ชีวิตบนถนน ๓ มี.ค.๖๐

กระทู้สนทนา
เรื่องธรรมดาของคนธรรมดา

ชีวิตบนถนน

เพทาย


ผมออกจากวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ปากเกร็ด นนทบุรี เมื่อเวลาใกล้เที่ยงของวันอาทิตย์ ตั้งใจจะเดินทางไปยังศูนย์กลางของกรุงเทพ คือท้องสนามหลวง เพื่อข้ามฟากจากท่าพระจันทร์ ไปวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดอันมีชื่อเสียงของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เพื่อร่วมงานฌาปนกิจศพ ภรรยาของเพื่อนนักเรียนเก่าโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ที่หน้าบ้านของตนเอง การเผื่อเวลาไว้มาก ๆ จึงทำให้เดินทางไปด้วยใจอันสงบเยือกเย็น ไม่เร่าร้อนกระวนกระวาย หรือขุ่นข้องหมองมัวหงุดหงิด ให้เสียสุขภาพจิตโดยไม่จำเป็น

วันนี้ถนนสายกรุงเทพ-นนทบุรี ค่อนข้างจะว่าง ผมจึงปล่อยใจให้คิดถึงเรื่องกรรม ที่ได้รับฟังจากปาฐกถาธรรมของหลวงพ่อเมื่อเช้าที่ผ่านมานี้ สรุปว่ามนุษย์เราเกิดมาได้ด้วยกรรม อยู่ได้ด้วยกรรม ผู้ใดทำกรรมอะไรไว้ ไม่กรรมดีหรือกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลของกรรมนั้นอย่างแน่นอน ซึ่งท่านได้ขยายความออกไปยืดยาวมาก ซึ่งผมก็จำไม่ค่อยได้

ความคิดคำนึงของผมสะดุดหยุดลง เมื่อมีเสียงหวีดร้องของผู้โดยสารข้างหน้า พร้อมกับรถประจำทางที่ผมนั่งก็หยุดลง หลายคนบนรถลุกขึ้นยืนชะเง้อ เมื่อเห็นชายคนหนึ่งแต่งกายแบบธรรมดา เหมือนผู้ใช้แรงงานทั่วไป วิ่งหน้าตั้งฝ่าเข้าไปบนพื้นที่ว่างข้างถนน ซึ่งเดิมเคยเป็นอาคารที่ถูกไฟไหม้ไปนานแล้ว โดยมีชายในเครื่องแบบผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างวิ่งตามไปสองสามคน ทั้งสองฝ่ายต่างเร่งฝีเท้าอย่างสุดชีวิตหายลับไปในกลุ่มต้นไม้ที่ขึ้นระเกะระกะอยู่บนที่รกร้างนั้น

ทุกคนบนรถโดยสารคงจะคิดเหมือนผม คือไม่แน่ใจว่าจะเอาใจช่วยฝ่ายหนีหรือฝ่ายไล่ดีเพราะยังไม่รู้สาเหตุ แต่มีชายสองคนท่าทางเป็นผู้ใช้แรงงานเหมือนกัน ลุกขึ้นยืนและตะโกนออกไปอย่างลืมตัวว่า

" จับเขาทำไม.....ไปจับเขาทำไม "

ผมจึงเบนสายตาออกนอกหน้าต่างรถไปบนถนน และก็พบว่าตรงแนวกึ่งกลางถนน มีรถสิบล้อคันหนึ่งจอดอยู่ ใต้ล้อหน้าซ้ายมี รถมอเตอร์ไซค์ ตะแคงอัดอยู่พร้อมด้วยชายผู้ขับขี่ สวมกางเกงขาสั้นและเสื้อกล้าม นอนจมกองเลือดร่างกายบิดเบี้ยว ไม่มีทีท่าว่าจะหายใจ

เมื่อรถคันที่ผมโดยสารค่อย ๆ แล่นเลยไป จึงเห็นว่าด้านท้ายรถสิบล้อคันนั้น มี เด็กชายคนหนึ่งอายุไม่เกินห้าขวบนอนแน่นิ่งสนิท แม้จะมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ไม่มากนัก ถัดไปใกล้ขอบทางเท้า ก็ยังมีร่างของ สตรีวัยกลางคน แต่งตัวแบบชาวบ้านนอนอยู่ และกำลังพยายามที่จะพลิกตัวขึ้น ซึ่งเป็นไปอย่างยากลำบาก

ผู้คนที่อยู่ริมถนนบนฝั่งที่ใกล้เหตุการณ์นั้น ต่างยืนตลึงกันหมด ผู้หญิงบางคนเอามือปิดหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ไม่มีใครทำอะไร นอกจากชายคนหนึ่ง เดินเข้าไปหาสตรีที่กำลังขยับตัวอยู่กลางถนน เขายื่นสิ่งหนึ่งซึ่งคงจะเป็นหลอดยาดมไปรอที่จมูกของเธอ อย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้ดีไปกว่านั้น

รถประจำทางที่ผมโดยสาร แล่นออกจากที่เกิดเหตุมาไกลแล้ว ผมจึงไม่ทราบว่าเรื่องราวเหล่านั้น ดำเนินต่อไปอย่างไร คนขับรถสิบล้อที่วิ่งหนีไปจะพ้นมือผู้ติดตามหรือไม่ สตรีคนที่นอนอยู่กลางถนนจะพ้นอันตรายหรือเปล่า สาเหตุที่ชนกันอย่างรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตนั้น เกิดขึ้นเพราะความประมาทของฝ่ายใด

พวกที่วิ่งไล่จับผู้ขับขี่รถสิบล้อ ก็ทำไปเพราะสงสารครอบครัว ที่ขับรถจักรยานยนต์ด้วยกัน พวกที่ตะโกนห้ามไม่ให้จับนั้น ก็ทำไปเพราะสงสารผู้ขับรถสิบล้อ ซึ่งอาจอยู่ในอาชีพ หรือฐานะเดียวกัน

ในระหว่างผู้น่าสงสารทั้งสองฝ่ายนี้ ใครจะผิดหรือใครจะถูก ผมก็คงไม่มีโอกาสที่จะทราบได้ แต่ก็มีข้อคิดอยู่ว่า สิ่งที่มีคุณประโยชน์มาก ก็ย่อมจะมีโทษทัดเทียมกันด้วย และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือพุทธพจน์ที่ว่า มนุษย์ย่อมเป็นไปตามกรรม นั้นย่อมเป็นสิ่ง จริงแท้ แน่นอนที่สุด.

##########

นิตยสารโล่เงิน
พฤศจิกายน ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่