าทำงานการผ่าตัด ผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ไม่มีปัญหา พ่อกำลังใจดี จากคนรอบข้าง ไม่นานพ่อคงได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านหล่ะค่ะ

ขอขอบคุณคุณหมอผู้ใจดี และพยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลพ่ออย่างดี จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนไข้อนาถาก็ตาม

เพิ่มเติมนิดหนึ่งเรื่องราวของนกหวีด

พ่อตั้งใจยกบ้านให้ลูกสาว 3 คน อยากให้ในโฉนดมีชื่อทั้ง 3 คน แต่นางนกหวีดไม่ยอมแจ้งพี่สาวอีก 2 คนให้ไปทำการโอนที่ดิน บอกแค่ว่า เอกสารไม่พร้อมทำไม่ได้เงินค่าโอนต้องจ่ายเอง แต่ในวันโอนจริงนางนกหวีดบอกพ่อว่ามีค่าใช้จ่าย 20,000 พ่อก็ไปเบิกเงินให้ พอกลับมาบ้านพ่อและแม่ นางบอกแม่ว่า 22,000 แต่กลับไปบอกพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเองว่า 28,000 ค่าใช้จ่ายในการโอน สุดท้ายโฉนดก็เป็นชื่อของนางนกหวีดคนเดียว

สุดท้ายนี้ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสอง ไม่ว่าช้าหรือเร็ว ยังไงเค้าก็ต้องได้รับกรรมที่ทำกับคนแก่ที่ไม่สบายถึงขั้นต้องผ่าตัดหัวใจ...
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่