อยากทำงานหาเงินหาเป้าหมายชีวิตก่อนเข้ามหาลัย มันผิดเหรอ?

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ คือน้องอยากมาเล่า
ไม่เชิงขอคำปรึกษาแต่แค่ต้องการระบายความคิด ต้องขออภัยถ้าพิมพ์ผิดบ้าง พิมพ์ในมือถือ แป้นเล๊กกกเล็ก

เรื่องมีอยู่ว่า น้องละอายใจในการใช้เงินพ่อแม่ซื้อของที่ต้องการค่ะ ความละอายนี้มีมาตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนระดับ ปวช.1 จนมาปัจจุบันเลยเชียวที่หนักหนาขึ้น
น้องคิดมานานแล้วล่ะว่าถ้าเรียนจบ ปวช.3 จะเวลาสักปีทำงานเก็บเงินให้จริงจัง และจะได้หาเป้าหมายในชีวิตตัวเองด้วย น้องรู้ตัวตั้งแต่เทอมแรกว่าสายที่น้องเรียนไม่ใช่สายที่ต้องการ คิดตรองอยู่หลายรอบจนแน่ใจและมั่นใจ(เป็นอาทิตย์นะกว่าน้องจะกล้าพอ) น้องก็โทรบอกแม่ว่าต้องการจะเปลี่ยนสายการเรียน..

แม่บอกว่าทนอีกนิดนะ

ไม่อยากทำลายความคาดหวังของแม่ค่ะ แม้จะไปถามจากเพื่อนที่ย้ายสายจนแน่ใจว่าไม่ต้องเสียค่าอะไรนอกจากค่าซ่อมวิชาเอกของแผนกที่มีวิชาต่างกัน

สุดท้ายน้องต้องซิ่ว เพราะไม่สามารถทนเรียนได้

เอาวะ ใช้โอกาสนี้ขอแม่อีกสักที เรานั่งจับเข่าคุยกับแม่ว่าอยากใช้เวลาสักปีทำงานอดิเรกของเราให้จริงจังขึ้น นั่นคือการวาดการ์ตูน ดูไร้สาระใช่ไหม? แต่น้องจริงจัง ถามว่ามากแค่ไหน ก็มากขนาดวางพล็อตไว้และหาช่องทางจะได้เงินจากการเขียนนี้แล้วเรียบร้อย

แม่บอกว่า...หาที่เรียนใหม่นะ แม่จะหาให้

ค่อนข้างจุก และอึดอัดใจ แต่ก็ก้มหน้าทำตามแม่บอกไปเพราะสายตาแม่ แม่ดูผิดหวัง และค่อนข้างตั้งความหวังให้เราเรียนจบ
และน้องก็พบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า น้องร้องไห้ทุกวัน อึดอัด และเสียใจกับทุกเวลาที่ตัวเองหยุดเรียน น้องถามตัวเองว่าทำไมทำไม่ได้อย่างคนอื่น ทำไมแค่ไปเรียนถึงทำให้อึดอัดใจนัก บลาๆๆ

ข้ามไป เดี๋ยวยาว เอาเป็นว่ากลับมาปัจจุบัน

น้องกำลังจะเรียนจบปวช.3 แต่น้องคิดว่าอาจจะจบช้ากว่าเพื่อนเพราะน้องมีรายวิชาที่ติดเยอะ (จากช่วงที่เป็นซึมเศร้าหนักๆ และถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย) น้องเลยคิดว่าอาจจะได้ใช้เวลาช่วงนี้ที่ตามเก็บงานทำงานไปด้วย น้องเองไม่ได้มีค่าใช้จ่ายมาก จึงตั้งเป้าไว้ว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเก็บให้ได้สามหมื่นก่อนสิ้นปี(ได้ถึงหมื่นก็ยังดีน้า...) ระหว่างยังหางานก็รับคอมมิชชั่นจากฝรั่งบ้างประปราย น้องก็พูดกับแม่อีกครั้ง

แม่ยังคงถาม... หามหาลัยที่อยากเข้าได้หรือยัง เดี๋ยวไม่ทันนะ

วันที่เราบอกแม่ว่าจะสมัครงาน แม่มีสายตาค่อนข้างช็อคแล้วถามว่า "จะทำงานประจำเหรอ"

สายตานั้นทำให้น้องไม่สามารถบอกแผนในใจออกไป เราตั้งใจจะทำเป็นงานประจำสักปี เราต้องการประสบการณ์บริหารเงินเดือน นอกจากเก็บไว้เพื่อไปหาหมอแล้วก็อยากเก็บไว้เผื่อบ้านมีปัญหาด้วย และจะได้ไม่ต้องขอเงินแม่ซื้อหนังสืออีก

น้องพูดไม่ออก ได้แต่บอกว่าแค่พาร์ทไทม์ แม่ถึงโล่งใจ

แต่น้องก็ยังคงต้องการจะทำงานก่อนเข้ามหาลัย และแม่ก็ยังคาดหวังให้เราเข้ามหาลัยให้เร็วที่สุด น้องเข้าใจนะว่าน้องเสียเวลามาสองปีแล้วจากการซิ่วเรียนจากที่แรก น้องยอมรับน้องมีวุฒิภาวะต่ำกว่าอายุ แต่ไม่ได้แปลว่าน้องจะต้องการให้แม่ชี้นำทางชีวิตตลอดไป ถ้าวันไหนแม่ไม่อยู่กับน้องแล้วน้องจะใช้ชีวิตยังไงอ่ะ?

แต่น้องไม่กล้าหักหลังความคาดหวังของแม่ จึงพยายามหาทางที่จะพบกันครึ่งทาง ตอนนี้น้องจึงคิดว่าอย่างน้อยจนกว่าจะแก้งานครบทุกงานและจบอย่างสมบูรณ์น้องจะทำงานไปด้วย

น้องอยากรู้...การเข้ามหาลัยช้าเป็นเรื่องน่าผิดหวังขนาดนั้นเลยหรือ? การอยากจะมีเงินเก็บ อยากทำงาน อยากหาประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเองมันผิดมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ? แม้กระทั่งตอนจะฝึกงานแม่ยังไม่ค่อยอยากจะปล่อยน้องไปทำงาน

การเข้ามหาลัยก็สำคัญ น้องเองก็ตั้งเป้าต้องการจะเข้า แต่น้องต้องการเวลาอีกนิดก่อนเข้าเพื่อหาสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ เพราะน้องคิดว่า สิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ทำได้ดีนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวกัน น้องเลยอยากหาจุดแข็งตัวเองก่อน โอเคมันก็จะชะลอเวลาให้เข้าเรียนช้าไปอีก แต่ไม่ได้แปลว่าน้องจะไม่ต่อมหาลัย

ถ้าน้องทำตามเป้าน้องจะกลายเป็นลูกที่ทรยศความคาดหวังของแม่ไหม? น้องยอมเป็นเด็กโข่งถ้าน้องได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดี น้องยอมนะถ้าน้องจะได้มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่แม่คิดไม่เหมือนกัน

เรื่องเกิดจากความละอายใจในการใช้เงินพ่อแม่ แต่ตอนนี้น้องละอายใจที่จะหาเงินเองแล้วต้องทำให้แม่ผิดหวัง

...น้องน่าผิดหวังขนาดนั้นเลยเชียว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่