สาวน้อยพลังจิต
ตอนที่ 19 จินตนาการสุดขอบฟ้า
คฤหาสน์สีขาวทรงโรมันตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วอยู่ในซอกหลืบของพุ่มไม้หนาที่สวนหน้าคฤหาสน์
หญิงวัยกลางคนนอนบนเตียงในห้องใหญ่กลางบ้าน กลิ่นฉุนของยาฆ่าเชื้อ และกลิ่นอ่อนๆของอุจาระ ปัสสาวะผสมกันอยู่ในห้องนั้น แม้จะมีพัดลมระบายและเครื่องปรับอากาศที่ให้อากาศเย็นสบายและถ่ายเทเป็นอย่างดี
ชายวัยกลางคนยืนกุมมือเธอไว้อย่างทะนุถนอม พยาบาลสาวตาคมหน้าอิ่มยืนอยู่ไม่ห่างนัก สีหน้าแววตาของเธอดูคล้ายคนทำความผิดบางอย่างที่กำลังร้องขอการให้อภัย
“ผมไม่อยากทำร้ายจิตใจคุณ” คุณปกรณ์เอ่ยอย่างแผ่วเบากับหญิงที่นอนบนเตียง คุณอาบจันทร์ ภรรยาของเขาเอง
คุณอาบจันทร์มีสีหน้าสลดเล็กน้อย แต่ก็หันไปยิ้มกับพยาบาลสาวแล้วหันกลับมาสบตาคุณปกรณ์และพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับ
“อาบไม่โกรธหรอกค่ะ ต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่ทั้งสองคนกล้ามาบอกความจริงกับอาบ....
อาบนอนแบ็บมา 3 ปี คงเป็นเวรกรรมที่จู่ๆก้าวพลาดตกบันไดจนเป็นอัมพาต คุณไม่เคยห่างอาบเลย อาบเสียอีก ที่เป็นภาระ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภรรยาที่ดีได้” เธอหันไปทางพยาบาลสาว ยิ้มให้แล้วพูดต่อ
“ต้องขอบใจกาญจน์ ที่คอยดูแลฉันเป็นอย่างดีตลอดหลายปีมานี้ สองปีแรกฉันเปลี่ยนพยาบาลไปตั้ง 7 -8 คน เพราะอารมณ์ฉุนเฉียว และความอึดอัดตัวเอง ทำเอาใครต่อใครหนีเปิดเปิงกันไปหมด มาเจอแม่กาญจน์ ที่ทั้งสวย ทั้งอ่อนหวาน ทั้งใจเย็น ทั้งๆที่ไม่ได้สอนอะไร แต่ก็เหมือนสอนให้อาบยอมรับนับถือคนอื่น ยอมรับสภาพของตัวเอง ไม่ท้อแท้ ปล่อยวางไม่เก็บกด แล้วก็ไม่ฉุนเฉียวเอากับคนอื่น......
ถ้าอาบเป็นผู้ชายก็ต้องเผลอรักคนอย่างกาญจน์เหมือนกัน คนอะไร้ นุ่มนิ่มอ่อนหวาน ส่วนเรื่องกาญจน์กับคุณอาบไม่โกรธ ก็คนเจอกันเกือบทุกวันตั้ง 2 ปี ฝ่ายผู้ชายมีเมีย เมียก็เป็นอัมพาต.....
คุณกับกาญจน์เจอกันยังใช้เวลาคบแค่ปีเดียวถึงได้แต่งงาน ยังไงอาบก็ถือว่าเอาชนะกาญจน์ได้ที่ตรงนี้....” พูดถึงตรงนี้เธอหัวเราติดตลกแล้วพูดต่อ
“ ทุกวันนี้ก็คิดเหมือนกาญจน์เป็นน้องคนนึง” เธอหันมาที่คุณพจน์แล้วพูดอีก
“คุณพจน์ จริงๆนะ อาบยังเคยนึกเลยว่า ถ้าอาบอายุสั้น อาบจะมีความสุขที่สุดก็คือให้คุณกับกาญจน์แต่งงานกัน เพราะเธอช่างแสนดีกับอาบ และดีกับลูกของเราเหลือเกิน อาบก็ได้แต่คิด” เธอหัวเราะเบาๆแล้วพูดต่อ
“ใครล่ะ จะกล้าพูดกับพยาบาลที่แสนดีกับตัว ว่าอยากให้แต่งงานกับสามีตัวเอง หรือจะมากะเกณฑ์กับสามี ว่าให้แต่งงานใหม่กับพยาบาลคนนี้นะ” ตอนนี้เธอยิ้มทั้งน้ำตา
“สิ่งที่คิดฝันไว้มันก็เป็นความจริงสมใจจนได้ แต่มันเกิดตอนที่อาบยังไม่สิ้นใจ แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับอาบคะ” เธอหันไปที่คุณปกรณ์ แม้จะยิ้มให้เขาอย่างไม่เสแสร้ง แต่น้ำตาก็เอ่อล้น
“ผมยังรักคุณเหมือนเดิม ผมเองก็รู้สึกผิด แต่ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไป”
คุณปกรณ์ใช้มือทั้งสองบีบมือคุณอาบแน่น เหมือนยืนยันว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเธอไปอย่างเด็ดขาด
“เมื่อคุณเข้าใจและให้อภัยเราทั้งสอง ผมกับกาญจน์ก็ต้องขอขอบคุณ แต่มันเป็นการดีที่ผมจะบอกแก่คุณ ว่าความจริงข้อหนึ่ง ที่หากใครคนนั้นจะเป็นใครสักคน ที่เป็นกาญจน์ก็เพราะว่า ผมมั่นใจว่าเขายอมรับเราได้ เขายอมรับเรื่องของเราทั้งสอง และยอมรับปัญหาที่เราประสบกันอยู่ โดยเฉพาะใครคนนั้นต้องยอมรับคุณได้”
ทั้งคู่มองตากัน น้ำใสไหลย้อยอาบแก้มของคนทั้งคู่
เสียงพยาบาลสาวดังทำลายบรรยากาศอันสลดหดหู่ คุณอาบหันไปทางเธอ
“กาญจน์กราบขออภัยคุณอาบด้วยค่ะ”
เธอลุกเดินจากเก้าอี้ใกล้เตียงมาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง แล้วย่อเข่าลงพนมมือทั้งสองกราบลงที่เท้าของหญิงวัยกลางคน คุณอาบยิ้มให้อีกครั้ง
“ดูสิ คุณกาญจน์ทำถึงขนาดนี้ ใครล่ะจะโกรธลง กลับรู้สึกปลื้มด้วยซ้ำ ที่ชาตินี้มีโอกาสได้รู้จักคนอย่างคุณกาญจน์ และต้องรู้สึกชื่นชมสามีตัวเองอีกต่างหาก ที่เข้าใจเลือกผู้หญิง”
“ตอนนี้กาญจน์เขาตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้ว คงออกแรงพลิกตัวคุณเวลาเช็ดตัวไม่ไหว เราปรึกษากันแล้วว่ากาญจน์จะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดจนคลอดเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา กาญจน์เขาหาเพื่อนมาทำหน้าที่แทนคุณในช่วงที่เขาไม่อยู่ โดยที่จะมีผมคอยดูแลคุณอย่างใกล้ชิดไม่มีห่างเหมือนเดิม”
คุณอาบได้ฟังก็ถอนใจ แต่ไม่พูดอะไร คงยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในฐานะคนพิการที่ได้แต่เฝ้ารอคอยการดูแลปรนนิบัติที่มีความห่วงใยอันเกิดจากจิตใจ ที่จะทำให้คนอย่างเธอคลายทุกข์ลงไป
ก่อนหน้านี้ คุณปกรณ์ นักธุรกิจที่กำลังประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรุ่งโรจน์ มีความสุขดีกับชีวิตครอบครัวที่มีคุณอาบจันทร์เป็นศรีภรรยา และมีลูกคนเดียววัย 10 ขวบที่กำลังเตรียมตัวจะเข้าเรียนชั้น ป. 5 ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี ชีวิตคู่ ครอบครัว ลูกที่น่ารัก อาชีพการงาน บ้าน รถ ทรัพย์สินที่กำลังงอกเงย ทุกอย่างดูดีไปหมด ใครอีกหลายคนคงกำลังอิจฉาชีวิตที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์ของสองสามีภรรยา
แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน นิสัยอย่างหนึ่งของคุณอาบจันทร์ที่เป็นคนใจร้อน ทำอะไรทำเร็วและเร่งรีบไปหมด ทำให้เธอก้าวเท้าง่ายๆพลาดจากรองเท้าส้นสูงหลายนิ้วขณะกำลังเดินลงบันได ทำให้เธอหล่นลงมาอย่างแรง เป็นเหตุให้กระดูกสันหลังช่วงใกล้ต้นคอแตกหัก ส่งผลให้เส้นประสาทที่กระดูกสันหลังเสียหาย เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา
ช่วงแรกๆนั้นเธอคลุ้มคลั่ง และคิดว่าความตายเท่านั้นจะชดเชยสิ่งที่เธอสูญเสียไปได้ แต่คนที่ขยับได้เฉพาะส่วนคอขึ้นไปจะทำอะไรได้ นอกจากแสดงความฉุนเฉียวก่นด่าผู้คนที่ทำไม่ถูกใจเธอ จนใครต่อใครพากันเอื่อมระอา ที่เป็นญาติพี่น้องก็มาเยี่ยมน้อยลง ที่เป็นพยาบาลหรือเด็กรับใช้ใกล้ชิดก็พากันลาออกไปหมด
สถานการณ์ดูเหมือนร้ายแรงอย่างที่สุด เมื่อคุณอาบจันทร์พยายามฆ่าตัวตายด้วยการหยุดกิน ซึ่งดูเหมือนเด็กรับใช้และพยาบาลหลายคนก็พยายามสนองความต้องการนี้แม้จะไม่มีเจตนาที่จะให้เธอพบกับความสำเร็จในความปรารถนาอันนั้น
กระทั่งกาญจน์ได้ผ่านเข้ามาในสถานการณ์นั้น ด้วยความฉลาด มีไหวพริบ อ่อนหวาน เข้าใจเจรจา และความมีน้ำอดน้ำทนสูง ทำให้เธอเป็นที่ยอมรับของอาบ และเธอได้สอนอาบโดยไม่รู้ตัวถึงความใจเย็น อดทน ความรู้เจรจาและเอาอกเอาใจ ทำให้เธอรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองกลับคืนมา และต่อสู้ดิ้นรนให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี มีอายุยืนยาว และยังปรับบุคลิกภาพตัวเองให้เป็นคนมีสุขภาพจิตดี ให้อภัย ไม่ฉุนเฉียว และพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยการวาดภาพด้วยปากจนถึงขั้นที่เอาภาพนั้นไปขายได้
เมื่อคุณอาบจันทร์เปลี่ยนแปลงตัวเองก็เริ่มมีเพื่อน ทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าในชีวิตตัวเองที่เพิ่มขึ้น และเธอรู้สึกขอบคุณกาญจน์อยู่ไม่น้อย ที่มีส่วนอย่างมากในการทำให้เธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
................................................................................................................................................................................
กาญจน์ชักชวนเพื่อนสมัยเรียนพยาบาลที่คิดว่าไว้ใจได้ให้มาทำหน้าที่แทนเธอ หลังจบการศึกษาทั้งอรและกาญจน์ก็แยกย้ายกันไปทำงานตามวิถีชีวิตของแต่ละคน อรไปเป็นพยาบาลที่ต่างจังหวัดได้ไม่กี่อร ก็พบรักกับหัวหน้าแผนกรับรถซ่อมของบริษัทตัวแทนขายรถยนต์รายใหญ่ในต่างจังหวัด ทั้งคู่ไม่ได้จัดงานแต่งงาน เพียงแต่ย้ายไปอยู่ด้วยกันเฉยๆ เพราะต่างไม่ค่อยมีเงินมีทองกันนัก เพียงแต่จัดงานเลี้ยงเล็กๆและบอกกับเพื่อนบางคนเท่านั้น กาญจน์เองเพียงแต่รับรู้ว่าอรมีชีวิตคู่แล้วเท่านั้น
กาญจน์คิดว่างานดูแลคนป่วยอัมพาตในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบเหงางานนี้ คงมีหลายคนที่เต็มใจจะทำ อย่างน้อยก็ระยะแรกๆ เพราะค่าจ้างที่ได้รับสูงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปถึงสี่เท่า ไม่รวมอาหารและที่พักที่ฟรีทั้งหมด พยาบาลจบใหม่ที่ทำงานไปสักพักแล้วรู้สึกว่าอยากจะเก็บเงินก้อนหนึ่งไว้ทำอย่างอื่นคงจะอยากทำกันแน่ และอรก็เป็นคนหนึ่งที่ตอบตกลงโดยไม่รังเรเมื่อได้รับการชักชวนจากกาญจน์ เพราะหลังจากทำอาชีพพยาบาลอยู่ที่โรงพบาบาลต่างจังหวัดก็คิดอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานบ้าง แถมมีที่อยู่ กินฟรีและมีเงินใช้มากมายหลายเท่า ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
ขณะเดียวกัน อรก็มีอาการเบื่อๆอยากๆกับสามีที่อยู่ด้วยกันมา กะว่าถ้าเจอใครคนใหม่ที่น่าสนใจกว่าหรือพอจะทดแทนได้ เธอก็ตั้งใจจะทิ้งสามีคนเก่าทันที เธอบอกกับสามีเพียงว่าเพื่อนให้ไปทำหน้าที่พยาบาลที่กรุงเทพฯแทนชั่วคราว 4-5 อร ได้เงินมากกว่าที่ได้รับถึงสี่เท่า เมื่อครบกำหนดเวลาทำงานแล้วก็จะกลับมาเอง ในระหว่างนี้เธอก็จะติดต่อสามีเป็นระยะๆ
“บ้านใหญ่จังเลยเนอะกาญจน์”
สาวในชุดพยาบาลเอ่ยขึ้น ขณะมองไปรอบๆคฤหาสน์ทรงโรมันสีขาว
“เธอนี่โชคดีจริงๆ ได้ทำงานที่สวยๆแบบนี้ แถมเงินดีอีกตะหาก ขอบใจมากนะเพื่อน ที่แนะนำสิ่งดีๆในชีวิตให้” เธอกล่าวจบก็วิ่งอย่างลิงโลดมาจับมือเพื่อนพยาบาลอีกคนที่เดินตามมาติดๆเป็นเชิงขอบคุณ
“ว่าแต่เธอทำไมถึงลาออกล่ะ” เธอเอ่ยถามขณะเดินตามมือของเพื่อนที่ชูขึ้นเป็นสัญญาณให้เลี้ยวที่ทางแยกของโถง
“พอดีต้องไปทำธุระที่บ้านต่างจังหวัดประมาณ 5 อรน่ะ มันก็นานเกินไปที่จะขอลาพัก เลยต้องลาออกไปเลย เพราะคุณอาบจันทร์ภรรยาเจ้าของบ้านที่ป่วยอยู่ เธอต้องการคนดูแลใกล้ชิดมากๆ ฉันก็ช่วยโฆษณาเธออย่างเต็มที่เลย ว่าอรเพื่อนดิฉันเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง มีน้ำใจดี และข้อสำคัญมีความอดทนเป็นพิเศษ”
“อย่างว่าแหละเนอะ คนป่วยอัมพาตนอนแบ็บมา 5 ปี คงต้องใช้ความอดทนสูงทั้งคนไข้ทั้งพยาบาล”
อรพูดจบ กาญจน์ก็ชูนิ้วขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้เบาเสียง เมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดที่ประตูไม้สักลายหรูบานโต
กาญจน์เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป อรเดินตามเข้าไป เธอเห็นหญิงวัยกลางคนนอนศีรษะสูงยิ้มให้เธอ เธอเห็นแล้วก็รู้สึกเฉยๆ ก็ยกมือไหว้ไปตามระเบียง เพราะหญิงวัยกลางคนบนเตียงก็มีสภาพไม่ต่างจากคนไข้ที่เธอเห็นจนชินตาในโรงพยาบาลที่เธอเพิ่งลาออกมา
เธอมาสะดุดตาที่ชายอีกคนที่ยืนใกล้ๆกัน แม้ลักษณะโดยรวมจะบอกให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้คงมีอายุกลางๆ 40 แต่สันจมูกนั้นคมจนแทบบาดตาของเธอ แววตาที่ลึกดื่มด่ำให้ความรู้สึกชวนค้นหา ดวงหน้าที่ยิ้ม สบายๆ และเป็นมิตรให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดแม้ครั้งแรกที่ได้เห็น ผมหวีเข้าทรงและไดร์นิดๆ เข้ากับหน้าผากที่โหนกน้อยๆ ใบหูที่เป็นเหลี่ยมเหมือนถูกสลักด้วยเครื่องมือของช่างมืออาชีพ ริมฝีปากที่ตรงมุมลงสนิทกัน ให้ความรู้สึกมั่นคง ท่ายืนของเขาที่คอตรงโดยมีคอเสื้อที่ถูกรีดจนให้ความรู้สึกว่าคอเสื้อนั้นคมกริบ ที่มีช่วงคอที่กลึงเหลี่ยมเป็นสันลอยเด่นออกมา เข็มขัดที่เรียบขรึมกับสีกางเกงหม่น ขับสีเสื้อขาวให้ผุดผ่องเหมือนผู้ใส่มีรัศมีเรืองรอง รองเท้าขัดมันทรงและแบบผู้ดีที่ไม่มีลวดลายสีสัน หรือเป็นแฟชั่นลอยๆฉาบฉวยอย่างถูกๆ ซึ่งดูดีและมีรสนิยมมาก
เธอถึงกับสะอึกกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า รู้สึกเหมือนว่ารูปปั้นหรือรูปหล่อเทพแห่งกรีกได้ลอยมาปรากฏ ลักษณะสะเทิ้มน้อยๆแต่เป็นธรรมชาติของเธอทำเอาคุณปกรณ์ถึงกับเขิน กาญจน์ต้องเดินมาชักมือให้อรหันไปทางคุณอาบจันทร์ อรยกมือไหว้คุณอาบจันทร์ เธอพยักหน้าแล้วพูดกับพยาบาลผู้มาใหม่ว่า
“คุณคงเป็นคุณอร คุณกาญจน์บรรยายสรรพคุณไว้เยอะ ฉันก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ หนักนิดเบาหน่อยมีอะไรก็บอกกัน ถือว่าสงสารคนพิการอย่างดิฉันด้วยเถอะ”
“อรเองก็ได้รับทราบข้อมูลของคุณอาบจันทร์มาบ้างค่ะ จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หากมีอะไรที่ขาดตกบกพร่องก็บอกอรนะคะ จะรีบแก้ไขปรับปรุงให้ทันทีค่ะ”
ทั้งคู่พยักหน้าให้กัน คุณอาบจันทร์หันไปทางกาญจน์แล้วเอ่ยขึ้น
“จะให้มาดูแลฉันพรุ่งนี้ใช่มั้ยจ๊ะ อย่างนี้ฉันไม่กวนคุณอรแล้ว ไปพักผ่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราพบกัน”
อรพนมมือแล้วเอ่ยลาทั้งคุณอาบจันทร์และคุณปกรณ์ก่อนที่กาญจน์จะจูงมือออกมาจากห้องนั้น
เมื่อประตูห้องปิดสนิทลงอีกครั้ง คุณอาบจันทร์เอ่ยกับคุณปกรณ์ว่า
“แม่พยาบาลคนใหม่มองคุณไม่กระพริบตาเลย”
คุณปกรณ์ได้ฟังถึงกับสะดุ้ง ตอบละล่ำละลักว่า
“อย่าคิดเลยเถิดไปเลยคุณอาบจันทร์ จะไม่สบายใจเปล่าๆ เอาเป็นว่าจะไม่มีคนที่สาม ที่สี่ ที่ห้าอีกต่อไปอย่างแน่นอน”
ทั้งคู่มองตากัน คุณอาบจันทร์มองอย่างต้องการความจริง คุณปกรณ์ก็มองอย่างให้คำมั่นสัญญา
ที่เชิงบันได้ใหญ่ พยาบาลสาวทั้งสองกำลังจะเลี้ยวไปที่ตึกเรือนรับรองที่ใช้เป
สาวน้อยพลังจิต ตอนที่ 19 จินตนาการสุดขอบฟ้า
ตอนที่ 19 จินตนาการสุดขอบฟ้า
คฤหาสน์สีขาวทรงโรมันตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วอยู่ในซอกหลืบของพุ่มไม้หนาที่สวนหน้าคฤหาสน์
หญิงวัยกลางคนนอนบนเตียงในห้องใหญ่กลางบ้าน กลิ่นฉุนของยาฆ่าเชื้อ และกลิ่นอ่อนๆของอุจาระ ปัสสาวะผสมกันอยู่ในห้องนั้น แม้จะมีพัดลมระบายและเครื่องปรับอากาศที่ให้อากาศเย็นสบายและถ่ายเทเป็นอย่างดี
ชายวัยกลางคนยืนกุมมือเธอไว้อย่างทะนุถนอม พยาบาลสาวตาคมหน้าอิ่มยืนอยู่ไม่ห่างนัก สีหน้าแววตาของเธอดูคล้ายคนทำความผิดบางอย่างที่กำลังร้องขอการให้อภัย
“ผมไม่อยากทำร้ายจิตใจคุณ” คุณปกรณ์เอ่ยอย่างแผ่วเบากับหญิงที่นอนบนเตียง คุณอาบจันทร์ ภรรยาของเขาเอง
คุณอาบจันทร์มีสีหน้าสลดเล็กน้อย แต่ก็หันไปยิ้มกับพยาบาลสาวแล้วหันกลับมาสบตาคุณปกรณ์และพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับ
“อาบไม่โกรธหรอกค่ะ ต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่ทั้งสองคนกล้ามาบอกความจริงกับอาบ....
อาบนอนแบ็บมา 3 ปี คงเป็นเวรกรรมที่จู่ๆก้าวพลาดตกบันไดจนเป็นอัมพาต คุณไม่เคยห่างอาบเลย อาบเสียอีก ที่เป็นภาระ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ภรรยาที่ดีได้” เธอหันไปทางพยาบาลสาว ยิ้มให้แล้วพูดต่อ
“ต้องขอบใจกาญจน์ ที่คอยดูแลฉันเป็นอย่างดีตลอดหลายปีมานี้ สองปีแรกฉันเปลี่ยนพยาบาลไปตั้ง 7 -8 คน เพราะอารมณ์ฉุนเฉียว และความอึดอัดตัวเอง ทำเอาใครต่อใครหนีเปิดเปิงกันไปหมด มาเจอแม่กาญจน์ ที่ทั้งสวย ทั้งอ่อนหวาน ทั้งใจเย็น ทั้งๆที่ไม่ได้สอนอะไร แต่ก็เหมือนสอนให้อาบยอมรับนับถือคนอื่น ยอมรับสภาพของตัวเอง ไม่ท้อแท้ ปล่อยวางไม่เก็บกด แล้วก็ไม่ฉุนเฉียวเอากับคนอื่น......
ถ้าอาบเป็นผู้ชายก็ต้องเผลอรักคนอย่างกาญจน์เหมือนกัน คนอะไร้ นุ่มนิ่มอ่อนหวาน ส่วนเรื่องกาญจน์กับคุณอาบไม่โกรธ ก็คนเจอกันเกือบทุกวันตั้ง 2 ปี ฝ่ายผู้ชายมีเมีย เมียก็เป็นอัมพาต.....
คุณกับกาญจน์เจอกันยังใช้เวลาคบแค่ปีเดียวถึงได้แต่งงาน ยังไงอาบก็ถือว่าเอาชนะกาญจน์ได้ที่ตรงนี้....” พูดถึงตรงนี้เธอหัวเราติดตลกแล้วพูดต่อ
“ ทุกวันนี้ก็คิดเหมือนกาญจน์เป็นน้องคนนึง” เธอหันมาที่คุณพจน์แล้วพูดอีก
“คุณพจน์ จริงๆนะ อาบยังเคยนึกเลยว่า ถ้าอาบอายุสั้น อาบจะมีความสุขที่สุดก็คือให้คุณกับกาญจน์แต่งงานกัน เพราะเธอช่างแสนดีกับอาบ และดีกับลูกของเราเหลือเกิน อาบก็ได้แต่คิด” เธอหัวเราะเบาๆแล้วพูดต่อ
“ใครล่ะ จะกล้าพูดกับพยาบาลที่แสนดีกับตัว ว่าอยากให้แต่งงานกับสามีตัวเอง หรือจะมากะเกณฑ์กับสามี ว่าให้แต่งงานใหม่กับพยาบาลคนนี้นะ” ตอนนี้เธอยิ้มทั้งน้ำตา
“สิ่งที่คิดฝันไว้มันก็เป็นความจริงสมใจจนได้ แต่มันเกิดตอนที่อาบยังไม่สิ้นใจ แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับอาบคะ” เธอหันไปที่คุณปกรณ์ แม้จะยิ้มให้เขาอย่างไม่เสแสร้ง แต่น้ำตาก็เอ่อล้น
“ผมยังรักคุณเหมือนเดิม ผมเองก็รู้สึกผิด แต่ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไป”
คุณปกรณ์ใช้มือทั้งสองบีบมือคุณอาบแน่น เหมือนยืนยันว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเธอไปอย่างเด็ดขาด
“เมื่อคุณเข้าใจและให้อภัยเราทั้งสอง ผมกับกาญจน์ก็ต้องขอขอบคุณ แต่มันเป็นการดีที่ผมจะบอกแก่คุณ ว่าความจริงข้อหนึ่ง ที่หากใครคนนั้นจะเป็นใครสักคน ที่เป็นกาญจน์ก็เพราะว่า ผมมั่นใจว่าเขายอมรับเราได้ เขายอมรับเรื่องของเราทั้งสอง และยอมรับปัญหาที่เราประสบกันอยู่ โดยเฉพาะใครคนนั้นต้องยอมรับคุณได้”
ทั้งคู่มองตากัน น้ำใสไหลย้อยอาบแก้มของคนทั้งคู่
เสียงพยาบาลสาวดังทำลายบรรยากาศอันสลดหดหู่ คุณอาบหันไปทางเธอ
“กาญจน์กราบขออภัยคุณอาบด้วยค่ะ”
เธอลุกเดินจากเก้าอี้ใกล้เตียงมาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง แล้วย่อเข่าลงพนมมือทั้งสองกราบลงที่เท้าของหญิงวัยกลางคน คุณอาบยิ้มให้อีกครั้ง
“ดูสิ คุณกาญจน์ทำถึงขนาดนี้ ใครล่ะจะโกรธลง กลับรู้สึกปลื้มด้วยซ้ำ ที่ชาตินี้มีโอกาสได้รู้จักคนอย่างคุณกาญจน์ และต้องรู้สึกชื่นชมสามีตัวเองอีกต่างหาก ที่เข้าใจเลือกผู้หญิง”
“ตอนนี้กาญจน์เขาตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้ว คงออกแรงพลิกตัวคุณเวลาเช็ดตัวไม่ไหว เราปรึกษากันแล้วว่ากาญจน์จะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดจนคลอดเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา กาญจน์เขาหาเพื่อนมาทำหน้าที่แทนคุณในช่วงที่เขาไม่อยู่ โดยที่จะมีผมคอยดูแลคุณอย่างใกล้ชิดไม่มีห่างเหมือนเดิม”
คุณอาบได้ฟังก็ถอนใจ แต่ไม่พูดอะไร คงยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในฐานะคนพิการที่ได้แต่เฝ้ารอคอยการดูแลปรนนิบัติที่มีความห่วงใยอันเกิดจากจิตใจ ที่จะทำให้คนอย่างเธอคลายทุกข์ลงไป
ก่อนหน้านี้ คุณปกรณ์ นักธุรกิจที่กำลังประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรุ่งโรจน์ มีความสุขดีกับชีวิตครอบครัวที่มีคุณอาบจันทร์เป็นศรีภรรยา และมีลูกคนเดียววัย 10 ขวบที่กำลังเตรียมตัวจะเข้าเรียนชั้น ป. 5 ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี ชีวิตคู่ ครอบครัว ลูกที่น่ารัก อาชีพการงาน บ้าน รถ ทรัพย์สินที่กำลังงอกเงย ทุกอย่างดูดีไปหมด ใครอีกหลายคนคงกำลังอิจฉาชีวิตที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์ของสองสามีภรรยา
แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน นิสัยอย่างหนึ่งของคุณอาบจันทร์ที่เป็นคนใจร้อน ทำอะไรทำเร็วและเร่งรีบไปหมด ทำให้เธอก้าวเท้าง่ายๆพลาดจากรองเท้าส้นสูงหลายนิ้วขณะกำลังเดินลงบันได ทำให้เธอหล่นลงมาอย่างแรง เป็นเหตุให้กระดูกสันหลังช่วงใกล้ต้นคอแตกหัก ส่งผลให้เส้นประสาทที่กระดูกสันหลังเสียหาย เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา
ช่วงแรกๆนั้นเธอคลุ้มคลั่ง และคิดว่าความตายเท่านั้นจะชดเชยสิ่งที่เธอสูญเสียไปได้ แต่คนที่ขยับได้เฉพาะส่วนคอขึ้นไปจะทำอะไรได้ นอกจากแสดงความฉุนเฉียวก่นด่าผู้คนที่ทำไม่ถูกใจเธอ จนใครต่อใครพากันเอื่อมระอา ที่เป็นญาติพี่น้องก็มาเยี่ยมน้อยลง ที่เป็นพยาบาลหรือเด็กรับใช้ใกล้ชิดก็พากันลาออกไปหมด
สถานการณ์ดูเหมือนร้ายแรงอย่างที่สุด เมื่อคุณอาบจันทร์พยายามฆ่าตัวตายด้วยการหยุดกิน ซึ่งดูเหมือนเด็กรับใช้และพยาบาลหลายคนก็พยายามสนองความต้องการนี้แม้จะไม่มีเจตนาที่จะให้เธอพบกับความสำเร็จในความปรารถนาอันนั้น
กระทั่งกาญจน์ได้ผ่านเข้ามาในสถานการณ์นั้น ด้วยความฉลาด มีไหวพริบ อ่อนหวาน เข้าใจเจรจา และความมีน้ำอดน้ำทนสูง ทำให้เธอเป็นที่ยอมรับของอาบ และเธอได้สอนอาบโดยไม่รู้ตัวถึงความใจเย็น อดทน ความรู้เจรจาและเอาอกเอาใจ ทำให้เธอรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองกลับคืนมา และต่อสู้ดิ้นรนให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี มีอายุยืนยาว และยังปรับบุคลิกภาพตัวเองให้เป็นคนมีสุขภาพจิตดี ให้อภัย ไม่ฉุนเฉียว และพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยการวาดภาพด้วยปากจนถึงขั้นที่เอาภาพนั้นไปขายได้
เมื่อคุณอาบจันทร์เปลี่ยนแปลงตัวเองก็เริ่มมีเพื่อน ทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าในชีวิตตัวเองที่เพิ่มขึ้น และเธอรู้สึกขอบคุณกาญจน์อยู่ไม่น้อย ที่มีส่วนอย่างมากในการทำให้เธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
................................................................................................................................................................................
กาญจน์ชักชวนเพื่อนสมัยเรียนพยาบาลที่คิดว่าไว้ใจได้ให้มาทำหน้าที่แทนเธอ หลังจบการศึกษาทั้งอรและกาญจน์ก็แยกย้ายกันไปทำงานตามวิถีชีวิตของแต่ละคน อรไปเป็นพยาบาลที่ต่างจังหวัดได้ไม่กี่อร ก็พบรักกับหัวหน้าแผนกรับรถซ่อมของบริษัทตัวแทนขายรถยนต์รายใหญ่ในต่างจังหวัด ทั้งคู่ไม่ได้จัดงานแต่งงาน เพียงแต่ย้ายไปอยู่ด้วยกันเฉยๆ เพราะต่างไม่ค่อยมีเงินมีทองกันนัก เพียงแต่จัดงานเลี้ยงเล็กๆและบอกกับเพื่อนบางคนเท่านั้น กาญจน์เองเพียงแต่รับรู้ว่าอรมีชีวิตคู่แล้วเท่านั้น
กาญจน์คิดว่างานดูแลคนป่วยอัมพาตในบ้านหลังใหญ่ที่เงียบเหงางานนี้ คงมีหลายคนที่เต็มใจจะทำ อย่างน้อยก็ระยะแรกๆ เพราะค่าจ้างที่ได้รับสูงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปถึงสี่เท่า ไม่รวมอาหารและที่พักที่ฟรีทั้งหมด พยาบาลจบใหม่ที่ทำงานไปสักพักแล้วรู้สึกว่าอยากจะเก็บเงินก้อนหนึ่งไว้ทำอย่างอื่นคงจะอยากทำกันแน่ และอรก็เป็นคนหนึ่งที่ตอบตกลงโดยไม่รังเรเมื่อได้รับการชักชวนจากกาญจน์ เพราะหลังจากทำอาชีพพยาบาลอยู่ที่โรงพบาบาลต่างจังหวัดก็คิดอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานบ้าง แถมมีที่อยู่ กินฟรีและมีเงินใช้มากมายหลายเท่า ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน
ขณะเดียวกัน อรก็มีอาการเบื่อๆอยากๆกับสามีที่อยู่ด้วยกันมา กะว่าถ้าเจอใครคนใหม่ที่น่าสนใจกว่าหรือพอจะทดแทนได้ เธอก็ตั้งใจจะทิ้งสามีคนเก่าทันที เธอบอกกับสามีเพียงว่าเพื่อนให้ไปทำหน้าที่พยาบาลที่กรุงเทพฯแทนชั่วคราว 4-5 อร ได้เงินมากกว่าที่ได้รับถึงสี่เท่า เมื่อครบกำหนดเวลาทำงานแล้วก็จะกลับมาเอง ในระหว่างนี้เธอก็จะติดต่อสามีเป็นระยะๆ
“บ้านใหญ่จังเลยเนอะกาญจน์”
สาวในชุดพยาบาลเอ่ยขึ้น ขณะมองไปรอบๆคฤหาสน์ทรงโรมันสีขาว
“เธอนี่โชคดีจริงๆ ได้ทำงานที่สวยๆแบบนี้ แถมเงินดีอีกตะหาก ขอบใจมากนะเพื่อน ที่แนะนำสิ่งดีๆในชีวิตให้” เธอกล่าวจบก็วิ่งอย่างลิงโลดมาจับมือเพื่อนพยาบาลอีกคนที่เดินตามมาติดๆเป็นเชิงขอบคุณ
“ว่าแต่เธอทำไมถึงลาออกล่ะ” เธอเอ่ยถามขณะเดินตามมือของเพื่อนที่ชูขึ้นเป็นสัญญาณให้เลี้ยวที่ทางแยกของโถง
“พอดีต้องไปทำธุระที่บ้านต่างจังหวัดประมาณ 5 อรน่ะ มันก็นานเกินไปที่จะขอลาพัก เลยต้องลาออกไปเลย เพราะคุณอาบจันทร์ภรรยาเจ้าของบ้านที่ป่วยอยู่ เธอต้องการคนดูแลใกล้ชิดมากๆ ฉันก็ช่วยโฆษณาเธออย่างเต็มที่เลย ว่าอรเพื่อนดิฉันเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง มีน้ำใจดี และข้อสำคัญมีความอดทนเป็นพิเศษ”
“อย่างว่าแหละเนอะ คนป่วยอัมพาตนอนแบ็บมา 5 ปี คงต้องใช้ความอดทนสูงทั้งคนไข้ทั้งพยาบาล”
อรพูดจบ กาญจน์ก็ชูนิ้วขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้เบาเสียง เมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดที่ประตูไม้สักลายหรูบานโต
กาญจน์เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป อรเดินตามเข้าไป เธอเห็นหญิงวัยกลางคนนอนศีรษะสูงยิ้มให้เธอ เธอเห็นแล้วก็รู้สึกเฉยๆ ก็ยกมือไหว้ไปตามระเบียง เพราะหญิงวัยกลางคนบนเตียงก็มีสภาพไม่ต่างจากคนไข้ที่เธอเห็นจนชินตาในโรงพยาบาลที่เธอเพิ่งลาออกมา
เธอมาสะดุดตาที่ชายอีกคนที่ยืนใกล้ๆกัน แม้ลักษณะโดยรวมจะบอกให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้คงมีอายุกลางๆ 40 แต่สันจมูกนั้นคมจนแทบบาดตาของเธอ แววตาที่ลึกดื่มด่ำให้ความรู้สึกชวนค้นหา ดวงหน้าที่ยิ้ม สบายๆ และเป็นมิตรให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดแม้ครั้งแรกที่ได้เห็น ผมหวีเข้าทรงและไดร์นิดๆ เข้ากับหน้าผากที่โหนกน้อยๆ ใบหูที่เป็นเหลี่ยมเหมือนถูกสลักด้วยเครื่องมือของช่างมืออาชีพ ริมฝีปากที่ตรงมุมลงสนิทกัน ให้ความรู้สึกมั่นคง ท่ายืนของเขาที่คอตรงโดยมีคอเสื้อที่ถูกรีดจนให้ความรู้สึกว่าคอเสื้อนั้นคมกริบ ที่มีช่วงคอที่กลึงเหลี่ยมเป็นสันลอยเด่นออกมา เข็มขัดที่เรียบขรึมกับสีกางเกงหม่น ขับสีเสื้อขาวให้ผุดผ่องเหมือนผู้ใส่มีรัศมีเรืองรอง รองเท้าขัดมันทรงและแบบผู้ดีที่ไม่มีลวดลายสีสัน หรือเป็นแฟชั่นลอยๆฉาบฉวยอย่างถูกๆ ซึ่งดูดีและมีรสนิยมมาก
เธอถึงกับสะอึกกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า รู้สึกเหมือนว่ารูปปั้นหรือรูปหล่อเทพแห่งกรีกได้ลอยมาปรากฏ ลักษณะสะเทิ้มน้อยๆแต่เป็นธรรมชาติของเธอทำเอาคุณปกรณ์ถึงกับเขิน กาญจน์ต้องเดินมาชักมือให้อรหันไปทางคุณอาบจันทร์ อรยกมือไหว้คุณอาบจันทร์ เธอพยักหน้าแล้วพูดกับพยาบาลผู้มาใหม่ว่า
“คุณคงเป็นคุณอร คุณกาญจน์บรรยายสรรพคุณไว้เยอะ ฉันก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ หนักนิดเบาหน่อยมีอะไรก็บอกกัน ถือว่าสงสารคนพิการอย่างดิฉันด้วยเถอะ”
“อรเองก็ได้รับทราบข้อมูลของคุณอาบจันทร์มาบ้างค่ะ จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หากมีอะไรที่ขาดตกบกพร่องก็บอกอรนะคะ จะรีบแก้ไขปรับปรุงให้ทันทีค่ะ”
ทั้งคู่พยักหน้าให้กัน คุณอาบจันทร์หันไปทางกาญจน์แล้วเอ่ยขึ้น
“จะให้มาดูแลฉันพรุ่งนี้ใช่มั้ยจ๊ะ อย่างนี้ฉันไม่กวนคุณอรแล้ว ไปพักผ่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราพบกัน”
อรพนมมือแล้วเอ่ยลาทั้งคุณอาบจันทร์และคุณปกรณ์ก่อนที่กาญจน์จะจูงมือออกมาจากห้องนั้น
เมื่อประตูห้องปิดสนิทลงอีกครั้ง คุณอาบจันทร์เอ่ยกับคุณปกรณ์ว่า
“แม่พยาบาลคนใหม่มองคุณไม่กระพริบตาเลย”
คุณปกรณ์ได้ฟังถึงกับสะดุ้ง ตอบละล่ำละลักว่า
“อย่าคิดเลยเถิดไปเลยคุณอาบจันทร์ จะไม่สบายใจเปล่าๆ เอาเป็นว่าจะไม่มีคนที่สาม ที่สี่ ที่ห้าอีกต่อไปอย่างแน่นอน”
ทั้งคู่มองตากัน คุณอาบจันทร์มองอย่างต้องการความจริง คุณปกรณ์ก็มองอย่างให้คำมั่นสัญญา
ที่เชิงบันได้ใหญ่ พยาบาลสาวทั้งสองกำลังจะเลี้ยวไปที่ตึกเรือนรับรองที่ใช้เป