สวัสดีครับ ผมเป็นเด็กมัธยมคนหนึ่ง ผมเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ก่อนอื่นเลยผมต้องบอกเลยผมเป็นเด็กธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้เก่งเกินมนุษย์ทั่วไป มีความรู้แค่พื้นๆ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ผมเข้ามาเรียนมัธยม กิจวัตรของเพื่อนๆในห้องหรือเพื่อนในโครงการอีกห้องนึงก็คือตามอ่านข่าวsocial networkต่างๆ เช่น facebook twitter บ่อยครั้งที่พวกผมจะเห็นข่าวเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทยแล้วนำมาพูดคุยกันในทำนองของวัยพวกผม อาจจะมีคิดเหมือนกันหรือต่างกันบ้าง สังคมในมัธยมทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่ในประถมผมไม่เคยเจอมาก่อนหลายๆเรื่องอย่างที่ว่าแหละว่าร้อยพ่อพันแม่ และสิ่งที่ผมสัมผัสได้จากการเรียนและสิ่งต่างๆ ณ ที่นี้ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องการเรียนที่ผมสามารถสังเกตได้นะครับ อย่างแรกเลยก็คือเรื่องเรียนพิเศษครับ ห้องผมจะแบ่งคนที่เรียนพิเศษกับไม่เรียนพิเศษออกเป็นอย่างละเท่าๆกัน ผมและเพื่อนกลุ่มผมเกือบทั้งหมดอยู่ฝั่งที่เรียนพิเศษ เหตุผลที่เรียนพิเศษน่ะหรอครับ? เพราะครูที่โรงเรียน(ส่วนมาก)ของพวกผมไงครับ สิ่งที่ผมมาเจอมันเหมือนกับโชคร้ายของพวกผม สิ่งที่ผมเจอก็คือ ครูที่เอาแต่นั่งอ่านสไลด์ให้ฟัง ครูที่สั่งแต่งานเด็กแต่ไม่เคยสอนเลย ครูที่สอนเท่าขี้มดแต่เนื้อหาออกสอบครอบคลุม7มหาสมุทร ผมอยากรู้ว่าสิ่งที่ผมมาเจอ มันแฟร์กับพวกผมมั้ยครับ? แต่อีกปัญหานึงก็อาจจะเป็นเพราะพวกผมเองก็ได้ครับ มันอาจจะดูย้อนแย้งกับที่ผมพูดแต่ผมจะยกตัวอย่างเพื่อนๆส่วนมากของผมทำ บางคมก็แอบซ่อนโทรศัพท์ไว้ใต้โต๊ะ บางคนก็ไม่ฟัง บางคนก็ไม่กล้าถามและอันนี้สำคัญครับเวลาครูสั่งการบ้านพวกเราสิ่งที่เพื่อนหลายๆคนของผมพกติดตัวก็คือ"หนังสือคีย์"ของแต่ละวิชาครับ ถามว่าครูรู้มั้ยก็รู้แหละ วิธีทำเป๊ะขนาดนั้นคำที่ใช้ยิ่งกว่าก็อปปี้เสียอีก กลับเข้ามาเรื่องเรียนพิเศษดีกว่า จริงๆแล้วพวกผมที่เรียนพิเศษผมเรียนมาตั้งแต่ประถมแล้วแหละ เพราะอะไรรู้มั้ย? เพราะที่เรียนพิเศษที่ผมเรียนอยู่มันแตกต่างกับที่โรงเรียนโดยสิ้นเชิงอย่างไงล่ะ สิ่งที่ผมทำในที่เรียนพิเศษก็คือนั่งเรียนเหมือนในห้องเลย แต่จะสรุปๆมาให้ แล้วลองทำโจทย์ด้วยกัน จากนั้นแยกกันทำโดยห้ามถามกันหรือแอบดูกัน ทำได้มากที่สุดคือเช็คคำตอบ มันคือวิธีที่ฝึกให้พวกผมได้คิดกว่าที่โรงเรียนครับ และอีกสิ่งที่ได้รับจากที่เรียนพิเศษ(ของผม)ก็คือความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆของผู้สอนครับ ครูผู้สอนผมที่เรียนพิเศษมักจะถามผมกับเพื่อนเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่โรงเรียนเสมอและมักจะให้คำชี้แนะแนวทางต่างๆ ขอเสริมในเรื่องการทำโจทย์นะครับ โจทย์ที่ผมจะอาจจะมีเนื้อหาที่ยากกว่าหนังสือของกระทรวง อาจจะมีการนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องต่างๆหรือให้มีความซับซ้อนขึ้นซึ่งสิ่งนี้ผมไม่เคยได้รับที่โรงเรียนเลยครับ ซึ่งการเรียนพิเศษมันช่วยผมได้มากที่โรงเรียนในช่วงการสอบท้ายบทของวิชานั้นช่วยให้ผมได้คะแนนดีโดยเฉพาะเด็กที่เรียนพิเศษมักจะได้คะแนนดีประมาณที่เต็มถึงผิดไม่เกิดห้าเปอร์เซ็นต์ของข้อสอบ ส่วนเพื่อนผมที่ไม่ได้เรียนก็อาจจะได้คะแนนที่ปานกลางถึง....(ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ)ซึ่งหลังจากสอบสิ่งที่ผมได้รับจากเพื่อนก็คือ "พวก-ึงเก่งก็อย่ามาพูด" "พวก-ึงเรียนเกินเนื้อหากันนี่ ขอโทษนะ-ูไม่ได้รีบ" ประมาณนี้ครับ แต่ผมอยากแฟลชแบ็คไปตอนที่พวกผมกำลังพยายาม ในตอนที่พวกผมกำลังพยายามทำโจทย์ กำลังอ่านหนังสือ กำลังท่องศัพท์ เพื่อน(ส่วนมาก)ของผมใช้เวลาไปกับการเล่นเกมจนไม่ทำการบ้านแล้วต้องรีบมาลองหรือมาปั่นที่โรงเรียนแต่เช้า หรืออาจจะกลับไปนอนเล่นเฉยๆ เล่นโทรศัพท์และบลาๆๆ ถามว่าพวกผมที่เรียนพิเศษได้ทำอะไรแบบนี้บ้างมั้ย ทำครับ ทำแทบทุกอย่างที่กล่าวมาด้วยซ้ำ อ๋ออีกสิ่งหนึ่งที่ผมลืมบอกไปก็คือเพื่อน(ส่วนมาก)ของผมเวลาเห็นโจทย์จะบอกกับคนรอบข้างหรือบอกกับตัวเองว่า"เห้ย ทำไม่ได้อ่ะ ทำไงดีๆๆๆๆ" มันมีสิ่งนึงที่ผมอยากจะย้อนกลับไปถามพวกเค้าว่า"พยายามกันหรือยังล่ะ ลองทำหรือยังล่ะ ถ้ามัวแต่พูดแล้วเมื่อไหร่จะได้ทำล่ะ" ผมอยากจะบอกให้หลายๆคนมีความพยายามมากขึ้นอย่ากลัวในสิ่งที่ทำไม่ได้ ลองทำมันก่อนอย่าพึ่งท้อ ถ้าท้อมันก็ไม่มีทางสำเร็จหรอก พยายามจนสุดความสามารถก่อนสิ ลองดูนะครับ พยายามทำมันให้สุดความสามารถก่อน ในกรณีถัดมานะครับจะไม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้เลยก็คือ"เกรด" เพื่อนของผมหลายๆคนมักจะพูดว่า"พวก-ึงจะเครียดอะไรกันมากวะ เกรดมันแค่ตัวเลข" ก็จริงของมันแหละ แต่รู้มั้ยว่าทำไมพวกผมถึงแคร์เกรดมากๆ เพราะว่าลองดูสมัยนี้สิ เวลาเข้ามหาวิทยาลัย(บางแห่ง)ก็พิจารณาจากเกรด ถามว่าเกรดบ่งชี้อะไรได้บ้างผมตอบได้เลยครับในสมัยก่อนอาจจะบอกว่าบอกความฉลาดแล้วก็ความรับผิดชอบได้ แต่กับสมัยนี้มันไม่ใช่เลย มันวัดได้แค่ความขยันในกางส่งงานเท่านั้น มาตรฐานเกรดของแต่ละโรงเรียนแน่นอนมันไม่เท่ากัน บางโรงเรียนกดเกรดสุดตัวเหมือนกลัวว่าเด็กจะสอบติดโรงเรียนดีๆหรือมหาลัยดีๆ กลัวเด็กจะเรียนจบหรอครับ555 บางที่นี่ก็สปอยล์เกรดเด็กจนได้4.00เกือบทั้งสายชั้น แล้วก็ยังมีคนพูดอีกว่าทำไมต้องเรียนมหาลัยดังๆด้วยล่ะ ลองหันไปมองมหาลัยอื่นๆบ้างดิ อย่าลำเอียง หัวเราะดังๆได้มั้ยกับคำพูดนี้ ก็ตัวพวกคุณเองนั่นแหละที่อยาากเรียนมหาลัยดังๆเอง แล้วก็มาโทษนู่นโทษนี่ว่าตัวเองไม่ผิด โทษว่าข้อสอบยากเกินไปบ้างล่ะ โทษว่าอ่านไม่ตรงบ้างล่ะ แล้วเคยโทษตัวเองบ้างมั้ยครับคุณ ตัวคุณเองไม่เคยอ่านหนังสือ ไม่เคยทำโจทย์ ใช้แต่เวลาตามใจตัวเอง มันคงจะสอบติดง่ายๆหรอก แล้วอีกสิ่งหนึ่งเด็กๆส่วนมากมักจะชอบโทษการศึกษาไทยว่าห่วยแตก สำหรับผมมันก็ห่วยแตกจริงๆแหละ เด็กมักจะบอกว่าผู้ใหญ่ผิดนะๆที่ทำแบบนี้บลาๆๆๆ แล้วเด็กล่ะเคยมองมาที่ตัวพวกเราเองบ้างหรือป่าว เคยคิดมั้ยว่าถ้าตั้งใจเรียนซักนิดขยันเพิ่มซักหน่อยมันจะดีขึ้นกว่าเดิม เคยคิดมั้ยว่าถ้าชั้นแบ่งเวลาเป็นมันจะดีกว่าเดิม ลองคิดดูดีๆนพครับ ตัวคุณรู้เองอยู่แก่ใจ อีกหนึ่งปัจจัยนะครับคือครูครับ ผมอยากให้คุณครูก็ช่วยกรุณาสั่งงานเด็กน้อยๆหน่อย หรือสั่งแค่เฉพาะงานสำคัญๆดีกว่สครับ ถ้าเด็กต้องมาทำงานของคุณครูเกือบทุกวิชาในๆทุกวัน ไหนล่ะครับเวลาอ่านหนังสือ เวลาทำโจทย์ เวลาพักผ่อน เวลาทบทวนบทเรียน เรื่องทั้งหมดนี้นะครับมันไม่มีใครไม่ผิดหรอก ทุกคนผิดหมดครับ เด็กผิดที่ไม่ใส่ใจ ไม่พยายามทำหน้าที่ของตัวเอง ครู(ส่วนหนึ่ง)ผิดที่จัดการเรียนการสอนที่เด็กไม่สนใจ ไม่ดึงดูดให้เด็กอยากเรียน ผูใหญ่ทั้งหลายก็ผิดที่คอยปลูกฝังค่านิยมการเรียนที่ไม่ค่อยดีให้แก่เด็ก หลังจากอ่านกระทู้ของผมซึ่งผมขอเป็นตัวแทนเด็กหลายๆคนที่จะออกมาพูดนะครับ ถ้ายังปล่อยเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ทุกอย่างมันจะยิ่งแย่ลง หลังจากที่อ่านช่วยนำความเห็นของผมไปพิจารณาด้วนะครับ ถ้าคิดว่าตรรกะของผมตรงไหนยังไม่ดีก็สามารถคอมเม้นต์ติชมได้ครับ อย่าลืมนำไปพิจารณาด้วยนะครับ ช่วยเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นเพื่ออะไรหลายๆอย่างที่มันน่าจะดีขึ้นด้วยนะครับ ขอบคุณที่ท่านผู้อ่านอ่านจนจบครับ
ปล.ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเรียนพิเศษนะครับ แค่อยากให้ใช้ความพยายามมากขึ้นในการทำการบ้านหรือการทำโจทย์ครับ เพราะถ้าไม่มีความพยายามตอนนี้ คิดว่าพอจบไปทำงานคุณจะสามารถที่จะปรับตัวกับมันได้แค่นาที สองนาทีเลยหรอครับ?
ปัญหาการเรียนที่สังคมไทยกำลังพบเจอ(ฉบับลมมรสุม)
ปล.ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเรียนพิเศษนะครับ แค่อยากให้ใช้ความพยายามมากขึ้นในการทำการบ้านหรือการทำโจทย์ครับ เพราะถ้าไม่มีความพยายามตอนนี้ คิดว่าพอจบไปทำงานคุณจะสามารถที่จะปรับตัวกับมันได้แค่นาที สองนาทีเลยหรอครับ?