ว่าตามจริง มองด้านไหนก็หนีความรับผิดชอบไม่ไปไม่พ้น แต่ งงเต๊ก เมื่อคนมองแต่ "ธัมมชโยผิดๆๆ" แต่กลับละเลยว่า บ้านเมืองมีผู้ปกครอง ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปถึงระดับประเทศ เหตุไฉนไม่มีใครแก้ไขปัญหา ปล่อยให้บานปลายกลายเป็นปัญหาของพระศาสนา "ทั้งประเทศ" ได้ไง ทีจะเอาตำแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์นั้น พระพวกนี้ก็อ้างว่า
"ผมมีอำนาจในการเสนอขอต่อสำนักพระราชวัง" ตัดแบ่งโควต้ากินกันเป็นสายๆ ใครมีเส้นมีสายก็ "ขึ้นเอาๆ" เหมือนมหาสายชลหลานในไส้ของสมเด็จนิยม สาย อ.ย. ตามที่ชี้เป้ามานั้น ถือว่ายังไม่ครบเครื่องเรื่องธรรมกายนะครับ เพราะว่ากรณีนี้มีดาราเข้าฉากมากมาย มหานิกายนั้นเกิน 90 เปอร์เซ็น ดารารุ่นใหญ่ที่เห็นๆ ก็เช่น
สมเด็จพระรัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง อุปัชฌาย์ผู้บวชให้แก่เจ้าลัทธิกบฏผีบุญ ที่คอยปกป้องให้การอุปถัมภ์ช่วยเหลือ จนลัทธินี้แพร่ขยายครอบงำไปในทุกวงการสงฆ์
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่เพิกเฉย ละเลยต่อหน้าที่การปกครองคณะสงฆ์ ไม่กำกับดูแลสงฆ์ภายใต้การปกครองของตนให้ดำรงตนอยู่ภายใต้หลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ปล่อยปละละเลยให้ลัทธิกบฏผีบุญย่ำยีพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังไม่ยอมกำกับดูแลปกครองให้หมู่สงฆ์ภายใต้ปกครองของตน ให้ดำรงตนอยู่ในสมณสารูป มีพฤติกรรมละเมิดพระธรรมวินัย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กฎมหาเถรสมาคมอยู่ตลอดเวลา
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จสนิท) วัดไตรมิตร ที่ช่วงหลังออกงานธรรมกายบ่อยกว่าเพื่อน สมเด็จสนิทมีตัวเชื่อมสำคัญก็คือ มหาวิชา (พระราชเมธี) มีตำแหน่งเป็นรองภาค 8 อีกต่างหากด้วย
พระพรหมดิลก (อาจารย์เอื้อน) เจ้าคณะ กทม. วัดสามพระยา รูปนี้ออกงานธรรมกายสายต่างประเทศบ่อยที่สุด ไม่เชื่อไปเช็คดูในมติ มส. ย้อนหลักซัก 5 ปี มีแต่ "พระพรหมดิลก" บินไปเป็นประธานงานธรรมกายในต่างแดน
พระมหาโพธิวงศาจารย์ (อาจารย์ทองดี) วัดราชโอรส รูปนี้เป็นราชบัณฑิต ก็ใช้เครดิตราชบัณฑิตนี่แหละ ไปเป็นองค์อุปัชฌาย์ให้แก่ธรรมกายในทุกงาน
พระวิสุทธิวงศาจารย์ (เจ้าคุณวิเชียร) วัดปากน้ำ ไปเป็นประธานแทนสมเด็จช่วง แถมยังนำเอาธรรมกายเข้าไปยึดครองเมืองเชียงใหม่ และคณะสงฆ์ภาค 7 หรือภาคเหนือตอนบนอย่างชัดเจน
พระธรรมปิฎก (เจ้าคุณชวลิต) เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี วัดพระพุทธบาท องค์ที่เคยประกาศ
"ไม่เกี่ยวกับธรรมกาย" แต่ภายหลังก็ออกลาย "ตระบัดสัตย์" แทบว่าจะยกจังหวัดสระบุรีให้เป็นสาขาของธรรมกาย
พระพรหมเสนาบดี (เจ้าคุณพิมพ์) วัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 ประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้า ได้ตำแหน่งมาเพราะวัดปากน้ำให้ ก็เลยต้องสนองคุณ โดยการนำเอา "โครงการหมู่บ้านศีลห้า" ไปรวมกับธรรมกาย ตั้งเป้าทำยอดทำผลงาน ผ่านโครงการเอื้ออาทรของธัมมชโย
พระพรหมเมธี (อาจารย์จำนงค์) วัดสัมพันธวงศ์ กรรมการและโฆษก มส. ธรรมยุตหนึ่งเดียวที่แหกวงศ์ไปอยู่กับธรรมกาย
ไม่เว้นแม้แต่ เจ้าคณะภาค 1 ในปัจจุบัน คือ
พระเทพสุธี หรือมหาสายชล ศิษย์เอกแห่ง " ไม้บรรทัดวงการคณะสงฆ์ " หรือ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ( นิยม ) วัดชนะสงคราม ตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งมาเหมือนกับว่าจะไม่ทำงาน เพราะหากทำงานตามหน้าที่ที่มี ลัทธิกบฏผีบุญนี้คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ พอไปทวงถามถึงความรับผิดชอบ กลับตอบว่า ตัวผมตัวคนเดียวจะทำอะไรได้ ทั้งที่รับเงินเดือนอยู่ทุกเดือน แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบเช่นนี้แล้วแบบนี้ยังจะปล่อยทิ้งเอาไว้อีกหรือ
ยังมีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี อย่าง
พระเทพรัตนสุธี วัดเขียนเขตอีก เป็นเจ้าคณะจังหวัดเสียปล่าวแทนที่จะไปปกครองเขา กลับให้เขาปกครองเสียนี่ เป็นถึงพระราชาคณะชั้นเทพ โดนพระเด็กน้อยลูกวัดตอกกลับหน้าหงายเงิบไปกี่รอบต่อกี่รอบแล้ว จะไปด่าพระเด็กๆก็ไม่ได้อีก เพราะงานวัดธรรมกายก็ไม่เคยพลาดรับนิมนต์ของเขาสักงาน
รวมความว่า ที่บ้านเมืองวุ่นวาย ทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ ต้องยกกองกำลังเข้ามาล้อมจับตัวเจ้าลัทธิกบฏผีบุญ ยืนตากแดดหัวแดงอยู่ร่วมครึ่งเดือน ทั้งยังเป็นต้นเหตุให้คนต้องมาเจ็บมาตาย รัฐต้องสูญเสียงบประมาณรวม 100 ล้านบาท และตามด้วย รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และพระเณรลูกวัด อีก 30,000 วัด ทั่วราชอาณาจักร นับแสนรูป ที่ไปรับซองในงานวัดเกิดธัมมชโย ทุกปี ! แถมลัทธินี้ยังพยายามปลุกระดมผู้คนทั้งพระเณร ฆราวาส มาชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐ จนกลายเป็นภัยต่อความมั่นคง ปัญหาเหล่านี้ ควรจะต้องมีผู้รับผิดชอบ และคนที่ควรจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ
แต่ตามหลักรัฐศาสตร์แล้ว การปลดคนทั้งบ้านทั้งเมืองนั้น ไม่มีใครเขาทำ ขืนทำไปแล้วจะหาใครทำงานแทน เผลอๆ จะได้ "ตัวแทนสายอำนาจเก่า" เข้ามาอีหรอบเดิมอีก เหมือนห้ามผัวเมียเป็น ส.ส. แต่พ่อก็เลี่ยงไปเป็น "ส.ว." แทน ที่เรียกว่า "สภาผัวเมีย" นี่ไง ยังไงก็ไล่ไม่จน แต่ไหนแต่ไรมานั้น เขาก็ทำเพียง "ปลดหัว" เช่น สมเด็จช่วง ไม่ให้เป็นสังฆราช เป็นต้น นอกนั้นก็ต้องคอยดูพฤติกรรมกันต่อไป แบบว่าให้โอกาส เป็นการปรองดองไปในตัว ซึ่งก็เชื่อเถิดว่า บรรดาพระเถรานุเถระที่ไปเชียร์ธัมมชโยทุกปีนั้น มีคนจงรักภักดีแบบว่า "ตายแทนกันได้" ไม่กี่คนหรอก เชื่อไม่เชื่อก็ลองดูพระบรมราชโองการ "ถอดยศธัมมชโย" นั่นซี มีแต่คนเฉยๆ แต่เออ..ไล่สมเด็จสมศักดิ์กับมหาสายชลพ้นหนพ้นภาคนั้น เห็นด้วยนะ สององค์นี้ไม่ได้เรื่องจริงๆ กินแต่ตำแหน่ง แต่ไม่ทำงาน หย่อนยานจนบ้านเมืองวายป่วง ยังด้านอยู่ในตำแหน่งอย่างไม่รู้สึกรู้สา ไม่น่าให้อภัย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ท่านนายก ถือโอกาสนี้ล้างบางพวกกบฏผีบุญและผู้สนับสนุนบฏผีบุญเสียให้สิ้นซาก จะได้ไม่เป็นเสนียดต่อพระธรรมวินัย และไม่ระคายเคืองต่อเบื้องยุคลบาทอีกต่อไป
คณะสงฆ์ ควรจะเปลี่ยนไพ่สำรับใหม่ หรือ ล้างไพ่ใหม่ เสียทีจะดีไหม
สมเด็จพระรัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง อุปัชฌาย์ผู้บวชให้แก่เจ้าลัทธิกบฏผีบุญ ที่คอยปกป้องให้การอุปถัมภ์ช่วยเหลือ จนลัทธินี้แพร่ขยายครอบงำไปในทุกวงการสงฆ์
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่เพิกเฉย ละเลยต่อหน้าที่การปกครองคณะสงฆ์ ไม่กำกับดูแลสงฆ์ภายใต้การปกครองของตนให้ดำรงตนอยู่ภายใต้หลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ปล่อยปละละเลยให้ลัทธิกบฏผีบุญย่ำยีพระธรรมวินัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังไม่ยอมกำกับดูแลปกครองให้หมู่สงฆ์ภายใต้ปกครองของตน ให้ดำรงตนอยู่ในสมณสารูป มีพฤติกรรมละเมิดพระธรรมวินัย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ กฎมหาเถรสมาคมอยู่ตลอดเวลา
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สมเด็จสนิท) วัดไตรมิตร ที่ช่วงหลังออกงานธรรมกายบ่อยกว่าเพื่อน สมเด็จสนิทมีตัวเชื่อมสำคัญก็คือ มหาวิชา (พระราชเมธี) มีตำแหน่งเป็นรองภาค 8 อีกต่างหากด้วย
พระพรหมดิลก (อาจารย์เอื้อน) เจ้าคณะ กทม. วัดสามพระยา รูปนี้ออกงานธรรมกายสายต่างประเทศบ่อยที่สุด ไม่เชื่อไปเช็คดูในมติ มส. ย้อนหลักซัก 5 ปี มีแต่ "พระพรหมดิลก" บินไปเป็นประธานงานธรรมกายในต่างแดน
พระมหาโพธิวงศาจารย์ (อาจารย์ทองดี) วัดราชโอรส รูปนี้เป็นราชบัณฑิต ก็ใช้เครดิตราชบัณฑิตนี่แหละ ไปเป็นองค์อุปัชฌาย์ให้แก่ธรรมกายในทุกงาน
พระวิสุทธิวงศาจารย์ (เจ้าคุณวิเชียร) วัดปากน้ำ ไปเป็นประธานแทนสมเด็จช่วง แถมยังนำเอาธรรมกายเข้าไปยึดครองเมืองเชียงใหม่ และคณะสงฆ์ภาค 7 หรือภาคเหนือตอนบนอย่างชัดเจน
พระธรรมปิฎก (เจ้าคุณชวลิต) เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี วัดพระพุทธบาท องค์ที่เคยประกาศ "ไม่เกี่ยวกับธรรมกาย" แต่ภายหลังก็ออกลาย "ตระบัดสัตย์" แทบว่าจะยกจังหวัดสระบุรีให้เป็นสาขาของธรรมกาย
พระพรหมเสนาบดี (เจ้าคุณพิมพ์) วัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 ประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้า ได้ตำแหน่งมาเพราะวัดปากน้ำให้ ก็เลยต้องสนองคุณ โดยการนำเอา "โครงการหมู่บ้านศีลห้า" ไปรวมกับธรรมกาย ตั้งเป้าทำยอดทำผลงาน ผ่านโครงการเอื้ออาทรของธัมมชโย
พระพรหมเมธี (อาจารย์จำนงค์) วัดสัมพันธวงศ์ กรรมการและโฆษก มส. ธรรมยุตหนึ่งเดียวที่แหกวงศ์ไปอยู่กับธรรมกาย
ไม่เว้นแม้แต่ เจ้าคณะภาค 1 ในปัจจุบัน คือ
พระเทพสุธี หรือมหาสายชล ศิษย์เอกแห่ง " ไม้บรรทัดวงการคณะสงฆ์ " หรือ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ( นิยม ) วัดชนะสงคราม ตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งมาเหมือนกับว่าจะไม่ทำงาน เพราะหากทำงานตามหน้าที่ที่มี ลัทธิกบฏผีบุญนี้คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ พอไปทวงถามถึงความรับผิดชอบ กลับตอบว่า ตัวผมตัวคนเดียวจะทำอะไรได้ ทั้งที่รับเงินเดือนอยู่ทุกเดือน แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบเช่นนี้แล้วแบบนี้ยังจะปล่อยทิ้งเอาไว้อีกหรือ
ยังมีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี อย่าง
พระเทพรัตนสุธี วัดเขียนเขตอีก เป็นเจ้าคณะจังหวัดเสียปล่าวแทนที่จะไปปกครองเขา กลับให้เขาปกครองเสียนี่ เป็นถึงพระราชาคณะชั้นเทพ โดนพระเด็กน้อยลูกวัดตอกกลับหน้าหงายเงิบไปกี่รอบต่อกี่รอบแล้ว จะไปด่าพระเด็กๆก็ไม่ได้อีก เพราะงานวัดธรรมกายก็ไม่เคยพลาดรับนิมนต์ของเขาสักงาน
รวมความว่า ที่บ้านเมืองวุ่นวาย ทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ ต้องยกกองกำลังเข้ามาล้อมจับตัวเจ้าลัทธิกบฏผีบุญ ยืนตากแดดหัวแดงอยู่ร่วมครึ่งเดือน ทั้งยังเป็นต้นเหตุให้คนต้องมาเจ็บมาตาย รัฐต้องสูญเสียงบประมาณรวม 100 ล้านบาท และตามด้วย รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และพระเณรลูกวัด อีก 30,000 วัด ทั่วราชอาณาจักร นับแสนรูป ที่ไปรับซองในงานวัดเกิดธัมมชโย ทุกปี ! แถมลัทธินี้ยังพยายามปลุกระดมผู้คนทั้งพระเณร ฆราวาส มาชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐ จนกลายเป็นภัยต่อความมั่นคง ปัญหาเหล่านี้ ควรจะต้องมีผู้รับผิดชอบ และคนที่ควรจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ
แต่ตามหลักรัฐศาสตร์แล้ว การปลดคนทั้งบ้านทั้งเมืองนั้น ไม่มีใครเขาทำ ขืนทำไปแล้วจะหาใครทำงานแทน เผลอๆ จะได้ "ตัวแทนสายอำนาจเก่า" เข้ามาอีหรอบเดิมอีก เหมือนห้ามผัวเมียเป็น ส.ส. แต่พ่อก็เลี่ยงไปเป็น "ส.ว." แทน ที่เรียกว่า "สภาผัวเมีย" นี่ไง ยังไงก็ไล่ไม่จน แต่ไหนแต่ไรมานั้น เขาก็ทำเพียง "ปลดหัว" เช่น สมเด็จช่วง ไม่ให้เป็นสังฆราช เป็นต้น นอกนั้นก็ต้องคอยดูพฤติกรรมกันต่อไป แบบว่าให้โอกาส เป็นการปรองดองไปในตัว ซึ่งก็เชื่อเถิดว่า บรรดาพระเถรานุเถระที่ไปเชียร์ธัมมชโยทุกปีนั้น มีคนจงรักภักดีแบบว่า "ตายแทนกันได้" ไม่กี่คนหรอก เชื่อไม่เชื่อก็ลองดูพระบรมราชโองการ "ถอดยศธัมมชโย" นั่นซี มีแต่คนเฉยๆ แต่เออ..ไล่สมเด็จสมศักดิ์กับมหาสายชลพ้นหนพ้นภาคนั้น เห็นด้วยนะ สององค์นี้ไม่ได้เรื่องจริงๆ กินแต่ตำแหน่ง แต่ไม่ทำงาน หย่อนยานจนบ้านเมืองวายป่วง ยังด้านอยู่ในตำแหน่งอย่างไม่รู้สึกรู้สา ไม่น่าให้อภัย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ท่านนายก ถือโอกาสนี้ล้างบางพวกกบฏผีบุญและผู้สนับสนุนบฏผีบุญเสียให้สิ้นซาก จะได้ไม่เป็นเสนียดต่อพระธรรมวินัย และไม่ระคายเคืองต่อเบื้องยุคลบาทอีกต่อไป