'น้ำตาล' ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาวไทยแห่งปี
มงกุฎและสายสะพายเปลี่ยนชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยคำเรียกขานใหม่ว่า “นางงาม” และชีวิตของ 'ชลิตา ส่วนเสน่ห์' ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปในวันที่เธอเป็นสตรีที่สวยที่สุดในประเทศไทย และเกือบจะได้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาล
เมืองไทยเกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่วิกฤตต้มยำกุ้งหรือมหาอุทกภัย แต่คนไทยพร้อมใจกัน #งดกินของหวานเพราะน้ำตาลแพงมาก เพราะเธอคนนี้ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ประจำปี 2016 ผู้จุดประกายความหวังของคนไทยขึ้นมาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี หลังจากมงกุฎนางงามจักรวาลได้วางลงบนศีรษะของภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนกเมื่อปี 1988
“มองหาพี่ๆ มองหาพ่อแม่ ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ได้แต่บอกตัวเองว่ามาแล้วต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” น้ำตาลเผยความรู้สึกในวินาทีที่ชื่อของเธอผ่านเข้าไปถึงรอบ 6 คนสุดท้าย ซึ่งผู้ชมบางคนภาวนาขอให้เกิดความผิดพลาดซ้ำสองของ Steve Harvey พิธีกรของงานที่เคยประกาศชื่อนางงามจักรวาลผิดประเทศในการประกวดปีที่แล้ว แต่เมื่อไม่มีอะไรผิดพลาดและปาฏิหาริย์ที่ได้มาถึงรอบลึกขนาดนี้ก็มากพอแล้ว น้ำตาลจึงเดินลงจากเวทีและเดินทางกลับประเทศไทย “ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลย ตาลได้เพื่อนเพิ่มขึ้นอีก 85 ประเทศ รวมถึงมิสโคลอมเบียที่กลายเป็นเพื่อนสนิทมากๆ แล้วเราก็ทำทุกอย่างเต็มที่และตั้งใจที่สุดแล้ว ผลที่ออกมาเป็นที่พอใจสำหรับตัวเอง แต่ก็แอบเสียดายนิดหนึ่ง
ว่าเราไปไม่ถึง เพราะหวังเอาไว้ถึงมงกุฎนางงามจักรวาล”
น้ำตาลตอบสั้นๆ ว่าต้นแบบที่ทำให้เธอฝันอยากมีมงกุฎของตัวเองคือมารดา หญิงสาวเชื้อสายเยอรมันที่เค้าโครงหน้าอธิบายได้คำว่า “เอ็กซอติก”เช่นเดียวกับบุตรสาว เธอเคยร่ายยาวถึงแรงบันดาลใจจากแม่ไว้ในอินสตาแกรม @namtanlitaa ว่า “…ตั้งแต่เด็กๆ ตาลเห็นรูปแม่แต่งหน้าทำผมในชุดสวยๆ มีสายสะพาย ตาลไม่รู้หรอกว่าแม่กำลังทำอะไร รู้แต่ว่าแม่คือผู้หญิงที่สวยที่สุดในสายตาของตาล วันนี้ตาลรู้แล้วว่าสิ่งที่แม่ทำเขาเรียกกันว่า ‘นางงาม’ มันคือสิ่ง
ที่ทรงเกียรติพร้อมภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่…#นางงามรุ่นใหญ่ #นางงามรุ่นใหม่”
ก่อนหน้านี้ชลิตาเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่วันนี้พอกลายมาเป็นนางงามในหัวใจคนไทยเธอจึงตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ดีว่ามาพร้อมความรับผิดชอบ “นางงามก็เหมือนกับทุกคนที่พอวันหนึ่งมีคนรู้จัก มีคนมารักมาชอบ ก็มองเห็นเราเป็นต้นแบบ ตาลก็คิดว่าตัวเองอยากเป็นต้นแบบของความอดทน ความสู้ชีวิต ที่ไม่คิดท้อถอยและเห็นคุณค่าของตัวเองเสมอ”
ทำไมน้ำตาลจึงกลายเป็นนางงามระดับปรากฏการณ์ ไม่ใช่เพราะเธอพร้อมจะเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่จะได้ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส แต่เพราะแค่เห็นหน้าใครบ้างจะไม่ตกหลุมรัก ใบหน้าแบบนี้เองที่ไม่เคยเห็นมานานแล้วในแวดวงนางงามหรือแม้กระทั่งคนเดินถนน ส่วนผสมของผิวสีแทนและใบหน้าคมคายซึ่งหวานเหมือนน้ำตาลละลายสมชื่อ เมื่อหันเปลี่ยนองศา “ชอบโหนกแก้มของตัวเองที่สุด” น้ำตาลตอบเมื่อถามว่าชอบอะไรในตัวเองที่สุด “ชอบความอดทนและสู้ไม่ถอยของตัวเอง” เธอตอบอีกครั้งเมื่อถามว่าชอบอะไรที่มองไม่เห็นภายนอก ก่อนจะพูดว่าไม่มีจริงหรอกผู้หญิงสวยในอุดมคติ “ไม่ยกตัวอย่างได้ไหมคะเพราะไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร ทุกคนมีความสวยในแบบของตัวเองความสวยไม่มีขีดจำกัดหรอกค่ะว่าจะเป็นแค่รูปลักษณ์ภายนอกหรือความสวยจากภายใน สำหรับตาลคิดว่าความสวยจากความเป็นธรรมชาติของตัวเองทำให้ผู้หญิงทุกคนเป็นคนสวย” แต่ก็มีหนึ่งเดียวที่จะได้สวมมงกุฎและสายสะพายเหมือนอย่างเธอ

ผู้เขียน : สุภักดิภา พูลทรัพย์
ที่มา :
http://www.vogue.co.th/fashion/article/'น้ำตาล'-ชลิตา-ส่วนเสน่ห์-ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาวไทยแห่งปี
VOGUE น้ำตาล' ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาวไทยแห่งปี
'น้ำตาล' ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาวไทยแห่งปี
มงกุฎและสายสะพายเปลี่ยนชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยคำเรียกขานใหม่ว่า “นางงาม” และชีวิตของ 'ชลิตา ส่วนเสน่ห์' ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปในวันที่เธอเป็นสตรีที่สวยที่สุดในประเทศไทย และเกือบจะได้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาล
เมืองไทยเกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่วิกฤตต้มยำกุ้งหรือมหาอุทกภัย แต่คนไทยพร้อมใจกัน #งดกินของหวานเพราะน้ำตาลแพงมาก เพราะเธอคนนี้ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ประจำปี 2016 ผู้จุดประกายความหวังของคนไทยขึ้นมาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี หลังจากมงกุฎนางงามจักรวาลได้วางลงบนศีรษะของภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนกเมื่อปี 1988
“มองหาพี่ๆ มองหาพ่อแม่ ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ได้แต่บอกตัวเองว่ามาแล้วต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” น้ำตาลเผยความรู้สึกในวินาทีที่ชื่อของเธอผ่านเข้าไปถึงรอบ 6 คนสุดท้าย ซึ่งผู้ชมบางคนภาวนาขอให้เกิดความผิดพลาดซ้ำสองของ Steve Harvey พิธีกรของงานที่เคยประกาศชื่อนางงามจักรวาลผิดประเทศในการประกวดปีที่แล้ว แต่เมื่อไม่มีอะไรผิดพลาดและปาฏิหาริย์ที่ได้มาถึงรอบลึกขนาดนี้ก็มากพอแล้ว น้ำตาลจึงเดินลงจากเวทีและเดินทางกลับประเทศไทย “ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลย ตาลได้เพื่อนเพิ่มขึ้นอีก 85 ประเทศ รวมถึงมิสโคลอมเบียที่กลายเป็นเพื่อนสนิทมากๆ แล้วเราก็ทำทุกอย่างเต็มที่และตั้งใจที่สุดแล้ว ผลที่ออกมาเป็นที่พอใจสำหรับตัวเอง แต่ก็แอบเสียดายนิดหนึ่ง
ว่าเราไปไม่ถึง เพราะหวังเอาไว้ถึงมงกุฎนางงามจักรวาล”
น้ำตาลตอบสั้นๆ ว่าต้นแบบที่ทำให้เธอฝันอยากมีมงกุฎของตัวเองคือมารดา หญิงสาวเชื้อสายเยอรมันที่เค้าโครงหน้าอธิบายได้คำว่า “เอ็กซอติก”เช่นเดียวกับบุตรสาว เธอเคยร่ายยาวถึงแรงบันดาลใจจากแม่ไว้ในอินสตาแกรม @namtanlitaa ว่า “…ตั้งแต่เด็กๆ ตาลเห็นรูปแม่แต่งหน้าทำผมในชุดสวยๆ มีสายสะพาย ตาลไม่รู้หรอกว่าแม่กำลังทำอะไร รู้แต่ว่าแม่คือผู้หญิงที่สวยที่สุดในสายตาของตาล วันนี้ตาลรู้แล้วว่าสิ่งที่แม่ทำเขาเรียกกันว่า ‘นางงาม’ มันคือสิ่ง
ที่ทรงเกียรติพร้อมภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่…#นางงามรุ่นใหญ่ #นางงามรุ่นใหม่”
ก่อนหน้านี้ชลิตาเป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่วันนี้พอกลายมาเป็นนางงามในหัวใจคนไทยเธอจึงตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ดีว่ามาพร้อมความรับผิดชอบ “นางงามก็เหมือนกับทุกคนที่พอวันหนึ่งมีคนรู้จัก มีคนมารักมาชอบ ก็มองเห็นเราเป็นต้นแบบ ตาลก็คิดว่าตัวเองอยากเป็นต้นแบบของความอดทน ความสู้ชีวิต ที่ไม่คิดท้อถอยและเห็นคุณค่าของตัวเองเสมอ”
ทำไมน้ำตาลจึงกลายเป็นนางงามระดับปรากฏการณ์ ไม่ใช่เพราะเธอพร้อมจะเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่จะได้ครองมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส แต่เพราะแค่เห็นหน้าใครบ้างจะไม่ตกหลุมรัก ใบหน้าแบบนี้เองที่ไม่เคยเห็นมานานแล้วในแวดวงนางงามหรือแม้กระทั่งคนเดินถนน ส่วนผสมของผิวสีแทนและใบหน้าคมคายซึ่งหวานเหมือนน้ำตาลละลายสมชื่อ เมื่อหันเปลี่ยนองศา “ชอบโหนกแก้มของตัวเองที่สุด” น้ำตาลตอบเมื่อถามว่าชอบอะไรในตัวเองที่สุด “ชอบความอดทนและสู้ไม่ถอยของตัวเอง” เธอตอบอีกครั้งเมื่อถามว่าชอบอะไรที่มองไม่เห็นภายนอก ก่อนจะพูดว่าไม่มีจริงหรอกผู้หญิงสวยในอุดมคติ “ไม่ยกตัวอย่างได้ไหมคะเพราะไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร ทุกคนมีความสวยในแบบของตัวเองความสวยไม่มีขีดจำกัดหรอกค่ะว่าจะเป็นแค่รูปลักษณ์ภายนอกหรือความสวยจากภายใน สำหรับตาลคิดว่าความสวยจากความเป็นธรรมชาติของตัวเองทำให้ผู้หญิงทุกคนเป็นคนสวย” แต่ก็มีหนึ่งเดียวที่จะได้สวมมงกุฎและสายสะพายเหมือนอย่างเธอ
ผู้เขียน : สุภักดิภา พูลทรัพย์
ที่มา : http://www.vogue.co.th/fashion/article/'น้ำตาล'-ชลิตา-ส่วนเสน่ห์-ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาวไทยแห่งปี