ดิฉันกับแฟนคบกันมาประมาณ9ปีแล้วค่ะ ช่วงปีที่5ที่คบกัน เราคุยเรื่องแต่งงาน และตกลงซื้อบ้านด้วยกันในชื่อดิฉัน(ดิฉันออกเงินดาวน์ประมาณ5แสนบาทและเป็นผู้กู้) แต่แฟนเป็นคนผ่อนค่ะ หลังจากซื้อบ้านไม่นาน ที่บ้านแฟนก็มีปัญหาเรื่องเงิน ทำให้แฟนต้องเอาเงินที่เตรียมไว้จัดงานแต่งมาจัดการตรงนี้ ดิฉันเห็นใจและเข้าใจค่ะ ส่วนแฟนก็ยังคงผ่อนบ้านที่ซื้อตามที่ตกลง
จนผ่านไปอีก1ปี ดิฉันเห็นว่าทุกอย่างเริ่มเข้าที่ เลยถามเรื่องงานแต่ง ขอว่า แค่เลี้ยงพระกับกินข้าวในครอบครัว (ที่บ้านดิฉันไม่ว่าอะไรค่ะ สินสอดไม่เรียก บอกว่าแต่งรพ.สงฆ์ก็ได้) หรือจดทะเบียนเฉยๆก็ได้ (ถ้าไม่อยากจัดงานจริงๆ) แฟนตอบว่า ยังไม่พร้อม อยากจัดงานให้สมเกียรติดิฉันมากกว่า (บ้านเรา2คนไม่ได้ฐานะต่างกันค่ะ ข้าราชการธรรมดาเหมือนกัน) ดิฉันเลยไม่อยากถามอีก เพราะเห็นว่าเค้าตั้งใจทำงานหาเงินจริงๆและยังคงผ่อนบ้านทุกเดือน ตั้งใจว่าจะรอจนเค้าพร้อม
ตอนนี้ซื้อบ้านมา3ปีกว่าแล้ว ได้ไปอยู่บ้างแค่บางเสาร์อาทิตย์ที่ว่างตรงกัน (ยังไม่ได้แต่งงานเลยต้องอยู่บ้านตัวเอง ไม่อยากอยู่ก่อนแต่งค่ะ) แฟนก็ยังดีเหมือนเดิมตลอด เจอกันแทบทุกวันหลังเลิกงาน แต่แค่ทานข้าวเฉยๆ ไม่มีการพูดเรื่องแต่งงานอีก ดิฉันไม่อยากถามแล้ว เพราะเคยออกตัวชวนผู้ชายแต่งไปแล้ว แต่เค้าไม่แต่งด้วย
ที่ผ่านมาดิฉันไม่ได้คิดว่าเค้าทำอะไรไม่ดี ที่บ้านเราก็ไปมาหาสู่กันบ้างประมาณเดือนละครั้ง พ่อแม่ดิฉันและพ่อแม่เค้าเคยถามว่าเมื่อไหร่จะแต่ง เค้าก็ไม่พูดอะไร ดิฉันก็ต้องคอยตอบว่า ไม่รีบบ้าง เปลืองบ้าง ยังอยากกินข้าวฝีมือแม่ทุกวันบ้าง แต่ในใจก็อยากรู้ค่ะ ว่าตกลงจะแต่งมั้ย จนตอนนี้ใครๆก็เลิกถามไปแล้ว นึกเหตุผลไม่ออกค่ะ ว่าทำไมเค้าถึงไม่แต่งซักที ถ้าไม่อยากแต่งงานกับดิฉันก็ควรบอกเลิก ไม่ต้องผ่อนบ้าน ทำตัวเกเรให้ดิฉันรู้สึกอยากเลิกเอง หรืออะไรก็ได้ แต่นี่ไม่เลยค่ะ สัญญาว่าจะดูแลดิฉันไปตลอดชีวิตด้วยซ้ำ
มันมีจริงๆเหรอคะ ผู้ชายที่อยากจัดงานแต่งงานใหญ่ๆ ทั้งๆที่ผู้หญิงไม่ได้ขอให้จัดเลย ไม่เข้าใจค่ะ
เคยอ่านแต่กระทู้ไม่อยากจัดงานแต่งงานใหญ่ๆ แค่เล็กๆพอเป็นพิธี ในนี้มีผู้ชายที่ไม่อยากจัดแค่งานแต่งงานเล็กๆบ้างมั้ยคะ
จนผ่านไปอีก1ปี ดิฉันเห็นว่าทุกอย่างเริ่มเข้าที่ เลยถามเรื่องงานแต่ง ขอว่า แค่เลี้ยงพระกับกินข้าวในครอบครัว (ที่บ้านดิฉันไม่ว่าอะไรค่ะ สินสอดไม่เรียก บอกว่าแต่งรพ.สงฆ์ก็ได้) หรือจดทะเบียนเฉยๆก็ได้ (ถ้าไม่อยากจัดงานจริงๆ) แฟนตอบว่า ยังไม่พร้อม อยากจัดงานให้สมเกียรติดิฉันมากกว่า (บ้านเรา2คนไม่ได้ฐานะต่างกันค่ะ ข้าราชการธรรมดาเหมือนกัน) ดิฉันเลยไม่อยากถามอีก เพราะเห็นว่าเค้าตั้งใจทำงานหาเงินจริงๆและยังคงผ่อนบ้านทุกเดือน ตั้งใจว่าจะรอจนเค้าพร้อม
ตอนนี้ซื้อบ้านมา3ปีกว่าแล้ว ได้ไปอยู่บ้างแค่บางเสาร์อาทิตย์ที่ว่างตรงกัน (ยังไม่ได้แต่งงานเลยต้องอยู่บ้านตัวเอง ไม่อยากอยู่ก่อนแต่งค่ะ) แฟนก็ยังดีเหมือนเดิมตลอด เจอกันแทบทุกวันหลังเลิกงาน แต่แค่ทานข้าวเฉยๆ ไม่มีการพูดเรื่องแต่งงานอีก ดิฉันไม่อยากถามแล้ว เพราะเคยออกตัวชวนผู้ชายแต่งไปแล้ว แต่เค้าไม่แต่งด้วย
ที่ผ่านมาดิฉันไม่ได้คิดว่าเค้าทำอะไรไม่ดี ที่บ้านเราก็ไปมาหาสู่กันบ้างประมาณเดือนละครั้ง พ่อแม่ดิฉันและพ่อแม่เค้าเคยถามว่าเมื่อไหร่จะแต่ง เค้าก็ไม่พูดอะไร ดิฉันก็ต้องคอยตอบว่า ไม่รีบบ้าง เปลืองบ้าง ยังอยากกินข้าวฝีมือแม่ทุกวันบ้าง แต่ในใจก็อยากรู้ค่ะ ว่าตกลงจะแต่งมั้ย จนตอนนี้ใครๆก็เลิกถามไปแล้ว นึกเหตุผลไม่ออกค่ะ ว่าทำไมเค้าถึงไม่แต่งซักที ถ้าไม่อยากแต่งงานกับดิฉันก็ควรบอกเลิก ไม่ต้องผ่อนบ้าน ทำตัวเกเรให้ดิฉันรู้สึกอยากเลิกเอง หรืออะไรก็ได้ แต่นี่ไม่เลยค่ะ สัญญาว่าจะดูแลดิฉันไปตลอดชีวิตด้วยซ้ำ
มันมีจริงๆเหรอคะ ผู้ชายที่อยากจัดงานแต่งงานใหญ่ๆ ทั้งๆที่ผู้หญิงไม่ได้ขอให้จัดเลย ไม่เข้าใจค่ะ