คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
พี่จะอธิบายให้ครับน้อง
กราฟ มันคือการสื่อค่าตัวเลขออกมาเป็นภาพ โดยพื้นฐานจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 อย่าง
ก็คือกราฟประเภทแกน X แกน Y นั่นเอง จุดเริ่มต้นมันมาจาก "ข้อมูลดิบ" ครับ หากเรามองดู
เฉพาะตัวเลขของข้อมูลใด ๆ เราอาจมองได้ยาก ว่า แนวโน้มตัวเลขนั้นมันจะไปอย่างไร หรือ
รูปแบบของตัวเลขในอนาคตนั้นมันจะเป็นแบบใหน การ plot graph จะช่วยเราได้มากในการเห็นมันครับ
ขอยกตัวอย่างเรื่องดาราศาสตร์ครับ นักดาราศาสตร์วัดค่าความสว่างของแสงดาวดวงนึง
พบว่ามันมีค่าเปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง หากนักดาราศาสตร์ไม่ plot graph
เค้าจะดูได้ยากมากว่าความสว่างของดาวดวงนั้นเปลี่ยนไป "แบบใหน" เพราะค่าความสว่าง
มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก (สังเกตดูจากตัวเลขสิครับ มันเปลี่ยนแค่ 0.9940 - 1.0 เท่านั้นเอง)
แต่เมื่อ plot graph แบบขยาย scale ในแกน Y แล้ว ผลที่ได้จะดูง่ายมากเลยครับน้อง
ว่าแสงสว่างดาวดวงนั้นมีการวูบลงไปทุก ๆ 2 วัน 6 ชั่วโมง ทำให้พวกเค้าทราบได้ทันที่ว่า
มีดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าดาวดวงนี้ทุกวงรอบ 2 วัน 6 ชั่วโมง

อีกตัวอย่างนึง คือการ plot graph 2 เส้นในกราฟเดียวกัน จากภาพนี้ เมื่อนักดาราศาสตร์ plot graph
ของความเร็วยาน Voyager 2 (แดง) ลงไป พร้อมกับ plot ค่าของความเร็วหลุดพ้นของระบบสุริยะ (น้ำเงิน) ลงไปด้วย
ก็จะเห็น "ความสัมพันธ์" ของ 2 สิ่งได้มากขึ้นครับน้อง ว่าขณะนี้ยาน Voyager 2 กำลังวิ่งด้วยความเร็วที่มี "แนวโน้ม"
อย่างไร และเทียบกับความเร็วหลุดพ้นระบบสุริยะแล้ว มันห่างกันมากมั้ย ..... นี่แหละคือประโยชน์ของการ plot graph ครับ
กราฟ มันคือการสื่อค่าตัวเลขออกมาเป็นภาพ โดยพื้นฐานจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 อย่าง
ก็คือกราฟประเภทแกน X แกน Y นั่นเอง จุดเริ่มต้นมันมาจาก "ข้อมูลดิบ" ครับ หากเรามองดู
เฉพาะตัวเลขของข้อมูลใด ๆ เราอาจมองได้ยาก ว่า แนวโน้มตัวเลขนั้นมันจะไปอย่างไร หรือ
รูปแบบของตัวเลขในอนาคตนั้นมันจะเป็นแบบใหน การ plot graph จะช่วยเราได้มากในการเห็นมันครับ
ขอยกตัวอย่างเรื่องดาราศาสตร์ครับ นักดาราศาสตร์วัดค่าความสว่างของแสงดาวดวงนึง
พบว่ามันมีค่าเปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง หากนักดาราศาสตร์ไม่ plot graph
เค้าจะดูได้ยากมากว่าความสว่างของดาวดวงนั้นเปลี่ยนไป "แบบใหน" เพราะค่าความสว่าง
มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก (สังเกตดูจากตัวเลขสิครับ มันเปลี่ยนแค่ 0.9940 - 1.0 เท่านั้นเอง)
แต่เมื่อ plot graph แบบขยาย scale ในแกน Y แล้ว ผลที่ได้จะดูง่ายมากเลยครับน้อง
ว่าแสงสว่างดาวดวงนั้นมีการวูบลงไปทุก ๆ 2 วัน 6 ชั่วโมง ทำให้พวกเค้าทราบได้ทันที่ว่า
มีดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าดาวดวงนี้ทุกวงรอบ 2 วัน 6 ชั่วโมง

อีกตัวอย่างนึง คือการ plot graph 2 เส้นในกราฟเดียวกัน จากภาพนี้ เมื่อนักดาราศาสตร์ plot graph
ของความเร็วยาน Voyager 2 (แดง) ลงไป พร้อมกับ plot ค่าของความเร็วหลุดพ้นของระบบสุริยะ (น้ำเงิน) ลงไปด้วย
ก็จะเห็น "ความสัมพันธ์" ของ 2 สิ่งได้มากขึ้นครับน้อง ว่าขณะนี้ยาน Voyager 2 กำลังวิ่งด้วยความเร็วที่มี "แนวโน้ม"
อย่างไร และเทียบกับความเร็วหลุดพ้นระบบสุริยะแล้ว มันห่างกันมากมั้ย ..... นี่แหละคือประโยชน์ของการ plot graph ครับ
สมาชิกหมายเลข 3346730 ถูกใจ, Chotirawee ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2867641 ถูกใจ, somoil88 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2808649 ถูกใจ, โตนปลิว ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทำไมต้องเอาสมการต่างๆมาสร้างเป็นกราฟบนระนาบX Y ครับ?