เกร็ดความรู้ส่งท้ายจากเรื่อง เพชรกลางไฟ ว่าด้วยเรื่อง "ชะตากรรมของพระธิดาใต้เงาเค้าโครงจริงทางประวัติศาสตร์"

จบไปแล้วเรื่อง "เพชรกลางไฟ" ที่ดิฉันเฝ้าติดตามมาตั้งแต่ต้น

มีทั้งความรู้ และ ความประทับใจ ในเนื้องานละครของค่ายคุณปิ่น

ทั้งนี้ตอนสุดท้ายของเพชรกลางไฟมีเรื่องน่าสนใจส่งท้ายมาเล่าให้ฟังค่ะ

เพชรกลางไฟตอนจบคือบทสสรุปของตัวละครทุกตัว
ตัวละครที่ดิฉันจะเอามาพูดมีสองคน คือ "หญิงใหญ่" และ "หญิงกลาง"
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



วาระสุดท้ายของท่านหญิงสององค์นี้มี ผู้เขียนบทโขลกบทให้ระเอียดมากกว่าในนิยาย  
จุดจบตัวละครทั้งสองมีเค้าโครงจริงตามประวัติศาสตร์

เริ่มจาก "หญิงใหญ่" หรือ "หม่อมเจ้าหญิงอลัมพุษา"
ท่านหญิงใหญ่จะเป็นตัวละครไม่ปรากฎตัวมากนัก
เพียงแค่อธิบายว่าท่านหญิงเสกสมรสไปนานแล้ว และพระสวามีมีฐานะร่ำรวย
ในตอนจบ คุณปู่สุรสายเล่าว่า "เมื่อเกิดการปฏิวัติสยาม ๒๔๗๕ ครอบครัวของท่านหญิงใหญ่ลี้ภัยไปอยู่ปีนัง และท่านหญิงก็สิ้นชีพที่นั่น"
จริงตามประวัติศาสตร์ สมัยนั้นเจ้านายต่างต้องออกจากพระนครไปอยู่ที่ห่างไกล
แต่สำหรับ "ชะตากรรมของครอบครัวท่านหญิงใหญ่" คิดว่าคนเขียนบทเอาเค้าโครงมาจาก "เจ้าฟ้าวังบางขุนพรหม"
หมายถึง "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต"


จอมพล จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 — 18 มกราคม พ.ศ. 2487) หรือ ทูลกระหม่อมบริพัตร ทรงดำรงตำแหน่งที่สำคัญทางการทหาร ตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เสนาธิการทหารบก เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร ทรงดำรงตำแหน่งองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง พระองค์ท่าน พร้อมด้วยพระชายาและพระโอรสธิดา ต้องเสด็จลี้ภัยไปยังปีนัง และต่อไปถึงเมืองบันดุง อินโดนิเซีย

หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร (ไชยันต์ สกุลเดิม) พระชายา


พระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้าวังบางขุนพรหม

ประกอบด้วย
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง - ซอด้วง
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจันทรกานต์มณี - ซอด้วง
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวงศ์วิจิตร - ซออู้
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน - ซออู้
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพิสิฐสบสมัย - จะเข้


หมายเหตุ ในเรื่องมาลัยสามชาย มีการพูดถึงทูลกระหม่อมบางขุนพรหมไว้ตอนช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ทีมา https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95
....................................................................................................................


ตัวละครที่น่าสนใจอีกคนคือ "หญิงกลาง" หรือ "หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา"
เป็นที่รู้ว่าท่านหญิงกลางปรากฎตัวบ่อยและสำแดงเดชให้ทุกคนเห็นแล้ว
แต่บทสรุปตอนจบของท่านหญิงกลางน่าสนใจมาก เพราะคนเขียนบทนำเหตุการณ์จริงมาเป็นแรงบัลดาลใจมาใส่เพิ่มไว้ด้วย
ในตอนจบคุณปู่สุรสายเล่าว่า "ท่านป้ากลางมีนิสัยตระหนี่ ทรงไล่บ่าวไพร่ออก เหลือแต่บ่าวแก่ๆคนเดียว (ยายแปลก นั่นเอง)
จนกระทั่งเกิดเรื่องมีโจรมาปล้นวัง และทำร้ายท่านป้ากลาง"

เรื่อง "การมีโจรมาปล้นวัง" เคยปรากฎขึ้นจริงในประวัติศาสตร์และเป็นโศกนาฎกรรมใหญ่ยิ่ง เพราะมีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่สิ้นพระชนต์จากเหตุครั้งนี้
เจ้านายพระองค์นั้นคือ พระนางเธอลักษมีลาวัณ
   

พระนางเธอลักษมีลาวัณ (3 กรกฎาคม พ.ศ. 2442 – 29 สิงหาคม พ.ศ. 2504) มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวรรณพิมล วรวรรณ เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมหลวงตาด วรวรรณ (สกุลเดิม มนตรีกุล) ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระขนิษฐาต่างชนนีของอดีตพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี
พระองค์เป็นผู้ริเริ่มรื้อฟื้น คณะละครปรีดาลัย ของพระบิดาขึ้นมาอีกครั้ง ทรงปลีกพระองค์ประทับอยู่เพียงลำพัง ทรงใช้เวลาที่มีอยู่ในการประพันธ์นวนิยาย ร้อยกรอง และบทละครจำนวนมาก โดยใช้นามปากกาว่า ปัทมะ, วรรณพิมล และพระนางเธอลักษมีลาวัณ
พระนางเธอลักษมีลาวัณ ถูกลอบปลงพระชนม์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2504 สิริพระชนมายุ 62 พรรษา ซึ่งผู้ก่อคดีฆาตกรรมคืออดีตคนสวนที่พระองค์ไล่ออก และก่อคดีดังกล่าวด้วยประสงค์ในทรัพย์สินส่วนพระองค์

การสิ้นพระชนต์


นายแสง หรือ เสงี่ยม หอมจันทร์ กับนายวิรัช หรือเจริญ กาญจนาภัย อดีตคนสวนที่ถูกพระนางเธอลักษมีลาวัณไล่ออกไปเห็นว่าพระนางเธอทรงเป็นเพียงเจ้านายสตรีทั้งยังชรา และอาศัยเพียงลำพัง กับทั้งเคยสังเกตว่าในตู้ชั้นล่างพระตำหนักลักษมีวิลาศมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เข้าใจว่าเป็นของมีราคาทั้งสองจึงกลับเข้ามายังพระตำหนักลักษมีวิลาศ
ทั้งคู่ได้ลอบทำร้ายพระนางด้วยย่องเข้ามาทางข้างหลังใช้ชะแลงและสันขวานทำร้ายที่พระเศียรจนสิ้นพระชนม์ที่ห้องพระบรรทม โดยที่พระวรกายบริเวณพระอุระ (หน้าอก) พบบาดแผลฉกรรจ์คล้ายถูกแทงอย่างโหดเหี้ยม 4 แผล ที่พระศอ (คอ) อีกแผลหนึ่ง ที่พระเศียร (ศีรษะ) ด้านหลังนั้นถูกตีจนน่วมมีพระโลหิตไหล ทั้งสองได้ลากพระศพไปไว้ในโรงจอดรถหลังพระตำหนักเพื่ออำพราง แล้วค้นทรัพย์สินเท่าที่หาได้หนีไป ได้ไปแต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเงินพระราชสมบัติทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว ขณะที่ตู้เซฟที่เก็บฉลองพระองค์และเครื่องประดับของราชวงศ์จักรีมูลค่านับล้านบาทยังอยู่ในสภาพปกติ
ภายหลังผู้ต้องหาทั้งสองถูกจับได้ และถูกพิพากษาให้ประหารชีวิต แต่ทั้งสองได้รับสารภาพ จึงได้รับการหย่อนโทษหนึ่งในสามคือให้จำคุกตลอดชีวิต เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ด้วยพระนางเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้า
สำนักพระราชวัง มีประกาศเรื่อง พระนางเธอลักษมีลาวัณ ในรัชกาลที่ 6 สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2504 มีใจความว่า
    
พระนางเธอลักษมีลาวัณ ได้เสด็จสิ้นพระชนม์จากการถูกคนร้ายลอบปลงพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยความสลดพระราชหฤทัยยิ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ไว้ทุกข์ในพระราชสำนักมีกำหนด 15 วัน ประดิษฐานพระศพ ณ ศาลามรุพงศ์ ในวัดมกุฎกษัตริยาราม
สำนักพระราชวัง
3 กันยายน พ.ศ. 2504


ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%93
......................................................................................................
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่