เมื่อโรงเรียนไม่ได้ให้ความรู้

สวัสดีครับ ผมจะขอพาทุกๆท่านมาดูบทสัมภาษณ์ของคนๆหนึ่งกันนะครับ เขาเป็นคนหนึ่งที่กล้าพูดลยว่า แทบไม่ได้ความรู้อะไรจากโรงเรียนเลย ทำไมกัน หลักสูตรห่วยหรือ ?? ครูสอนไม่ดีหรือ ?? โรงเรียนไม่มีคุณภาพหรือ ?? ผมว่าไม่ใช่นะครับ !! เรื่องเป็นไงมาไง เรามาลองติดตามชมชีวิตช่วงวัยมัธยมของเขากันดีกว่านะครับ

// (ข้ามบททักทายไป) //

สมัยมัธยม ทุกๆเช้าคุณทำอะไรครับ ?
: ก็รีบตื่นไปโรงเรียนสิครับ กรุงเทพฯรถติดจะตาย แถมรถเมล์สายที่ผมนั่งยังผ่านถนนสีลมอีกต่างหาก

ถึงโรงเรียนแล้วทำอะไรต่อหรอครับ ?
: ก็นั่งรอเพื่อนๆสิครับ รอกินข้าว รอลอกการบ้าน เตะบอลบ้างนานๆครั้ง

จากนั้นหละครับ ?
: ก็เข้าเรียนสิครับ

คิดว่าตัวเองในห้องเป็นเป็นยังไง ?
: ก็ดีเลยนะ ไม่เคยโดดสักคาบ (ยกเว้นรอบที่นัดโดดยกห้องสำเร็จครั้งแรกและครั้งเดียวตอน ม.6 นะ) ผมตั้งใจฟังอาจารย์สอนมาก คือ แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนมีมารยาทพอสมควรเลยนะ ไม่คุย ไม่แอบเล่นเกมส์ ไม่แอบอ่านหนังสือการ์ตูนในห้อง จริงๆนั่งบริเวณแถวหน้าตลอดด้วยซ้ำ

แล้วพักเที่ยงกับตอนเย็นหล่ะ ?
: พักเที่ยงก็กินข้าว เตะบอลบ้าง แต่ส่วนใหญ่หมกตัวหาหนังสืออ่านในห้องสมุด ก็พวกนิยาย หนังสือสารคดีที่มีภาพสวยๆ // ตอนเย็นก็มีทำกิจกรรมชมรมบ้าง ซ้อมกองเชียร์บ้าง ออกไปพบปะเพื่อนโรงเรียนอื่นบ้าง คุย เดินเที่ยว มีเรียนพิเศษบ้างนะ และก็กลับบ้านครับ

ฟังดูไม่เลวนะครับ จบม.ปลายมาได้เกรดเท่าไรเนี้ย ?
: ก็ 2 นิดๆอะครับ 2.39 ประมาณเนี้ย ... เดี๋ยวๆ อย่าทำหน้าตาแบบนั้นสิครับ ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนะครับ

อื่ม..... มาถึงช่วงสุดท้ายของรายการวันนี้แล้วนะครับ อยากจะถามว่า มาตั้งกระทู้ทำไมครับ ?
: ก็ อยากจะแนะนำ เด็กรุ่นหลัง น้องๆ ที่ยังมีโอกาสในการศึกษา อะ ครับ อยากจะบอกพวกเขาว่า ถ้าปัจจุบันของพวกเขา ไม่ค่อยแตกต่างจากอดีตของผมมากนัก อนาคตลำบากนะครับ

... แน่นอนว่าคนเรามันพัฒนากันได้ ผมเองก็พัฒนาเมื่อขึ้นมหาวิทยาลัย เรียนเป็นสักที อ่านหนังสือสอบเป็นสักที วางแผนและทำเกรด A ได้สักที และภูมิใจด้วยเพราะเป็นพัฒนาการแบบก้าวกระโดดสำหรับตัวเอง แต่ผมก็มานั่งนึกๆนะ เอ... คนอื่นๆ เขาทำได้ตั้งแต่อยู่มัธยมแล้วป่าววะ ?? ถ้าเราเลือกที่จะพัฒนาตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้ จะไปถึงไหนแล้วนะ ... ที่ใช้คำว่า เลือกพัฒนา เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆนะ อะไรที่ทำให้เราเติบโตขึ้น อะไรที่ทำให้เรารับผิดชอบในการเรียนมากขึ้น อะไรที่ทำให้เรายอมอ่านหนังสือมากขึ้น ผมคิดว่า คำตอบคือ เราเลือกที่จะทำมันสักที ... อยู่มหาวิทยาลัย เจอบางวิชาเดี๋ยวรู้เลย วิชาที่เราไม่อ่านหนังสือไม่ได้แล้ว ไม่งั้นตกแน่ๆ ไม่งั้นไม่จบแน่ๆ โอ้ อย่าให้ถึงตอนนั้นค่อยเลือกเลยครับ เลือกมันตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า

... แน่นอนว่า การเรียนไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่นั่น ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้เราไม่ทำมันให้ดีที่สุดนะครับ

... พอโตมา ผมถึงรู้ว่า ตัวผมแทบไม่ได้ความรู้อะไรจากโรงเรียนเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมจะไม่ชอบโรงเรียนนะครับ ผมยิ่งตกหลุมรักมันเสียมากกว่า ขอบคุณโรงเรียน ขอบคุณที่ให้ผมได้ใช้เวลาในช่วงวัยเด็กในแบบที่ผมเลือกเองได้อย่างสนุกสนานและเต็มที่ ขอบคุณคุณครูที่อดทน ขอบคุณจริงๆพร่ำบ่นพร่ำสอนและเชื่อมั่นว่าสักวันผมจะเข้าใจ แน่นอนว่าวันนี้ผมเข้าใจแล้ว ผมจึงยิ่งรู้สึกขอบคุณมากมายไม่รู้มากแค่ไหนถึงจะพอ

... ที่มาเล่าเนี้ย ไม่ใช่เพราะชีวิตผมมันล้มเหลวหรอกนะ แต่ตรงกันข้าม จากที่เคยเรียน ติด0ตั้ง10วิชาต่อเทอม สอบไม่เคยผ่านรอซ่อมอย่างเดียว ตอนนี้จบมหาวิทยาลัยได้แล้ว ด้วยเกรดที่ตัวเองพอใจ และกำลังวางแผนเรียนต่อ ... ก็ไม่ได้แปลว่าผมสำเร็จแล้วเหมือนกันนะ แค่รู้สึกว่าตัวเองผ่านมาได้อย่างที่น่าภูมิใจกับตัวเอง และหวังว่าจะได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

... สุดท้ายสิ่งที่สำคัญจริงๆอีกอย่างหนึ่ง คือ "ความสัตย์ซื่อ" หลายคนคงรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นเท่าไรตราบใดที่เราได้มาซึ่งผลสำเร็จ หึๆ ความสำเร็จนั้นจอมปลอมนะ เวลาจะพิสูจน์เอง การสัตย์ซื่อไม่ใช่เรื่องโง่ๆ แต่เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจตราบจนวันสุดท้าย เพราะคุณสามารถประทับใจตัวเองได้ เช่นว่า ถึงจะสอบตก แต่ก็เป็นการสอบตกที่น่าภูมิใจของฉันนะ เพราะฉันไม่ยอมลอกใครเลยแม้จะทำไม่ได้ก็ตาม !! .. แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เราติด 0 เยอะๆเน้อ ^ ^

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่