เมื่อมีพักฟรีที่ฮ่องกง ----> เก็บกระเป๋าสิคะรออะไร <----

หลิ่วตานี่ไม่ใช่กระทู้รีวิว Trip ท่องเที่ยวเล็กๆครั้งแรกของคนที่ยังไม่เคยออกนอกประเทศอย่างจริงจัง
เกิดเป็นความประทับใจที่คงไม่มีวันลืมเลย หัวใจ ปล.ที่พักฟรีคือโรงแรมเพื่อนแฟนค่ะ ฟรีเฉพาะเรา เราก็เลยถือว่าฟรี เผื่อคนที่คิดว่า โรงแรมจะเปิดห้องให้พักฟรี ไม่มีนะคะ โดยเฉพาะฮ่องกง ที่อสังหาแพงมาก
               
              เรื่องคือแฟนจะไปดูคอนเสริต metalica คิดไม่ตกว่าจะไปไหนดี สิงค์โปรใกล้ๆ แต่ฮ่องกงเพื่อนนางมีห้องพัก ซึ่งไปพักได้ฟรี เพราะนั้น ฮ่องกงสิคะ รออะไร ปล.ฟรีคือโรงแรมเพื่อนค่ะเผื่อใครเข้ามาแล้วคิดว่า จะไปพักฟรีบ้าง บ้าหรออออ ใครจะเปิดโรงแรมให้คนเข้าพักฟรี
              เดินทางกับสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ค่ะ ครั้งแรกกับการทำเรื่องผ่าน ตม. สะดวกสบายดีค่ะไม่ติดอะไร เราเดินทางไฟลท์ บ่าย 3 ค่ะ กะว่าไปถึงก็เดินเล่นแล้วพักผ่อน ที่จริงมีปัญหาเพราะคนที่จะไปด้วยไม่ชอบบิน นางต้องมาจากต่างจังหวัดนางไม่อยากบินหลายรอบ นางเลยนั่งรถไฟมาแทน เลยเหลือตัวเลือกไม่มาก ไม่บินบ่ายก็ต้องเย็นถึงดึกเลยเลือกบินเวลาแบบนี้แทน (เฮ้อกรรมอะไรของฉ้าน)
รูปนี้ประมาณ1ชั่วโมงก่อนเครื่องลงค่ะ ฟ้าเปลี่ยนสีกันเลยทีเดียว เราตื่นเต้นมากด้านหน้ามืด ด้านหลังยังสว่าง สวยจัง และแล้วก็มาถึงสนามบินเวลาประมาณทุ่มนิดๆหลังรอคิวผ่าน ตม. รอกระเป๋าเสร็จ ก็มาทำบัตร octopus บัตรนี้สะดวกมากนะคะ ไม่ต้องพกเงินสด ขึ้นรถลงเรือซื้อของใช้ได้หมดเลย ถ้าเงินหมดก็เติมได้เรื่อยๆ พอเหลือก็มาแลกคืนที่สนามบินได้เลยค่ะ
              เราเลือกนั่งรถเมล์เข้าเมืองจะได้ชมวิว ชมเมืองไปในตัว รถจะอยู่ทางออกนิดนึงมองไปจะเห็นรถเมล์ตามป้ายที่นี่ต้องเข้าแถวนะคะ ไปยืนทะเล่อทะล่าแบบประเทศไทยไม่ได้นะคะ รถไม่ค่อยติดเลยค่ะ ถนนรถราดูเป็นระเบียบดี

              อาหารมื้อแรกคือเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านอาหารเวียดนาม แถวๆที่พัก วันนี้คืนแรก พักที่ในย่าน Tsim Sha Tsui ย่านนี้เป็นย่านนักท่องเที่ยวเยอะมากตอนกลางคืนคนยังเดินกันขวักไขว่เลยค่ะ ทานเสร็จก็เดินเล่นแถวที่พัก

               
              ยิ้มแผนวันที่สองคือการไปนัดเจอน้องชายเพื่อนแฟนเพื่อรับกุญแจห้อง ที่จะอยู่ฟรี 3-4 วันนี้ แต่ตรอกซอกซอยที่นี่งงไปหมดตึกแถวอาคารก็แบ่งแยกย่อยกันเยอะมากกว่าจะหาตึกเจอก็เดินขึ้นผิดตึกไป 7 ชั้น แล้วต้องลงมาขึ้นตึกข้างๆอีก 7 ชั้น แล้วยังไม่พอ น้องลืมกุญแจไว้ในห้องอีก ต้องลงมาหาอะไรทานแล้วขึ้นไไปใหม่ สรุปเราขึ้นลงตึก 7 ชั้น 3 รอบ ของฟรีไม่ได้มาง่ายๆจริงๆนะเนี่ย ที่พักอยู่ใกล้ท่าเรือ first ferry ค่ะ จะมีรถเมล์มาสุดสายที่นี่เยอะมาก เดินทางไปไหนมาไหนเลยไม่ต้องห่วง หรือจะนั่งเรือก็สบายค่ะ
              
               อันนี้แลนด์มาร์คของเราค่ะ ไม่ใช่ที่พักเรานะคะ ตึกเราอยู่ใกล้ๆ แกรนด์วอเตอร์ฟร้อน นี่แหละค่า หนุ่มแว่นหนุ่มแว่น
              
               อาหารมื้อแรกของวัน ต้องเดินหาร้านที่มีรูปภาพ แล้วสั่ง คือทุกอย่างเป็นภาษาจีนหมด ได้มาแค่นี้ค่ะ เราต้องถ่ายรูปจากหน้าร้านมาสั่ง แต่ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ
พอสั่งเสร็จลองเอา google translate แอปในมือถือมาลองแปลจากรูปดู ก็ใช้ได้ดีนะ เผื่อเป็นข้อมูลหากใครต้องไปที่ๆไม่เข้าใจภาษา

              
               พอจัดการเรื่องห้องเสร็จก็ได้เวลาออกเที่ยวแล้ว จัดการลองเรือข้ามฟากไปฝั่ง North point ค่ะ แล้วลังเลๆอยู่พักนึง ก็กระโดดขั้น Tram กันไป แผนที่วางไว้มันบิดเบี้ยวไปกันหมดฮ่าๆ แต่เราชอบรถรางมากเลยค่ะ ได้บรรยากาศสุด



                นั่งจนตกลงกันได้เราขึ้นไปบน The peak ดีกว่า ลงรถรางได็ก็เดินไปหาทางขึ้นรถไปข้างบน คนคือแน่นมาก เราเลยย้อนกลับมารอรถเมล์ ระหว่างทางขึ้นไปก็จะเห็นเมืองด้านล่างอยู่เป็นช่วงๆ แต่วันนี้หมอกลงเยอะไปหน่อย กว่าจะถึงด้านบนก็มืดพอดี เลยได้บบรยากาศแสงสีไฟมาแทน

               ตอนลงเราลงรถรางค่ะประหยัดเวลากว่าเยอะเลย Peak Tram หวาดเสียวดี ยิ้ม


                ขากลับเราเลยไปตลาดก่อนค่ะ ไม่รู้ตลาดอะไรแน่ Lady market หรือ อะไร แต่ปลาหมึกแบบนี้แนะนำให้ลองค่ะ อร่อยมากกกกกก

                ที่พักเราค่ะตึกคือน่ากลัวมากไม่มีลิฟต์ สภาพคือกลัวผีแต่พอเปิดเข้าไปด้านในเท่านั้นแหละเค้าทำไว้ดีเลยค่ะ เพื่อนแฟนซื้อไว้ปล่อยเป็นห้องพักรายวัน มี 2 ห้องนอน มีครัวให้ ของใช้ทำกับข้าวพร้อม น้ำอุ่นตู้เย็น ไวไฟ ครบค่ะ
                
          วันที่ 3 ไปพิพิธภัณฑ์ ค่ะ ช่วงบ่ายแฟนไปดู metalica ส่วนเราไปเที่ยวสวน kowloon ค่ะ จะมีรูปปั้น comic ไว้ให้ถ่ายรูปด้วยค่ะ

                
               ผู้หญิงอย่างเราเมื่ออยู่คนเดียวก็กินสิคะ ช้อปสิคะ เย็นกะจะออกไปดูโชว์ไฟแต่นอนนานไปนิดมาถึงเขาเสร็จกันแล้ว แต่ไม่เป็นไร ไปถ่ายแค่ไฟตึกก็ได้ กลับมาวันนี้ เกือบเที่ยงคืนแฟนโทรตามยิกๆเลย ว่าอยู่ไหน ไหยยูบอกจะไม่ไปไหนไง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

             วันที่ 4 เน้นเดินค่ะ ที่นี่ Diamond hill มีหลายสวนติดกัน เดินวนไปค่ะ ใครอยากไหว้พระก็มีนะคะ เก็บตกด้วยร้านซูชิในสถานี ราคาไม่แพงเลยค่ะ รสชาติก็ดีนะคะ เนื้อแซลมอลแน่นๆ เต็มคำ

            ทานเสร็จก็ไปต่อย่านช้อปปิ้งค่ะ Causeway bay ไปกัน Tram อีกตามเคยค่ะ ถูกและเราชอบมาก

           ช้อปเหนื่อยก็กินแล้วก็ไปหาร้านนั่งดื่มแถวไม่ไกลที่พักค่ะ คืนนี้คือเศร้าไม่อยากกลับเลย ร้องไห้

           วันสุดท้ายวันนี้ออกเช้าสุด เริ่มแรกคือ Lunar new year market ค่ะ จะตรุษจีนพอดี ก็มีตลาดเล็กๆให้เดินดูของ
        
         แล้วก็เป้าหมายสุดท้ายของวันแต่ยังไม่ท้ายที่สุดคือ ชิงช้า มุ่งหน้าไป central ferry แล้วก็ไปกันเลย แล้วก็ไปต่อย่านขายของเล่นโมเดลต่างๆ ย่าน mong kok ไปร้านสตาร์วอส์มาด้วย ส่วนร้านอื่นคือไม่ได้ถ่ายรูปเลย เค้าล้อเล่น
          
           ได้เวลากลับที่พักแล้วเตรียมตัวกลับแล้วค่ะเศร้าจัง เราจะออกไวหน่อยเพื่อไปดูแสดงไฟ ถ่ายรูปเยอะมากยืนจนขาแข็งปรับกล้องแทบทุกระยะ ลงอันที่เราคิดว่าดีที่สุดละกันเนอะ ปล. รูปจากทริปนี้ทั้งหมดถ่ายจากมือถือค่ะ

            รวมๆแล้วคือประทับใจมาก สนุกมาก แพลนไว้ว่าจะไปดิสนีย์แลนด์ แต่ช่วงที่เราไปกระเช้าหยุดปรับปรุง เราเลยเจ็บใจไม่ข้ามไปฝั่งนั้นเลยค่ะ มีแพลนสำรองจะไปมาเก๊าวันนึง แต่ ขี้เกียจตื่น ฮ่าๆ เลยคิดว่าแล้วค่อยไปมาเก๊าแยกต่างหากทริปหน้าละกัน มาเที่ยวขอกินอิ่มนอนสบายละกันเนอะ ดอกไม้เยี่ยม

           งบประมาณที่ใช้ในทริปนี้เราหักดิบเก็บเงิน 2 เดือน และนี่คือส่วนที่เหลือ ภูมิใจมากค่า
    
         ส่วนอันนี้เป็น map ที่เราไปคร่าวๆค่ะ google เก็บหมดจริงๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่