((มาลาริน)) ^_^ พินิจธรรม..สิ่งที่น่ากลัวของธรรมกายคือ..กิเลสพูดปดเพ้อเจ้อ มิใช่กฎหมาย...เพราะจะทำให้ตัวเองเสื่อม ❌

กระทู้คำถาม
ลองพิจารณาดูค่ะ..
กฎหมาย...ข้อบังคับใช้สำหรับคนทำผิด..เมื่อรับโทษแล้วก็หมดสิ้นโทษไป..สามารถเริ่มต้นใหม่ได้
เราสามารถหลุดพ้นจากอำนาจกฎหมายได้ ชนะได้ด้วยความถูกต้อง
กฎหมายไม่น่ากลัวถ้าเราไม่ทำผิด...ช่วยคุ้มครองให้บ้านเมืองสงบสุข  เม่าแพนด้าเม่าอ่านหนังสือพิมพ์เม่าอ่าน

กิเลส หมายถึง เครื่องที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ขุ่นมัว มีจิตอันไม่บริสุทธิ์ และขัดขวางความความสงบทางจิตใจ ประกอบด้วยกิเลส 3 ประเภท คือ
1. โลภะกิเลส คือ กิเลสแห่งความโลภ
2. โทสะกิเลส คือ กิเลสแห่งความโกรธ
3. โมหะกิเลส คือ กิเลสแห่งความหลง

กิเลสจึงเป็นตัวร้าย  ถ้าแม้ใครมีกิเลสเข้าครอบงำ เข้าจัดการ ยากที่จะต่อสู้กิเลสนั้น ไม่อาจเอาชนะได้  หรือเอาชนะได้ยาก

กิเลสไม่เข้าใครออกใคร  สามารถที่จะย่ำยีเอาชนะ ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าใครทั้งนั้น...ทุกเพศ  ทุกวัย ทุกชนชั้น แม้พระสงฆ์ผู้ออกบวชที่ไม่ระมัดระวัง ไม่ไตร่ตรองในธรรม กิเลสเข้าทำลายได้หมด

สิ่งที่น่ากลัวของธรรมกายในตอนนี้น่าจะเป็นกิเลสมากกว่ากฎหมาย...
เหตุที่ต้องการเอาชนะกฎหมายโดยให้กิเลสเข้าครอบงำจนลืมตัว
ทำให้ดูเสื่อม  เศร้าหมอง ขุ่นมัว  จิตไม่สงบ  ดังเช่น...

วจีกรรม
– มุสาวาท ด้วยการพูดโกหก ไม่เป็นความจริง
– ปิสุณวาท ด้วยการพูดส่อเสียดหรือพูดยุยงให้ผู้อื่นแตกสามัคคีกัน
– สัมผัปปลาปวาท ด้วยการพูดเพ้อเจ้อทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด

จงกำจัดกิเลสเสียก่อนเถอะค่ะ....น่ากลัวกว่าเยอะ
เม่าปัดรังควานเม่าฝึกจิตเม่าอดีต

อ้างอิง
http://thaihealthlife.com/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AA/
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง ธรรมกาย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่