“พิชัย” ชี้ ใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อยิ่งทำลายความมั่นใจนักลงทุน ยิ่งใช้ยิ่งเสพติดอำนาจจนลามถึงทีมเศรษฐกิจ “สอนมวย” แก้หนี้ต้องเพิ่มรายได้ไม่ใช่แค่เอาหนี้มาโปะหนี้
วันนี้ (4 มี.ค.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ รัฐบาลได้มีการใช้อำนาจ ม. 44 จำนวนมากถึง 138 ฉบับ จนเป็นที่ทักท้วงถึงปัญหาในอนาคตที่ยังจะมีการใช้อย่างพร่ำเพื่อ และหากในอนาคต ม. 44 ที่ออกมาไปขัดแย้งกับกฏหมายรัฐธรรมนูญก็จะสร้างปัญหาให้กับประเทศอย่างมาก อีกทั้งอาจจะมีการฟ้องร้องจากผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจาก ม. 44 ในอนาคตได้ นอกจากนี้ ม. 44 เป็นกฏหมายที่ไม่เป็นยอมรับของนานาชาติเพราะเป็นกฏหมายเฉพาะของระบอบ xxxxx ซึ่งจะทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งลดลง
อีกทั้งยังมีข้อสงสัยในเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนาของไทย แถมโฆษก คสช. ยังออกมาอวดอ้างว่าหากไม่มี ม. 44 จะอยู่กันได้ไหม ซึ่งแสดงถึงวิธีคิดที่เสพติดอำนาจอย่างชัดเจน และยังลามมาถึงหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่สั่งคนวิจารณ์ให้รูดซิบปากทั้งๆที่การวิจารณ์ทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องปกติที่น่าจะต้องรับฟังโดยเฉพาะในภาวะที่ประชาชนกำลังลำบากกันอย่างมากแต่กลับเสพติดอำนาจตามไปด้วย ซึ่งผู้บริหารเศรษฐกิจที่ดีจะไม่พูดจาแบบ xxxxx นี้ ทั้งนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพราะเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และเป็นเรื่องที่ควรทำมาตั้งนานแล้วไม่ใช่ต้องมารอถึงเกือบ 3 ปี แต่วิธีที่แก้หนี้ที่ดีที่สุดคือ ต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะนำมาใช้หนี้ได้ หากรัฐบาลเพียงให้ธนาคารรัฐมาปล่อยกู้เพื่อใช้หนี้ แต่ประชาชนไม่มีรายได้เพียงพอที่จะใช้หนี้ได้ หนี้ก็ไม่หายไปอยู่ดี และก็จะเป็นหนี้เพิ่มในระบบแทนที่เป็นหนี้นอกระบบคือแค่เอาหนี้มาโปะหนี้เท่านั้น
ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการแก้หนี้นอกระบบ ซึ่งเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่มีหนี้เพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้าจากผลงานการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล และหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ก็ควรจะเร่งกลับสู่ระบบที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกโดยเร็ว เพื่อเศรษฐกิจจะได้ฟื้น ประชาชนจะได้หายลำบาก อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ไม่ต้องทนทรมานนานตามที่ได้บ่นไว้เอง
JJNY : พิชัย ติงใช้ม.44 พร่ำเพรื่อ ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน ชี้ แก้หนี้ให้เพิ่มรายได้ไม่ใช่กู้โป๊ะ
วันนี้ (4 มี.ค.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ รัฐบาลได้มีการใช้อำนาจ ม. 44 จำนวนมากถึง 138 ฉบับ จนเป็นที่ทักท้วงถึงปัญหาในอนาคตที่ยังจะมีการใช้อย่างพร่ำเพื่อ และหากในอนาคต ม. 44 ที่ออกมาไปขัดแย้งกับกฏหมายรัฐธรรมนูญก็จะสร้างปัญหาให้กับประเทศอย่างมาก อีกทั้งอาจจะมีการฟ้องร้องจากผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจาก ม. 44 ในอนาคตได้ นอกจากนี้ ม. 44 เป็นกฏหมายที่ไม่เป็นยอมรับของนานาชาติเพราะเป็นกฏหมายเฉพาะของระบอบ xxxxx ซึ่งจะทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งลดลง
อีกทั้งยังมีข้อสงสัยในเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนาของไทย แถมโฆษก คสช. ยังออกมาอวดอ้างว่าหากไม่มี ม. 44 จะอยู่กันได้ไหม ซึ่งแสดงถึงวิธีคิดที่เสพติดอำนาจอย่างชัดเจน และยังลามมาถึงหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่สั่งคนวิจารณ์ให้รูดซิบปากทั้งๆที่การวิจารณ์ทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องปกติที่น่าจะต้องรับฟังโดยเฉพาะในภาวะที่ประชาชนกำลังลำบากกันอย่างมากแต่กลับเสพติดอำนาจตามไปด้วย ซึ่งผู้บริหารเศรษฐกิจที่ดีจะไม่พูดจาแบบ xxxxx นี้ ทั้งนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพราะเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และเป็นเรื่องที่ควรทำมาตั้งนานแล้วไม่ใช่ต้องมารอถึงเกือบ 3 ปี แต่วิธีที่แก้หนี้ที่ดีที่สุดคือ ต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะนำมาใช้หนี้ได้ หากรัฐบาลเพียงให้ธนาคารรัฐมาปล่อยกู้เพื่อใช้หนี้ แต่ประชาชนไม่มีรายได้เพียงพอที่จะใช้หนี้ได้ หนี้ก็ไม่หายไปอยู่ดี และก็จะเป็นหนี้เพิ่มในระบบแทนที่เป็นหนี้นอกระบบคือแค่เอาหนี้มาโปะหนี้เท่านั้น
ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการแก้หนี้นอกระบบ ซึ่งเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่มีหนี้เพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้าจากผลงานการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล และหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ก็ควรจะเร่งกลับสู่ระบบที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกโดยเร็ว เพื่อเศรษฐกิจจะได้ฟื้น ประชาชนจะได้หายลำบาก อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ไม่ต้องทนทรมานนานตามที่ได้บ่นไว้เอง