ตอนที่ ๑๓ : คุณอุษา - คุณอนล : เฉลยความในใจ...
ย้ายมาอยู่ปากน้ำโพกันได้นานร่วมเดือน ขนมจีนของป้าผ่องกับจันก็เริ่มขายดีจนชาวบ้านร้านตลาดแถวนี้ติดใจกันใหญ่ เรือนแพของพวกเราหัวกะไดไม่เคยแห้ง ต้องมีเรือพายจอดเทียบคอยกินกันไม่ขาดสาย เสียแต่ว่า..ทั้งป้าทั้งจันมิค่อยเต็มใจให้เธอช่วยทำงานนัก เกรงจะเสื่อมเสียพระเกียรติไปจนหมด เธออดค่อนขอดกับทั้งคู่มิได้ว่าจะให้เธออยู่เฉยๆมิทำการทำงานกระไรเลยหรือ จนเรือนแพนี้แทบจะเป็นที่คุมขังไปเสียแล้ว
บ่ายคล้อย...ขนมจีนหม้อสุดท้ายเพิ่งยกลงจากเตา ลูกค้าชายฉกรรจ์ ๒ คนพายเรือมาเทียบทำทีท่าจะมาซื้อ หากยังมิทันได้สั่ง ก็วางท่านักเลงโตเทกระจาดข้าวของล้มระเนระนาด แถมยังทำร้ายป้าผ่องกับจันที่ร้องเรียกให้เถ้าแก่บุญทันที่อยู่เรือนแพถัดไปมาช่วยอีก
ปัง! เสียงปืนนัดเดียวดังมาจากข้างหลัง จนทุกคนหยุดชะงัก เธอรีบหันกลับไปดู อนล! เขายิงปืนขึ้นฟ้า จนชาย ๒ คนนั้นลนลานรีบพายเรือหนีออกจากเรือนแพของพวกเธออย่างรวดเร็ว ป้าผ่องเห็นอนลเพียงเท่านั้นก็รีบบอกให้เธอไปหลบในห้องเสียก่อน
นี่ถ้าเขาไม่ได้มาคอยเฝ้าดูแลเธออย่างห่างๆจะเป็นอย่างไร โชคยังดีที่เขามีปืนพกมาด้วย การออกมาอยู่หัวเมืองที่มักมีโจรชุกชุมเขาก็ต้องมีเครื่องป้องกันตัวไว้บ้าง ... ทันทีที่เขาพายเรือมากับบ่าวและเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า อนลไม่รีรอที่หยิบปืนขึ้นมายิงขู่ ยังดีที่พวกมันไม่คิดจะต่อสู้และรีบหนีไปก่อนที่เขาจะทำอะไรมันมากกว่านี้ แลเห็นเธอเดินเข้าห้องไปไวไวก็อดเป็นห่วงมิได้
พอเหตุการณ์สงบลง เถ้าแก่กำชับพวกบ่าวไพร่ให้ไปตรวจตราบนเรือนอย่างถี่ถ้วน เขาแอบแปลกใจ...เรือนของเธออยู่กันเพียงผู้หญิง และเพิ่งมาอยู่ใหม่ ไม่น่าจะมีศัตรูที่ไหน..นอกจากคนที่พระนคร เถ้าแก่เลยตั้งข้อสงสัย หรือจะเป็นพวกแม่ค้าขนมจีนในละแวกนี้ที่เห็นป้าผ่องแกขายดีจนลูกค้าหดหาย เลยตามมาหาเรื่องก็อาจเป็นได้...พอจะมีเหตุผล...แต่ไม่น่าจะจริงทั้งหมด อนลคิด...
หลังเหตุการณ์เมื่อครู่...เธอหลบมานั่งพักอยู่ที่ชานหลังเรือนแพ ฝ่าบาท....คำเรียกเธอที่เขาติดปาก หากเธอยังมิยอมรับ อนลนั่นเอง...เขาคงคุยกับเถ้าแก่เสร็จแล้ว ท่าทีนิ่งเฉยของเธอทำให้เขาเรียกเธออีกครั้งว่า ...แม่อุษา..ใช่หรือไม่ ฉันจำได้ว่าป้าผ่องเรียกอย่างนี้ เธอหันกลับไปรับคำเขา...ฉันเป็นห่วงแม่อุษา น้ำเสียงและท่าทีเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจของเขาทำให้เธอต้องเอ่ยขอบคุณเขาอีกครั้ง...ครั้นพอจะเดินหนี...อนลก็เดินมาดักหน้าดักหลังเธอเสีย...จนเธอเผลอชักสีหน้า นี่เขาจะไม่เลิกวอแวกับเธอให้ได้ใช่ไหม
ปากน้ำโพวันนี้สำหรับเขา คือ ดินแดนสวรรค์แน่ทีเดียว เขาเพียงอยากใช้โอกาสในทุกๆวันที่เธอยังมิยอมรับฐานันดรศักดิ์เดิม มาเพื่อพบหน้า เพื่อพูดคุยกับเธออย่างคนธรรมดาสามัญอย่างที่หัวใจเรียกร้อง การได้เจอเธออีกครั้ง เธอเหมือนน้ำฝนที่ทำให้ต้นไม้เหี่ยวเฉาฟื้นคืนชีพหยั่งรากขึ้นมาใหม่
ฉันกับคุณมิเคยรู้จัก ฉันจะไปมีความสลักสำคัญเช่นนั้นได้อย่างไร...เธอตอบเขาอย่างบ่ายเบี่ยง แม้จะรับรู้ทุกความรู้สึกตรงหน้า แต่ชะตาชีวิตของเธอยังมิมีอะไรแน่นอนนัก การเฉไฉไปก่อนคงดีกว่ายอมรับ พอเธอพูดจบ เขากลับขันในสิ่งที่เธอพูดเสียนี่...แถมยังย้อนเธอเสียอีกว่า ชาวบ้านที่ไหนจะเรียกข้าราชการว่า "คุณ" มิใช่ "ใต้เท้า" พูดราวกับเป็นเจ้าเป็นนาย พอเธอตอบเขากลับว่าหากเขาถือตัว เธอจะเรียกเขาว่าใต้เท้าตามต้องการ แล้วรีบเดินหนี หากเป็นเสียงไล่หลังที่บอกว่า ต่อไปให้เรียกเขาว่า "ท้าวแสนเปื้อน" เพราะว่าเคยมีคนเรียกเขาลับหลังและเขารู้ อนล...ฉลาดนัก! นี่เขาจะต้อนเธอเสียจนแทบทุกมุมเลยหรืออย่างไร

แม่ยังกังวลเรื่องที่นักเลงมาหาเรื่องวันก่อนว่าจะเกี่ยวกับหม่อมต่วนหรือไม่ หากเธอกลับคิดว่าเหมือนมาแกล้งรังควาญกันมากกว่า ข้าวของก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนัก เจ็บกันคนละนิดละหน่อย มิได้เอาถึงตาย แถมคนร้ายยังหนีลนลานอีก เถ้าแก่ก็ได้ส่งข่าวไปถามตาแล้ว..หากมีเรื่องอันใดไม่ชอบมาพากล ตาคงแจ้งข่าวกลับมาแน่
นอกจากงานบ้านงานเรือนที่จันไม่ยอมให้เธอช่วยทำแล้ว งานหลักของเธอเห็นจะเป็นการหาวิธีหลบหน้าอนลให้ได้ เพราะเขาหาข้ออ้างแวะมาที่เรือนแพของเธอมิเว้นแต่ละวัน วันนี้ก็ทำมาจะซื้อขนมจีนอีก...เขานำหนังสือท้าวแสนปมที่เธอชอบอ่านมาให้ แถมพูดดักไปเสียหมดว่าหนังสือเล่มโปรดของเธอคงถูกไฟเผาไปหมดแล้ว นี่แหนะอนล...ทำไมเขาช่างดื้อดึงนัก คู่หมั้นคู่หมายของเขาก็มีแล้ว ยังจะมาทำดีอย่างนี้กับเธอทำไม...คิดได้แบบนั้น อุรวศีจึงเอ่ยตัดบัวไม่เหลือใยออกไปว่า...ฉันคงรับไว้ไม่ได้ เพราะมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว รับไว้จะไม่งาม...
วันนี้มิทรงยอมรับก็ไม่เป็นไร...ฝ่าบาท เมื่อเขามีสิทธิได้ทำอะไรเพื่อหัวใจสักที เขาก็มิมีวันท้อหรอก คืนนี้..บ่าวของเขาไปหาจะเข้ เครื่องดนตรีชิ้นโปรดมาให้จนได้ อนลได้กลับมาฝึกซ้อมมืออีกครั้งอย่างครึ้มอกครึ้มใจ
ไม่ต่างไปจาก...
บรรยากาศยามค่ำคืนบนเรือนแพริมน้ำนี้ ช่างน่าสุนทรีนัก วันนี้แม่หาซอมาให้เธอเล่นแก้เหงา แม้มันจะไม่ได้เสียงดีเท่าซอสามสายคันที่ตำหนักเสด็จป้า แต่เสียงบรรเลงดนตรีของเธอก็ทำเอาคนบนเรือนเพลิดเพลินได้ไม่น้อย แม่หาของถูกใจมาให้เธออีก งานถักร้อยแบบนี้พาลให้เธอคิดถึงพี่หญิงเมนัก เป็นแม่ที่พูดขึ้นมาก่อนว่าหากเรื่องซาลงเมื่อใด เธอจะกลับไปเยี่ยมเยียนเจ้าพี่ก็ยังทัน เธอเองที่กลับตอบรับแบบครึ่งๆกลางๆ ว่าต่อให้หม่อมใหญ่ไม่อยู่แล้ว แต่ที่ดินที่นครปฐมอันเป็นทรัพย์สมบัติที่เสด็จป้าประทานให้ คงถูกแบ่งถ่ายไปสู่พี่น้องทุกคนแล้ว ใครเลยจะยินดีคืนให้เธอหากเธอคืนสู่ฐานันดรศักดิ์จริง
[เพชรกลางไฟ] ตอนที่ ๑๓ - ๑๔ : คุณอุษา - คุณอนล : คือรักแรก คือรักแท้ คือรักเดียว ตราบลมหายใจสุดท้าย
ย้ายมาอยู่ปากน้ำโพกันได้นานร่วมเดือน ขนมจีนของป้าผ่องกับจันก็เริ่มขายดีจนชาวบ้านร้านตลาดแถวนี้ติดใจกันใหญ่ เรือนแพของพวกเราหัวกะไดไม่เคยแห้ง ต้องมีเรือพายจอดเทียบคอยกินกันไม่ขาดสาย เสียแต่ว่า..ทั้งป้าทั้งจันมิค่อยเต็มใจให้เธอช่วยทำงานนัก เกรงจะเสื่อมเสียพระเกียรติไปจนหมด เธออดค่อนขอดกับทั้งคู่มิได้ว่าจะให้เธออยู่เฉยๆมิทำการทำงานกระไรเลยหรือ จนเรือนแพนี้แทบจะเป็นที่คุมขังไปเสียแล้ว
บ่ายคล้อย...ขนมจีนหม้อสุดท้ายเพิ่งยกลงจากเตา ลูกค้าชายฉกรรจ์ ๒ คนพายเรือมาเทียบทำทีท่าจะมาซื้อ หากยังมิทันได้สั่ง ก็วางท่านักเลงโตเทกระจาดข้าวของล้มระเนระนาด แถมยังทำร้ายป้าผ่องกับจันที่ร้องเรียกให้เถ้าแก่บุญทันที่อยู่เรือนแพถัดไปมาช่วยอีก
ปัง! เสียงปืนนัดเดียวดังมาจากข้างหลัง จนทุกคนหยุดชะงัก เธอรีบหันกลับไปดู อนล! เขายิงปืนขึ้นฟ้า จนชาย ๒ คนนั้นลนลานรีบพายเรือหนีออกจากเรือนแพของพวกเธออย่างรวดเร็ว ป้าผ่องเห็นอนลเพียงเท่านั้นก็รีบบอกให้เธอไปหลบในห้องเสียก่อน
นี่ถ้าเขาไม่ได้มาคอยเฝ้าดูแลเธออย่างห่างๆจะเป็นอย่างไร โชคยังดีที่เขามีปืนพกมาด้วย การออกมาอยู่หัวเมืองที่มักมีโจรชุกชุมเขาก็ต้องมีเครื่องป้องกันตัวไว้บ้าง ... ทันทีที่เขาพายเรือมากับบ่าวและเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า อนลไม่รีรอที่หยิบปืนขึ้นมายิงขู่ ยังดีที่พวกมันไม่คิดจะต่อสู้และรีบหนีไปก่อนที่เขาจะทำอะไรมันมากกว่านี้ แลเห็นเธอเดินเข้าห้องไปไวไวก็อดเป็นห่วงมิได้
พอเหตุการณ์สงบลง เถ้าแก่กำชับพวกบ่าวไพร่ให้ไปตรวจตราบนเรือนอย่างถี่ถ้วน เขาแอบแปลกใจ...เรือนของเธออยู่กันเพียงผู้หญิง และเพิ่งมาอยู่ใหม่ ไม่น่าจะมีศัตรูที่ไหน..นอกจากคนที่พระนคร เถ้าแก่เลยตั้งข้อสงสัย หรือจะเป็นพวกแม่ค้าขนมจีนในละแวกนี้ที่เห็นป้าผ่องแกขายดีจนลูกค้าหดหาย เลยตามมาหาเรื่องก็อาจเป็นได้...พอจะมีเหตุผล...แต่ไม่น่าจะจริงทั้งหมด อนลคิด...
หลังเหตุการณ์เมื่อครู่...เธอหลบมานั่งพักอยู่ที่ชานหลังเรือนแพ ฝ่าบาท....คำเรียกเธอที่เขาติดปาก หากเธอยังมิยอมรับ อนลนั่นเอง...เขาคงคุยกับเถ้าแก่เสร็จแล้ว ท่าทีนิ่งเฉยของเธอทำให้เขาเรียกเธออีกครั้งว่า ...แม่อุษา..ใช่หรือไม่ ฉันจำได้ว่าป้าผ่องเรียกอย่างนี้ เธอหันกลับไปรับคำเขา...ฉันเป็นห่วงแม่อุษา น้ำเสียงและท่าทีเป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจของเขาทำให้เธอต้องเอ่ยขอบคุณเขาอีกครั้ง...ครั้นพอจะเดินหนี...อนลก็เดินมาดักหน้าดักหลังเธอเสีย...จนเธอเผลอชักสีหน้า นี่เขาจะไม่เลิกวอแวกับเธอให้ได้ใช่ไหม
ปากน้ำโพวันนี้สำหรับเขา คือ ดินแดนสวรรค์แน่ทีเดียว เขาเพียงอยากใช้โอกาสในทุกๆวันที่เธอยังมิยอมรับฐานันดรศักดิ์เดิม มาเพื่อพบหน้า เพื่อพูดคุยกับเธออย่างคนธรรมดาสามัญอย่างที่หัวใจเรียกร้อง การได้เจอเธออีกครั้ง เธอเหมือนน้ำฝนที่ทำให้ต้นไม้เหี่ยวเฉาฟื้นคืนชีพหยั่งรากขึ้นมาใหม่
ฉันกับคุณมิเคยรู้จัก ฉันจะไปมีความสลักสำคัญเช่นนั้นได้อย่างไร...เธอตอบเขาอย่างบ่ายเบี่ยง แม้จะรับรู้ทุกความรู้สึกตรงหน้า แต่ชะตาชีวิตของเธอยังมิมีอะไรแน่นอนนัก การเฉไฉไปก่อนคงดีกว่ายอมรับ พอเธอพูดจบ เขากลับขันในสิ่งที่เธอพูดเสียนี่...แถมยังย้อนเธอเสียอีกว่า ชาวบ้านที่ไหนจะเรียกข้าราชการว่า "คุณ" มิใช่ "ใต้เท้า" พูดราวกับเป็นเจ้าเป็นนาย พอเธอตอบเขากลับว่าหากเขาถือตัว เธอจะเรียกเขาว่าใต้เท้าตามต้องการ แล้วรีบเดินหนี หากเป็นเสียงไล่หลังที่บอกว่า ต่อไปให้เรียกเขาว่า "ท้าวแสนเปื้อน" เพราะว่าเคยมีคนเรียกเขาลับหลังและเขารู้ อนล...ฉลาดนัก! นี่เขาจะต้อนเธอเสียจนแทบทุกมุมเลยหรืออย่างไร
แม่ยังกังวลเรื่องที่นักเลงมาหาเรื่องวันก่อนว่าจะเกี่ยวกับหม่อมต่วนหรือไม่ หากเธอกลับคิดว่าเหมือนมาแกล้งรังควาญกันมากกว่า ข้าวของก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนัก เจ็บกันคนละนิดละหน่อย มิได้เอาถึงตาย แถมคนร้ายยังหนีลนลานอีก เถ้าแก่ก็ได้ส่งข่าวไปถามตาแล้ว..หากมีเรื่องอันใดไม่ชอบมาพากล ตาคงแจ้งข่าวกลับมาแน่
นอกจากงานบ้านงานเรือนที่จันไม่ยอมให้เธอช่วยทำแล้ว งานหลักของเธอเห็นจะเป็นการหาวิธีหลบหน้าอนลให้ได้ เพราะเขาหาข้ออ้างแวะมาที่เรือนแพของเธอมิเว้นแต่ละวัน วันนี้ก็ทำมาจะซื้อขนมจีนอีก...เขานำหนังสือท้าวแสนปมที่เธอชอบอ่านมาให้ แถมพูดดักไปเสียหมดว่าหนังสือเล่มโปรดของเธอคงถูกไฟเผาไปหมดแล้ว นี่แหนะอนล...ทำไมเขาช่างดื้อดึงนัก คู่หมั้นคู่หมายของเขาก็มีแล้ว ยังจะมาทำดีอย่างนี้กับเธอทำไม...คิดได้แบบนั้น อุรวศีจึงเอ่ยตัดบัวไม่เหลือใยออกไปว่า...ฉันคงรับไว้ไม่ได้ เพราะมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว รับไว้จะไม่งาม...
วันนี้มิทรงยอมรับก็ไม่เป็นไร...ฝ่าบาท เมื่อเขามีสิทธิได้ทำอะไรเพื่อหัวใจสักที เขาก็มิมีวันท้อหรอก คืนนี้..บ่าวของเขาไปหาจะเข้ เครื่องดนตรีชิ้นโปรดมาให้จนได้ อนลได้กลับมาฝึกซ้อมมืออีกครั้งอย่างครึ้มอกครึ้มใจ
ไม่ต่างไปจาก...
บรรยากาศยามค่ำคืนบนเรือนแพริมน้ำนี้ ช่างน่าสุนทรีนัก วันนี้แม่หาซอมาให้เธอเล่นแก้เหงา แม้มันจะไม่ได้เสียงดีเท่าซอสามสายคันที่ตำหนักเสด็จป้า แต่เสียงบรรเลงดนตรีของเธอก็ทำเอาคนบนเรือนเพลิดเพลินได้ไม่น้อย แม่หาของถูกใจมาให้เธออีก งานถักร้อยแบบนี้พาลให้เธอคิดถึงพี่หญิงเมนัก เป็นแม่ที่พูดขึ้นมาก่อนว่าหากเรื่องซาลงเมื่อใด เธอจะกลับไปเยี่ยมเยียนเจ้าพี่ก็ยังทัน เธอเองที่กลับตอบรับแบบครึ่งๆกลางๆ ว่าต่อให้หม่อมใหญ่ไม่อยู่แล้ว แต่ที่ดินที่นครปฐมอันเป็นทรัพย์สมบัติที่เสด็จป้าประทานให้ คงถูกแบ่งถ่ายไปสู่พี่น้องทุกคนแล้ว ใครเลยจะยินดีคืนให้เธอหากเธอคืนสู่ฐานันดรศักดิ์จริง