มาแชร์แนวคิดนะคับ
การเลือกหุ้น นั้นควรถือเพื่อเป็นการลงทุน เป็นการออมเงิน เรื่อยๆ โดยไม่สนใจการขึ้นลงของราคา (สังเกตจากการที่เราไม่ค่อยจะไปดูมากเท่าไร่ วันหนึ่งอาจจะดูแค่ครั้งเดียว หรือ อาทิตย์ละครั้งเป็นต้น) เป็นการลงทุนระยะยาวที่คาดว่าจะไม่ได้ใช้เงินจำนวนนี้ และสามารถที่จะยอมรับการขาดทุนได้
หลักการคือ การออมเงินระยะยาว โดยไม่ไปสนใจมัน
วิธีการดูคือ
เราอาจจะหาหุ้นหรือบริษัท ที่เรารู้จัก ในตลาด เป็นบริษัท ค่อนข้างใหญ่ คืออาจจะเคยใช้สินค้าและบริการด้วยยิ่งดี
ต่อมาเราก็มาลองนึกดูว่า บริษัทที่เราเลือกนี้ จะอยู่และดีขึ้นไหม ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ถ้าขาดบริษัทนี้ไป บริเวณนั้นได้รับผลกระทบหรือขาดบริษัทของเราจะทำให้เกิดผลกระทบ พูดง่ายๆ คือ บริษัทเราขาดไม่ได้ในวงจรเศรษฐกิจ คือโดดเด่นนั่นเอง และเราอยากที่จะเป็นเจ้าของหรือไม่
บริษัทที่เลือกจะต้องไม่เป็นบริษัท ที่เป็นวงจร เช่น น้ำมัน พลังงาน หรือพวก IT เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงที่ไวมาก หรือเคมี หรือ สินค้าเกษตร เป็นต้น คือให้เลือกอะไรที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างช้า
หลังจากนั้นสิ่งสำคัญทีต้องดูคือ บริษัทมีกำไรต่อเนื่องรึเปล่า สัก 5 ปี กำไรเพิ่ม ไหม รายได้เพิ่มขึ้นไหม
โดยกำไรอย่างน้อยต้อง 20% ขึ้นไป และที่สำคัญ D/E ควรน้อยกว่า 1.2 เท่า
เงินสดที่รับ ควรมากกว่าหรือเท่ากับ กำไรในไตรมาศนั้น ๆ ด้วย
ผมไม่ค่อยดูปันผล แต่ดูที่การเติบโตของบริษัท
แล้วควรกระจายความเสี่ยงอย่างน้อย 2 บริษัทขึ้นไป
หลังจากนั้นก็ทยอยซื้อเลย
อาจจะคำนวณ ราคาจาก กำไรต่อหุ้น คิดคาดการณ์ใน 1 ปี โดย ไตรมาศนั้น x 4 แล้วคูณกับ p/e เลย
ถ้าได้ราคาใกล้เคียงกับราคาตลาด ก็จะเข้าซื้อเลย ไม่เกี่ยงราคา เพราะเราถือระยะยาว ถ้ามันลงก็ไม่เป็นไร
ทยอยซื้อทุกเดือน
มาแชร์แนวคิดนะคับ
หลักการเลือกหุ้น ฉบับมนุษเงินเดือน แชร์แนวคิดนะคับ
การเลือกหุ้น นั้นควรถือเพื่อเป็นการลงทุน เป็นการออมเงิน เรื่อยๆ โดยไม่สนใจการขึ้นลงของราคา (สังเกตจากการที่เราไม่ค่อยจะไปดูมากเท่าไร่ วันหนึ่งอาจจะดูแค่ครั้งเดียว หรือ อาทิตย์ละครั้งเป็นต้น) เป็นการลงทุนระยะยาวที่คาดว่าจะไม่ได้ใช้เงินจำนวนนี้ และสามารถที่จะยอมรับการขาดทุนได้
หลักการคือ การออมเงินระยะยาว โดยไม่ไปสนใจมัน
วิธีการดูคือ
เราอาจจะหาหุ้นหรือบริษัท ที่เรารู้จัก ในตลาด เป็นบริษัท ค่อนข้างใหญ่ คืออาจจะเคยใช้สินค้าและบริการด้วยยิ่งดี
ต่อมาเราก็มาลองนึกดูว่า บริษัทที่เราเลือกนี้ จะอยู่และดีขึ้นไหม ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ถ้าขาดบริษัทนี้ไป บริเวณนั้นได้รับผลกระทบหรือขาดบริษัทของเราจะทำให้เกิดผลกระทบ พูดง่ายๆ คือ บริษัทเราขาดไม่ได้ในวงจรเศรษฐกิจ คือโดดเด่นนั่นเอง และเราอยากที่จะเป็นเจ้าของหรือไม่
บริษัทที่เลือกจะต้องไม่เป็นบริษัท ที่เป็นวงจร เช่น น้ำมัน พลังงาน หรือพวก IT เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงที่ไวมาก หรือเคมี หรือ สินค้าเกษตร เป็นต้น คือให้เลือกอะไรที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างช้า
หลังจากนั้นสิ่งสำคัญทีต้องดูคือ บริษัทมีกำไรต่อเนื่องรึเปล่า สัก 5 ปี กำไรเพิ่ม ไหม รายได้เพิ่มขึ้นไหม
โดยกำไรอย่างน้อยต้อง 20% ขึ้นไป และที่สำคัญ D/E ควรน้อยกว่า 1.2 เท่า
เงินสดที่รับ ควรมากกว่าหรือเท่ากับ กำไรในไตรมาศนั้น ๆ ด้วย
ผมไม่ค่อยดูปันผล แต่ดูที่การเติบโตของบริษัท
แล้วควรกระจายความเสี่ยงอย่างน้อย 2 บริษัทขึ้นไป
หลังจากนั้นก็ทยอยซื้อเลย
อาจจะคำนวณ ราคาจาก กำไรต่อหุ้น คิดคาดการณ์ใน 1 ปี โดย ไตรมาศนั้น x 4 แล้วคูณกับ p/e เลย
ถ้าได้ราคาใกล้เคียงกับราคาตลาด ก็จะเข้าซื้อเลย ไม่เกี่ยงราคา เพราะเราถือระยะยาว ถ้ามันลงก็ไม่เป็นไร
ทยอยซื้อทุกเดือน
มาแชร์แนวคิดนะคับ