ตามหัวข้อเลยค่ะ
คือเราไม่ได้เป็นพวกความรู้สึกช้าหรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะคะ เเต่กับเรื่องนี้เราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกเราเลยสักนิดเดียว
ตอนนี้เราเข้ามหาลัยเเล้ว เเละกำลังจะขึ้นปีสอง คือเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนม.ปลายค่ะ
เราขึ้นม.4 ที่โรงเรียนเอกชนเเห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับสมัยม.ต้น เเล้วทีนี้ก็มีเด็กต่างโรงเรียนมาต่อโรงเรียนเราเหมือนกัน เราเเทนชื่อเขาด้วยชื่อ เอ นะคะ เราก็อยู่กับเพื่อนกลุ่มเรา เหมือนปกติอ่ะค่ะ นักเรียนม.ปลายอะไรเเบบนั้น แต่ว่า เพื่อนเอเนี่ย จะค่อนข้างสนิทกับเรานิดหน่อย สาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะ เรานั่งใกล้ๆกันค่ะ คือ เราสูงประมาณ 167 ซ.ม. ครูประจำชั้น ก็เลยจับเรานั่งแถวรองสุดท้าย เเล้วเพื่อนเอ นั่งหลังเรา ไม่ใช่ข้างหลังตรงๆนะคะ เยื้องๆกันหน่อย เเล้วเวลามีงานกลุ่มอะไร ก็จับกลุ่มด้วยกัน เเล้วครูก็ชอบเเบบจับกลุ่มให้จากการเรียงเเถว ก็เลยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ จนตัวเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เอ อ่ะ คือเพื่อนสนิทเราที่เป็นผู้ชายเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นตัวเราไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าเพื่อนคนนี้คิดยังไงกับเรา ก็เพื่อนกันอ่ะค่ะ จะให้คิดอะไรเกินเลยได้ยังไง ผิดผีชัดๆ
จนกระทั่งวันนึ่ง ตอนประมาณม. 4 เทอม สอง เรามาโรงเรียนเช้ากว่าทุกวัน เเล้วทีนี้ก็เจอเพื่อนเอ เราก็ทักทายตามปกติ นั่งอยู่ที่โรงอาหาร รอเข้าเเถวเคารพธงชาติ เเล้วก็เพื่อนของเอ เขาก็เข้ามาพูดกับเราว่า เนี่ยๆ เอชอบแกอ่ะ (จริงๆหยาบกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าควรใช้คำหยาบหรือเปล่าค่ะ) เราก็ตอบ จะบ้าหรอ เพื่อนกัน ตอนนั้นเอก็อยู่ด้วย เราเลยหันไปมองเอ เอก็ทำท่าเหมือนเเบบไม่จริงๆ อย่าไปเชื่อ เเล้วประจวบกับเพื่อนคนที่พูดเนี่ย เป็นคนพูดเเบบทีเล่นทีจริง เราเลยคิดว่า เพื่อนคนนี้น่าจะเเกล้งอำเราเล่น อีกอย่างเราไม่สวยขนาดมั่นหน้าว่าจะมีคนมาชอบเราได้
เวลาก็ดำเนินมาเรื่อยค่ะ เเต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพื่อนเอ เขาจะอยู่ข้างๆเราตลอด จนกระทั่งม. 5 เทอม 1 ตัวเราเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างจากเพื่อนเอ เพื่อนเอเขาเล่นถึงเนื้อถึงตัวเรามาก เเบบเช่นเรานั่งอยู่ที่โต๊ะ เพื่อนเอ ก็จะมาข้างเเล้วทิ้งตัวลงทับเรา(ไม่ใช่การกอดจากข้างหลังนะคะ เเค่ทิ้งตัวลงมาเฉยๆ) เเรกๆ เรายอมรับนะว่าเราเฉยมาก เเบบ เเค่ด่าเเล้วผลักมันออก จนเเบบ เออช่างมัน พูดเเล้วไม่ยอมฟัง แต่หลังๆ มันก็มีบางเเวบนะว่า ชอบความรู้สึกนี้ เเต่ก็สะบัดทิ้ง เพื่อนกันๆ เเละเขาก็ไม่มีทางคิดอะไรกับเราหรอก เราก็ห้ามใจเเบบนี้มาตลอด
คือมีอยู่วันหนึ่ง วันจันทร์ เราไม่มาเรียน พอวันอังคารเราไป เพื่อนเราก็ล้อเพื่อนเอ ว่าประมาณว่า ชอบเพื่อนในห้องหรอ (อีกคนที่ไม่ใช่เรา) คือล้ออะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ เราเลยหันไปถามเพื่อนสนิทเราที่เป็นผญ. ว่ามีอะไรหรอ ทำไมล้อเอเเบบนั้น เพื่อนเราก็บอกว่า ไอ้เอมันชอบพี(นามสสมมติค่ะ) มั้ง เหนว่าส่งกระดาษบอกรักอะไรสักอย่าง คือคำตอบที่ได้มันไม่เคลียร์ค่ะ เราเลยหันไปถามเพื่อนเอตรงๆเลย ว่า ชอบพีหรอ (ลืมบอกไปค่ะ ขึ้นม.5 แล้วเปลี่ยนครูประจำชั้น เเต่ครูประจำชั้นคนใหม่ก็จับเรานั่งหลังห้องเหมือนเดิม เเต่ที่ต่างจากเดิมคือ เรานั่งข้างเอเลย คือมันเป็นเเถวล่ะสามคนค่ะ เรานั่งกลางเพื่อนสนิทผญ.เรานั่งข้างขวา(เพื่อนเราก็สูงค่ะ) เเล้วเอนั่งซ้าย)
พอเราถามเอ เอก็ตอบว่าไม่ได้ชอบ เราก็เลยเเบบ จริงเปล่าๆ คือล้อมันอ่ะค่ะ เเหม่ เพื่อนมีคนที่เเอบชอบทั้งทีก็ต้องล้อสิคะ เอก็ตอบว่าไม่ใช่ๆ จนวันต่อมา วันพุธ เอก็มาพูดกับเราว่าเราได้ฟังเพลงที่เอบอกให้ไปฟังหรือยัง เมื่อวันศุกร์ที่เเล้ว เราก็ตอบว่ายัง (เพลงที่เอบอกให้ไปฟังคือเพลง ความจริงของ The mouses ) เราไม่สนใจฟังเพลงอยู่เเล้วค่ะ เราไม่ติดโซเชี่ยลเท่าไหร่ เพราะมือถือเราพัง เอก็บอก เนี่ย เพราะเเกเป็นเเบบนี้ไง เราก็บอกอะไรของแก เอก็เงียบไป เเบบนานมาก จนพักเที่ยง กินข้าวเที่ยงเสร็จ เเล้วขึ้นห้องมานั่งเรียน เอก็ถามเราว่า จะตัดใจจากคนที่ชอบต้องทำยังไง เราก็ มาไม้ไหนเนี่ย เอก็บอก เออ บอกมาเหอะน่า เราเลยบอก ไม่รู้ว่ะ ไปชอบคนอื่นดูมั้ง ตอนนั้นคือเราตอบเเบบขอไปทีมาก เเล้วสักพักก็เปลี่ยนเรื่องคุย นู่นนี่จนจะเลิกเรียน เอมาถามเราว่า เลิกเรียนเเล้วกลับบ้านเลยหรอ ขอเวลาเเปปได้ป่ะ เราก็บอก ไม่รู้ว่ะ ต้องกลับพร้อมน้อง มีไรก็พูดมาเลยดิ้ เอก็ยึกยักๆ จนสุดท้ายเเล้ว วันนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันว่าเอมีเรื่องอะไรจะพูด พอมาอีกวัน วันพฤหัส วันนั้นทั้งวัน เรากับเอ ก็คุยกันปกติ เหมือนอย่างเคย เเล้วไอ้ข่าวลือ เรื่องเอชอบพี ก็มาอีกครั้ง
เราเลยหันไปถามอีก เเบบเซ้าซี้อ่ะค่ะ ว่าเอๆๆ เอชอบพีหรอ เอก็ตอบ เปล่าไม่ได้ชอบ เเล้วเอชอบใครๆ เอเก็เงียบ เราเลยถาม แบบนี้เรื่อยๆ แทบทั้งวันอ่ะค่ะ เเต่ไม่ได้ตลอดเวลานะ คือเอาจริงๆ เราเเกล้งเล่นอ่ะ เวลาเเกล้งเพื่อนเเล้วเพื่อนหมดหนทางต่อกรมันสะใจดีค่ะ เราจำได้เเม่นเลยว่าตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสอง พักเบรคตอนบ่าย คาบต่อไปเป็นวิชาคณิตเพิ่มเติม เพราะเรามีสอบย่อย เราก็เซ้าซี้เอต่อ เอออ บอกมาเหอะน่าา ไม่บอกใครหรอก สัญญาเลย ชอบพี่หรอ เอาดีๆดิ่ เอหันมามองหน้าเรา เเล้วพูด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ก็กูชอบไง คือตอนนั้นเรานิ่งไปแปปนึง เเล้วปากมันพูดไปก่อนสมองว่า โม้ๆ เเล้วเรากํหันหน้ามาเลย ความรู้สึกตอนนั้นคือเราเขิน หน้ามันร้อนจริงๆ ไม่รู้ว่าเเดงมั้ย ไม่รู้ว่ามีใครได้ยินบ้าง เเต่สมองเราตอนนั้นมันมีสองความคิดขึ้นมาว่า ชอบเราจริงๆหรอ กับ มันเเกล้งเราหรือเปล่า แบบรำคาญเลยพูดไป จำได้อย่างเดียว สอบย่อยวิชาคณิตเพิ่มเติม เราไม่รู้เรื่องเลย ถอดรากที่สองของ 25 เรายังถอดออกมาเป็น 25 เลย คือสมองมันตื้อจริงๆ เราไม่คุยอะไรกันเลย จนกระทั่งเลิกเรียน เราหันไปพูดกับเพื่อนสนิทที่เป็นผญ.เราว่า เรามีเรื่องจะปรึกษา ไว้เดี๋ยวเย็นนี้ทักเเชทในเฟสไป มันก็บอก พูดมาเลย เราเลยบอกไม่เอา เดี๋ยวพูดไม่รู้เรื่อง ขอพิมดีกว่า พอเย็นเราเลยทักเพื่อนสนิทเราไป เเล้วเราให้ฟังว่าเอ มาบอกชอบเรา เพื่อนสนิทก็ไม่พูดไร เเค่บอกว่า ถ้าเราชอบก็ให้คำตอบเขาไปไรงี้ เราเลยบอก เเล้วถ้าเอล้อเล่นอ่ะ เพื่อนเราก็บอกก็เเค่ถาม ถามมันไปเลยตรงๆ จะได้ไม่ต้องคิดมาก ถามว่าเราได้ทำตามที่เพื่อนเเนะนำมั้ย บอกเลยว่าไม่ พอวันต่อมา คือเราเงียบ เพื่อนเอก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กัน เราก็ไม่กล้าถาม ตอนนั้นตัวเรายังไม่แน่ใจความรู้สึกขอตัวเองเลยสักนิด กระทั่งเวลาผ่านไปแบบนานมาก ถามว่ามีคุยกันมั้ยก็มีบ้าง เเต่ถ้าเลี่ยงได้ ก็จะเลี่ยงกันไป จนกระทั่งวันรับผลสอบ วันนั้นเรามั่นใจความรู้สึกเราที่สุดคือเราเสียใจ เสียใจจริงๆ คือเราอ่ะ รับผลสอบเสร็จเเล้ว กำลังจะขึ้นรถกลับบ้านพร้อมเเม่กับพ่อเรา เเล้วพอดีกับที่เอมา เอลงจากรถพอดี คือถ้าเป็นเมื่อก่อนก่อนเกิดเหตุการณ์นั้นเราก็คงโบกมือถามตรงๆเลยเว้ย ว่าเห้ยเป็นไงบ้าง ไรงี้ เเต่คือวันนั้นไม่มีไรเลย เราเเค่ยืนมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น นึกภาพตามนะคะ ที่จอดรถ เรากับเอจอดรถตรงข้ามกัน เราเตรียมจะขึ้น เอลงมาจากรถเเล้ว คือสายตาเอตอนนั้น เราอ่านมันออกอ่ะค่ะ มันคือสายตาของคนที่ผิดหวัง เสียใจ เเล้วตัวเราในตอนนั้นมีความรู้สึกว่า ฟางเส้นสุดท้ายมันขาดเเล้ว เรารู้สึกเเบบนั้นจริงๆ
เทอมสอง เราถูกจับย้ายที่นั่ง ไม่ได้นั่งข้างกัน เทอมสองหมดไปด้วยเเเบบเราคุยกันเเถบนับประโยคได้ มีบางครั้งเราหงุดหงิดเพื่อนเอด้วย หงุดหงิดด้วยเรื่องไร้สาระสุดๆ คือเพื่อนเอ เหมือนไปสนิทกับเพื่อนผญ.ในห้องคนอื่น เเบบถึงเนื้อถึงตัว คือเราจำความรู้สึกได้คือเราโกรธ โกรธจริงๆ พอโกรธเเล้วนอยด์ นอยด์ไปทั้งวันอ่ะ มีวันหนึ่ง เราต้องท่องศัพท์เตรียมสอบอิ้งกันค่ะ เเล้วพอดีมีศัพท์คำว่า resident แปลว่าที่พักพิง พักอาศัย อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ เเล้วตอนนั้นเดินขึ้นบันไดมาเหนื่อยๆ (เราเรียนชั้นสี่ค่ะ) เพื่อนเอก็เดินมาทางเรา เเล้วเอาเเขนมาพักไว้ที่ไหล่เราอ่ะค่ะ เหมือนพักพิงไรงี้ เพื่อนเอก็พูดขึ้นมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อ่ะเป็น resident ของกู ตอนนั้นเรานิ่งไปพักหนึ่ง จากนั้นเพื่อนเอก็ผละจากเราไป หาเพื่อนผญ.อีกคนในห้อง(เพื่อนคนนี้มีคนคุยอยู่เเล้วนะคะ) เเล้วก็ทำเเบบที่ทำกับเราอ่ะค่ะ ตอนนั้นเราโกรธมาก เราเดินไปข้างเพื่อนเอ เเล้วก็พูดออกมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แหม นี่ที่พักหลายที่เหลือเกินนะ คือรู้สึกตัวเลยว่าเราเหวี่ยง เหวี่ยงมาก เเล้วจากนั้นก้ไม่ได้คุยอะไรกันเลยค่ะ จนจบม. 5 ขึ้นกระทั่งม. 6 เทอม 1 ก็จบไปแบบไร้ความหมายค่ะ เราไม่ได้คิดถึงเรื่องเพื่อนเอค่ะ เพราะกำลังหาที่เรียนต่อ เเล้วก็งานกิจกรรมตอนนั้นมันรัดตัวมากๆ เเต่ก็ได้กลับมาคุยกันอีกครั้งค่ะ ตอนทำงานห้องวิชานาฏศิลป์ เขาให้ทำหนังสั้นค่ะ ก็เลยได้คุยๆกัน เเต่ก็เหมือนเเบบเเปลกๆค่ะ พอม. 6 เทอม 2 เพื่อนในห้องก็เริ่มได้โควต้าค่ะ ได้ที่เรียนกันเเล้ว รวมถึงเพื่อนเอด้วย อ้อๆ เราถูกจับมานั่งใกล้กันค่ะ เหมือนเมื่อตอนม.4 เลยค่ะ เรานั่งหน้า เพื่อนเอ นั่งหลังเยื้องๆกับเราค่ะ มีอยู่วันหนึ่งเราไปสอบ เพื่อนเอเลยมานั่งที่เรา ซึ่งข้างๆเราอ่ะค่ะ คือเพื่อนสนิทเรา เเล้วเหมือนว่าได้คุยกันปรึกษากันไรงี้ (เพื่อนสนิทเรากับเอก็เพื่อนกันอ่ะค่ะ คล้ายๆเราเลย) เพื่อนสนิทมาเล่าให้เราฟังว่าเพื่อนเอมีเเฟนเเล้ว ตอนเเรกเราทึ่ง เเต่ตกใจหนักว่าตอนบอกว่าเป็นใครค่ะ เเฟนเพื่อนเอคือผญ.ที่โคตรเพอร์เฟคค่ะ สวย เก่ง รวย เเบบโคตรๆเพอร์เฟคอ่ะค่ะ เราเเบบ อ่า...โอเค ความรู้สึกตอนนั้นคือ โอเค...มั้ง ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันเหมือนจะโอเค แต่บางทีมันก็ไม่โอเคเลยที่เห็นเขาอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งเราได้มหาลัย เขาก็ได้มหาลัย ผ่านมาจากตอนนั้นก็เกือบๆปีหนึ่งล่ะ ถ้านับจากตอนที่เรารู้ว่าเขามีเเฟน แต่ถ้านับจากที่เรารู้ว่าเขาชอบเราก็ ราวๆ 3 ปีแล้วหรือเปล่านะ มันแปลกตรงที่เรายังจำทุกเรื่องราวได้ จำได้ทุกอย่าง เเต่ก็บอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ได้ชอบ พอเราเริ่มจะรู้สึกดีกับใครอีกคน ความรู้สึกของเราที่มีต่อเพื่อนเอก็จะเข้ามาเเทรกตลอด เราปรึกษาน้องสาวก็แล้ว เพื่อนก็เเล้ว เขาบอกว่าเราชอบเพื่อนเอ เเต่ไม่รู้เหมือนกัน พอเราคิดเเบบนั้น มันก็แบบ เฮ้ย ใช่หรอว่ะ เราชอบเอจริงๆหรอว่ะ ไม่ใช่มั้ง เเบบนี้เกิดขึ้น
เราโคตรอยากรู้ความรู้สึกตัวเองต่อเพื่อนเอจริงๆค่ะ
เราไม่เข้าใจจริงๆค่ะ
รักหรือไม่รักกันเเน่ ?
คือเราไม่ได้เป็นพวกความรู้สึกช้าหรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะคะ เเต่กับเรื่องนี้เราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกเราเลยสักนิดเดียว
ตอนนี้เราเข้ามหาลัยเเล้ว เเละกำลังจะขึ้นปีสอง คือเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนม.ปลายค่ะ
เราขึ้นม.4 ที่โรงเรียนเอกชนเเห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับสมัยม.ต้น เเล้วทีนี้ก็มีเด็กต่างโรงเรียนมาต่อโรงเรียนเราเหมือนกัน เราเเทนชื่อเขาด้วยชื่อ เอ นะคะ เราก็อยู่กับเพื่อนกลุ่มเรา เหมือนปกติอ่ะค่ะ นักเรียนม.ปลายอะไรเเบบนั้น แต่ว่า เพื่อนเอเนี่ย จะค่อนข้างสนิทกับเรานิดหน่อย สาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะ เรานั่งใกล้ๆกันค่ะ คือ เราสูงประมาณ 167 ซ.ม. ครูประจำชั้น ก็เลยจับเรานั่งแถวรองสุดท้าย เเล้วเพื่อนเอ นั่งหลังเรา ไม่ใช่ข้างหลังตรงๆนะคะ เยื้องๆกันหน่อย เเล้วเวลามีงานกลุ่มอะไร ก็จับกลุ่มด้วยกัน เเล้วครูก็ชอบเเบบจับกลุ่มให้จากการเรียงเเถว ก็เลยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ จนตัวเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เอ อ่ะ คือเพื่อนสนิทเราที่เป็นผู้ชายเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นตัวเราไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าเพื่อนคนนี้คิดยังไงกับเรา ก็เพื่อนกันอ่ะค่ะ จะให้คิดอะไรเกินเลยได้ยังไง ผิดผีชัดๆ
จนกระทั่งวันนึ่ง ตอนประมาณม. 4 เทอม สอง เรามาโรงเรียนเช้ากว่าทุกวัน เเล้วทีนี้ก็เจอเพื่อนเอ เราก็ทักทายตามปกติ นั่งอยู่ที่โรงอาหาร รอเข้าเเถวเคารพธงชาติ เเล้วก็เพื่อนของเอ เขาก็เข้ามาพูดกับเราว่า เนี่ยๆ เอชอบแกอ่ะ (จริงๆหยาบกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าควรใช้คำหยาบหรือเปล่าค่ะ) เราก็ตอบ จะบ้าหรอ เพื่อนกัน ตอนนั้นเอก็อยู่ด้วย เราเลยหันไปมองเอ เอก็ทำท่าเหมือนเเบบไม่จริงๆ อย่าไปเชื่อ เเล้วประจวบกับเพื่อนคนที่พูดเนี่ย เป็นคนพูดเเบบทีเล่นทีจริง เราเลยคิดว่า เพื่อนคนนี้น่าจะเเกล้งอำเราเล่น อีกอย่างเราไม่สวยขนาดมั่นหน้าว่าจะมีคนมาชอบเราได้
เวลาก็ดำเนินมาเรื่อยค่ะ เเต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพื่อนเอ เขาจะอยู่ข้างๆเราตลอด จนกระทั่งม. 5 เทอม 1 ตัวเราเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างจากเพื่อนเอ เพื่อนเอเขาเล่นถึงเนื้อถึงตัวเรามาก เเบบเช่นเรานั่งอยู่ที่โต๊ะ เพื่อนเอ ก็จะมาข้างเเล้วทิ้งตัวลงทับเรา(ไม่ใช่การกอดจากข้างหลังนะคะ เเค่ทิ้งตัวลงมาเฉยๆ) เเรกๆ เรายอมรับนะว่าเราเฉยมาก เเบบ เเค่ด่าเเล้วผลักมันออก จนเเบบ เออช่างมัน พูดเเล้วไม่ยอมฟัง แต่หลังๆ มันก็มีบางเเวบนะว่า ชอบความรู้สึกนี้ เเต่ก็สะบัดทิ้ง เพื่อนกันๆ เเละเขาก็ไม่มีทางคิดอะไรกับเราหรอก เราก็ห้ามใจเเบบนี้มาตลอด
คือมีอยู่วันหนึ่ง วันจันทร์ เราไม่มาเรียน พอวันอังคารเราไป เพื่อนเราก็ล้อเพื่อนเอ ว่าประมาณว่า ชอบเพื่อนในห้องหรอ (อีกคนที่ไม่ใช่เรา) คือล้ออะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ เราเลยหันไปถามเพื่อนสนิทเราที่เป็นผญ. ว่ามีอะไรหรอ ทำไมล้อเอเเบบนั้น เพื่อนเราก็บอกว่า ไอ้เอมันชอบพี(นามสสมมติค่ะ) มั้ง เหนว่าส่งกระดาษบอกรักอะไรสักอย่าง คือคำตอบที่ได้มันไม่เคลียร์ค่ะ เราเลยหันไปถามเพื่อนเอตรงๆเลย ว่า ชอบพีหรอ (ลืมบอกไปค่ะ ขึ้นม.5 แล้วเปลี่ยนครูประจำชั้น เเต่ครูประจำชั้นคนใหม่ก็จับเรานั่งหลังห้องเหมือนเดิม เเต่ที่ต่างจากเดิมคือ เรานั่งข้างเอเลย คือมันเป็นเเถวล่ะสามคนค่ะ เรานั่งกลางเพื่อนสนิทผญ.เรานั่งข้างขวา(เพื่อนเราก็สูงค่ะ) เเล้วเอนั่งซ้าย)
พอเราถามเอ เอก็ตอบว่าไม่ได้ชอบ เราก็เลยเเบบ จริงเปล่าๆ คือล้อมันอ่ะค่ะ เเหม่ เพื่อนมีคนที่เเอบชอบทั้งทีก็ต้องล้อสิคะ เอก็ตอบว่าไม่ใช่ๆ จนวันต่อมา วันพุธ เอก็มาพูดกับเราว่าเราได้ฟังเพลงที่เอบอกให้ไปฟังหรือยัง เมื่อวันศุกร์ที่เเล้ว เราก็ตอบว่ายัง (เพลงที่เอบอกให้ไปฟังคือเพลง ความจริงของ The mouses ) เราไม่สนใจฟังเพลงอยู่เเล้วค่ะ เราไม่ติดโซเชี่ยลเท่าไหร่ เพราะมือถือเราพัง เอก็บอก เนี่ย เพราะเเกเป็นเเบบนี้ไง เราก็บอกอะไรของแก เอก็เงียบไป เเบบนานมาก จนพักเที่ยง กินข้าวเที่ยงเสร็จ เเล้วขึ้นห้องมานั่งเรียน เอก็ถามเราว่า จะตัดใจจากคนที่ชอบต้องทำยังไง เราก็ มาไม้ไหนเนี่ย เอก็บอก เออ บอกมาเหอะน่า เราเลยบอก ไม่รู้ว่ะ ไปชอบคนอื่นดูมั้ง ตอนนั้นคือเราตอบเเบบขอไปทีมาก เเล้วสักพักก็เปลี่ยนเรื่องคุย นู่นนี่จนจะเลิกเรียน เอมาถามเราว่า เลิกเรียนเเล้วกลับบ้านเลยหรอ ขอเวลาเเปปได้ป่ะ เราก็บอก ไม่รู้ว่ะ ต้องกลับพร้อมน้อง มีไรก็พูดมาเลยดิ้ เอก็ยึกยักๆ จนสุดท้ายเเล้ว วันนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันว่าเอมีเรื่องอะไรจะพูด พอมาอีกวัน วันพฤหัส วันนั้นทั้งวัน เรากับเอ ก็คุยกันปกติ เหมือนอย่างเคย เเล้วไอ้ข่าวลือ เรื่องเอชอบพี ก็มาอีกครั้ง
เราเลยหันไปถามอีก เเบบเซ้าซี้อ่ะค่ะ ว่าเอๆๆ เอชอบพีหรอ เอก็ตอบ เปล่าไม่ได้ชอบ เเล้วเอชอบใครๆ เอเก็เงียบ เราเลยถาม แบบนี้เรื่อยๆ แทบทั้งวันอ่ะค่ะ เเต่ไม่ได้ตลอดเวลานะ คือเอาจริงๆ เราเเกล้งเล่นอ่ะ เวลาเเกล้งเพื่อนเเล้วเพื่อนหมดหนทางต่อกรมันสะใจดีค่ะ เราจำได้เเม่นเลยว่าตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสอง พักเบรคตอนบ่าย คาบต่อไปเป็นวิชาคณิตเพิ่มเติม เพราะเรามีสอบย่อย เราก็เซ้าซี้เอต่อ เอออ บอกมาเหอะน่าา ไม่บอกใครหรอก สัญญาเลย ชอบพี่หรอ เอาดีๆดิ่ เอหันมามองหน้าเรา เเล้วพูด [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ คือตอนนั้นเรานิ่งไปแปปนึง เเล้วปากมันพูดไปก่อนสมองว่า โม้ๆ เเล้วเรากํหันหน้ามาเลย ความรู้สึกตอนนั้นคือเราเขิน หน้ามันร้อนจริงๆ ไม่รู้ว่าเเดงมั้ย ไม่รู้ว่ามีใครได้ยินบ้าง เเต่สมองเราตอนนั้นมันมีสองความคิดขึ้นมาว่า ชอบเราจริงๆหรอ กับ มันเเกล้งเราหรือเปล่า แบบรำคาญเลยพูดไป จำได้อย่างเดียว สอบย่อยวิชาคณิตเพิ่มเติม เราไม่รู้เรื่องเลย ถอดรากที่สองของ 25 เรายังถอดออกมาเป็น 25 เลย คือสมองมันตื้อจริงๆ เราไม่คุยอะไรกันเลย จนกระทั่งเลิกเรียน เราหันไปพูดกับเพื่อนสนิทที่เป็นผญ.เราว่า เรามีเรื่องจะปรึกษา ไว้เดี๋ยวเย็นนี้ทักเเชทในเฟสไป มันก็บอก พูดมาเลย เราเลยบอกไม่เอา เดี๋ยวพูดไม่รู้เรื่อง ขอพิมดีกว่า พอเย็นเราเลยทักเพื่อนสนิทเราไป เเล้วเราให้ฟังว่าเอ มาบอกชอบเรา เพื่อนสนิทก็ไม่พูดไร เเค่บอกว่า ถ้าเราชอบก็ให้คำตอบเขาไปไรงี้ เราเลยบอก เเล้วถ้าเอล้อเล่นอ่ะ เพื่อนเราก็บอกก็เเค่ถาม ถามมันไปเลยตรงๆ จะได้ไม่ต้องคิดมาก ถามว่าเราได้ทำตามที่เพื่อนเเนะนำมั้ย บอกเลยว่าไม่ พอวันต่อมา คือเราเงียบ เพื่อนเอก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กัน เราก็ไม่กล้าถาม ตอนนั้นตัวเรายังไม่แน่ใจความรู้สึกขอตัวเองเลยสักนิด กระทั่งเวลาผ่านไปแบบนานมาก ถามว่ามีคุยกันมั้ยก็มีบ้าง เเต่ถ้าเลี่ยงได้ ก็จะเลี่ยงกันไป จนกระทั่งวันรับผลสอบ วันนั้นเรามั่นใจความรู้สึกเราที่สุดคือเราเสียใจ เสียใจจริงๆ คือเราอ่ะ รับผลสอบเสร็จเเล้ว กำลังจะขึ้นรถกลับบ้านพร้อมเเม่กับพ่อเรา เเล้วพอดีกับที่เอมา เอลงจากรถพอดี คือถ้าเป็นเมื่อก่อนก่อนเกิดเหตุการณ์นั้นเราก็คงโบกมือถามตรงๆเลยเว้ย ว่าเห้ยเป็นไงบ้าง ไรงี้ เเต่คือวันนั้นไม่มีไรเลย เราเเค่ยืนมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น นึกภาพตามนะคะ ที่จอดรถ เรากับเอจอดรถตรงข้ามกัน เราเตรียมจะขึ้น เอลงมาจากรถเเล้ว คือสายตาเอตอนนั้น เราอ่านมันออกอ่ะค่ะ มันคือสายตาของคนที่ผิดหวัง เสียใจ เเล้วตัวเราในตอนนั้นมีความรู้สึกว่า ฟางเส้นสุดท้ายมันขาดเเล้ว เรารู้สึกเเบบนั้นจริงๆ
เทอมสอง เราถูกจับย้ายที่นั่ง ไม่ได้นั่งข้างกัน เทอมสองหมดไปด้วยเเเบบเราคุยกันเเถบนับประโยคได้ มีบางครั้งเราหงุดหงิดเพื่อนเอด้วย หงุดหงิดด้วยเรื่องไร้สาระสุดๆ คือเพื่อนเอ เหมือนไปสนิทกับเพื่อนผญ.ในห้องคนอื่น เเบบถึงเนื้อถึงตัว คือเราจำความรู้สึกได้คือเราโกรธ โกรธจริงๆ พอโกรธเเล้วนอยด์ นอยด์ไปทั้งวันอ่ะ มีวันหนึ่ง เราต้องท่องศัพท์เตรียมสอบอิ้งกันค่ะ เเล้วพอดีมีศัพท์คำว่า resident แปลว่าที่พักพิง พักอาศัย อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ เเล้วตอนนั้นเดินขึ้นบันไดมาเหนื่อยๆ (เราเรียนชั้นสี่ค่ะ) เพื่อนเอก็เดินมาทางเรา เเล้วเอาเเขนมาพักไว้ที่ไหล่เราอ่ะค่ะ เหมือนพักพิงไรงี้ เพื่อนเอก็พูดขึ้นมา [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ตอนนั้นเรานิ่งไปพักหนึ่ง จากนั้นเพื่อนเอก็ผละจากเราไป หาเพื่อนผญ.อีกคนในห้อง(เพื่อนคนนี้มีคนคุยอยู่เเล้วนะคะ) เเล้วก็ทำเเบบที่ทำกับเราอ่ะค่ะ ตอนนั้นเราโกรธมาก เราเดินไปข้างเพื่อนเอ เเล้วก็พูดออกมา [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ คือรู้สึกตัวเลยว่าเราเหวี่ยง เหวี่ยงมาก เเล้วจากนั้นก้ไม่ได้คุยอะไรกันเลยค่ะ จนจบม. 5 ขึ้นกระทั่งม. 6 เทอม 1 ก็จบไปแบบไร้ความหมายค่ะ เราไม่ได้คิดถึงเรื่องเพื่อนเอค่ะ เพราะกำลังหาที่เรียนต่อ เเล้วก็งานกิจกรรมตอนนั้นมันรัดตัวมากๆ เเต่ก็ได้กลับมาคุยกันอีกครั้งค่ะ ตอนทำงานห้องวิชานาฏศิลป์ เขาให้ทำหนังสั้นค่ะ ก็เลยได้คุยๆกัน เเต่ก็เหมือนเเบบเเปลกๆค่ะ พอม. 6 เทอม 2 เพื่อนในห้องก็เริ่มได้โควต้าค่ะ ได้ที่เรียนกันเเล้ว รวมถึงเพื่อนเอด้วย อ้อๆ เราถูกจับมานั่งใกล้กันค่ะ เหมือนเมื่อตอนม.4 เลยค่ะ เรานั่งหน้า เพื่อนเอ นั่งหลังเยื้องๆกับเราค่ะ มีอยู่วันหนึ่งเราไปสอบ เพื่อนเอเลยมานั่งที่เรา ซึ่งข้างๆเราอ่ะค่ะ คือเพื่อนสนิทเรา เเล้วเหมือนว่าได้คุยกันปรึกษากันไรงี้ (เพื่อนสนิทเรากับเอก็เพื่อนกันอ่ะค่ะ คล้ายๆเราเลย) เพื่อนสนิทมาเล่าให้เราฟังว่าเพื่อนเอมีเเฟนเเล้ว ตอนเเรกเราทึ่ง เเต่ตกใจหนักว่าตอนบอกว่าเป็นใครค่ะ เเฟนเพื่อนเอคือผญ.ที่โคตรเพอร์เฟคค่ะ สวย เก่ง รวย เเบบโคตรๆเพอร์เฟคอ่ะค่ะ เราเเบบ อ่า...โอเค ความรู้สึกตอนนั้นคือ โอเค...มั้ง ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันเหมือนจะโอเค แต่บางทีมันก็ไม่โอเคเลยที่เห็นเขาอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งเราได้มหาลัย เขาก็ได้มหาลัย ผ่านมาจากตอนนั้นก็เกือบๆปีหนึ่งล่ะ ถ้านับจากตอนที่เรารู้ว่าเขามีเเฟน แต่ถ้านับจากที่เรารู้ว่าเขาชอบเราก็ ราวๆ 3 ปีแล้วหรือเปล่านะ มันแปลกตรงที่เรายังจำทุกเรื่องราวได้ จำได้ทุกอย่าง เเต่ก็บอกตัวเองมาตลอดว่าไม่ได้ชอบ พอเราเริ่มจะรู้สึกดีกับใครอีกคน ความรู้สึกของเราที่มีต่อเพื่อนเอก็จะเข้ามาเเทรกตลอด เราปรึกษาน้องสาวก็แล้ว เพื่อนก็เเล้ว เขาบอกว่าเราชอบเพื่อนเอ เเต่ไม่รู้เหมือนกัน พอเราคิดเเบบนั้น มันก็แบบ เฮ้ย ใช่หรอว่ะ เราชอบเอจริงๆหรอว่ะ ไม่ใช่มั้ง เเบบนี้เกิดขึ้น
เราโคตรอยากรู้ความรู้สึกตัวเองต่อเพื่อนเอจริงๆค่ะ
เราไม่เข้าใจจริงๆค่ะ