เนื่อยจังเลย ผมต้องตื่นทำงานแต่เช้า ลุกก็ไม่อยากลุกสักเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยมีแรง อ่อนล้าต่อการทำงานมาก
ผมก็เคยนั่งคิดนะว่าคนเราจะทำงานให้มันหนักทำไม แต่จะต้องจบลงด้วยการสู้ต่อไปอยู่ดี
ผมออกจากบ้านไปทำงานด้วยรถเมล์ แล้วก็ต่อด้วยรถไฟฟ้า จริงๆเงินเดือนส่วนมากก็ถูกหักไปกับค่าเดินทางแหละนะ
ผมอยู่คนเดียวในหอเล็กๆที่แสนอุดอู้ ก็นะ มันก็ต้องอยู่ให้ได้แหละ ถามว่าท้อไหม ที่ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ ก็เคยรู้สึกว่าท้อเหมือนกันนะ
แต่ทุกๆครั้งที่ท้อ ผมจะมองหน้าเธอคนนั้น คนที่อยู่บนจอใหญ่ๆ จากตึกสูงๆ เธอสวย.. เรียกว่านางฟ้าเลยก็เป็นได้
ผมรู้จักเธอ แน่นอนว่าเธอไม่รู้จักผม
เธอเป็นพิธีกรคู่รายการอ่านข่าวของรายการนึง ผมจะเห็นเธอช่วงประมาณเจ็ดโมงเช้า และผมจะยิ้มให้เธอหนึ่งที ซึ่งเป็นช่วงตอนที่ผมลงรถเมล์ก่อนที่ผมจะขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสถานที่ทำงาน และนี่ก็คือสาเหตุหนึ่งละนะ ที่ทำให้อยากไปทำงานแต่เช้า ซึ่งแน่นอนว่าผมเข้างานตรงเวลา เพราะเธอคนนี้ก็ว่าได้
เธอชื่อ ไอลิน... ครับ มีลักษณะ อ่อนโยน เรียบร้อย ก็คือเป็กเลยแหละ ฮ่าๆๆ
พอๆ ทำงานดีกว่า นี่ก็บ่ายสามโมงแล้วนะ ทำไม เล้งไม่เอา เอกสารมากซักทีวะ จะได้รีบทำ รีบจบ กลับบ้าน
“ไอ้นุ๊ก โมดูลพียูยังสรุปไม่ได้เลยว่ะ ว่าจะอบรมวันไหน เห็นในที่ประชุมกำลังเป็นประเด็นร้อน เรื่องการจองห้องอบรมอยู่”
เล็งพูดพลางทำสีหน้า อ่อนแรง หนักใจ ก็แหงแหละว่า เค้าตกลงกันช้าเมื่อไหร่ เราก็กลับบ้านช้าเมื่อนั้น
“เอาเหอ น่าเดี๋ยวเค้าก็ตกลงกันได้เองแหละ” ผมพูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมงาน แต่ในใจอะเหรอ กูอยากกลับบ้านใจจะขาด
ต่อให้ได้เงินโอก็เหอะ ชีวิตมันก็ไม่ได้อยู่เพื่อเงิน หรอก
จริงๆงานผมช่วงเย็นวันนี้ก็ไม่มีไรมาก แค่เอาเอกสารที่ทางแต่ละโมดูลคอนเฟริมมาสรุปใส่ตารางเวลาแต่นั่นเอง
จากนั้นก็นำเข้าไปเป็นปฏิทินออนไลน์ของบริษัทนั่นแหละ คนในบริษัทจะได้รู้ว่าตัวเองต้องมาอบรมช่วงไหนบ้าง
แต่นี่มันก็เกือบหกโมงแล้วนะยังไม่เสร็จอีกหรอ ผมถอนหายใจยาวๆ พลางควงดินสอบยี่ห้อโปรด ที่ผมจะใช้มันทำงานประจำทุกวัน
ผมนั่งอยู่ในออฟฟิต ที่สลัวๆ ก็นะคนข้างๆ เค้าปิดไฟกลับบ้านกันหมดแล้ว ส่วนไอ้เล้งผมก็อยู่ห้องประชุมอีกตึกหนึ่งเพื่อรอสรุปงาน
“ครือดดด ครือดดด” เสียงโทรศัพท์ของผมที่วางอยู่หน้าโต๊ะก็ดังขึ้น แสงจากโทรศัพท์จ้ามาก แทบทำเอาปรับสายตาไม่ทัน
ผมพยายาม เล็งหาชื่ออยู่นะ แต่ไม่มีชื่อ เบอร์ก็แปลกๆ มีเครื่องหมายบวกอยู่หน้าเบอร์ ชื่อถูกระบุว่า unknow จริงๆผมก็ไม่ได้อยากรับเบอร์แบบนี้เท่าไหร่หรอกนะ แต่ก็จะรับละกัน เพื่อมีมิจฉาชีพโทรมา จะกวนตีนซะให้เข็ด
“สวัสดีครับ นุ๊กพูดครับ”
“ชื่อนุ๊กนี่เอง สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ไอลิน.......”
To Be Continued...
ไอลิน ตอนที่ 1 : unknow
ผมก็เคยนั่งคิดนะว่าคนเราจะทำงานให้มันหนักทำไม แต่จะต้องจบลงด้วยการสู้ต่อไปอยู่ดี
ผมออกจากบ้านไปทำงานด้วยรถเมล์ แล้วก็ต่อด้วยรถไฟฟ้า จริงๆเงินเดือนส่วนมากก็ถูกหักไปกับค่าเดินทางแหละนะ
ผมอยู่คนเดียวในหอเล็กๆที่แสนอุดอู้ ก็นะ มันก็ต้องอยู่ให้ได้แหละ ถามว่าท้อไหม ที่ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ ก็เคยรู้สึกว่าท้อเหมือนกันนะ
แต่ทุกๆครั้งที่ท้อ ผมจะมองหน้าเธอคนนั้น คนที่อยู่บนจอใหญ่ๆ จากตึกสูงๆ เธอสวย.. เรียกว่านางฟ้าเลยก็เป็นได้
ผมรู้จักเธอ แน่นอนว่าเธอไม่รู้จักผม
เธอเป็นพิธีกรคู่รายการอ่านข่าวของรายการนึง ผมจะเห็นเธอช่วงประมาณเจ็ดโมงเช้า และผมจะยิ้มให้เธอหนึ่งที ซึ่งเป็นช่วงตอนที่ผมลงรถเมล์ก่อนที่ผมจะขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสถานที่ทำงาน และนี่ก็คือสาเหตุหนึ่งละนะ ที่ทำให้อยากไปทำงานแต่เช้า ซึ่งแน่นอนว่าผมเข้างานตรงเวลา เพราะเธอคนนี้ก็ว่าได้
เธอชื่อ ไอลิน... ครับ มีลักษณะ อ่อนโยน เรียบร้อย ก็คือเป็กเลยแหละ ฮ่าๆๆ
พอๆ ทำงานดีกว่า นี่ก็บ่ายสามโมงแล้วนะ ทำไม เล้งไม่เอา เอกสารมากซักทีวะ จะได้รีบทำ รีบจบ กลับบ้าน
“ไอ้นุ๊ก โมดูลพียูยังสรุปไม่ได้เลยว่ะ ว่าจะอบรมวันไหน เห็นในที่ประชุมกำลังเป็นประเด็นร้อน เรื่องการจองห้องอบรมอยู่”
เล็งพูดพลางทำสีหน้า อ่อนแรง หนักใจ ก็แหงแหละว่า เค้าตกลงกันช้าเมื่อไหร่ เราก็กลับบ้านช้าเมื่อนั้น
“เอาเหอ น่าเดี๋ยวเค้าก็ตกลงกันได้เองแหละ” ผมพูดให้กำลังใจเพื่อนร่วมงาน แต่ในใจอะเหรอ กูอยากกลับบ้านใจจะขาด
ต่อให้ได้เงินโอก็เหอะ ชีวิตมันก็ไม่ได้อยู่เพื่อเงิน หรอก
จริงๆงานผมช่วงเย็นวันนี้ก็ไม่มีไรมาก แค่เอาเอกสารที่ทางแต่ละโมดูลคอนเฟริมมาสรุปใส่ตารางเวลาแต่นั่นเอง
จากนั้นก็นำเข้าไปเป็นปฏิทินออนไลน์ของบริษัทนั่นแหละ คนในบริษัทจะได้รู้ว่าตัวเองต้องมาอบรมช่วงไหนบ้าง
แต่นี่มันก็เกือบหกโมงแล้วนะยังไม่เสร็จอีกหรอ ผมถอนหายใจยาวๆ พลางควงดินสอบยี่ห้อโปรด ที่ผมจะใช้มันทำงานประจำทุกวัน
ผมนั่งอยู่ในออฟฟิต ที่สลัวๆ ก็นะคนข้างๆ เค้าปิดไฟกลับบ้านกันหมดแล้ว ส่วนไอ้เล้งผมก็อยู่ห้องประชุมอีกตึกหนึ่งเพื่อรอสรุปงาน
“ครือดดด ครือดดด” เสียงโทรศัพท์ของผมที่วางอยู่หน้าโต๊ะก็ดังขึ้น แสงจากโทรศัพท์จ้ามาก แทบทำเอาปรับสายตาไม่ทัน
ผมพยายาม เล็งหาชื่ออยู่นะ แต่ไม่มีชื่อ เบอร์ก็แปลกๆ มีเครื่องหมายบวกอยู่หน้าเบอร์ ชื่อถูกระบุว่า unknow จริงๆผมก็ไม่ได้อยากรับเบอร์แบบนี้เท่าไหร่หรอกนะ แต่ก็จะรับละกัน เพื่อมีมิจฉาชีพโทรมา จะกวนตีนซะให้เข็ด
“สวัสดีครับ นุ๊กพูดครับ”
“ชื่อนุ๊กนี่เอง สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ไอลิน.......”
To Be Continued...