สวัสดีครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ได้เข้ามาอ่านนะครับ
ผมมีชื่อว่า เคน เกิดที่ประเทศไทย และได้ย้ายมาอยู่ประเทศแคนาดาได้เกือบๆ 7 ปี แล้ว
verification proof :
https://www.facebook.com/PublishFeature/
ปัจจุบันผมทำธุรกิจ Online E-commerce Drop Shipping ส่งสินค้าขายทั่วโลกครับ
ผมเริ่มต้นยังไง

:
ในปลายปี 2015 ขณะที่ผมทำงานเป็นภารโรงเก็บกวาดขยะอยู่ที่สถาณีรถไฟฟ้าอยู่นั้น ผมได้เห็นเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่ง สะพายกระเป๋านักเรียน ซึ่งกระเป๋านักเรียนอันนั้นมันดูเท่มากและทำให้ผมรู้สึกโลภและอยากได้มันมาก ผมเลยลองไปเช็คราคาต่างๆตามห้างเเถวบ้าน ซึ่งราคามันก็มากกว่าที่ผมสามารถจะซื้อได้ ($85 เหรียญไม่รวมภาษี) แต่เนื่องจากผมทำงานเก็บกวาดขยะ + เก็บขวดน้ำพลาสติกจากการคุ้ยขยะ $85 ยังไม่รวมภาษีถือว่าเเพงสำหรับผมมาก
ขนาด McDonald's Hamburger อันละ $2 ผมยังไม่กล้าซื้อกินเลย
แต่เนื่องจากผมอยากได้มันมากๆ ผมเลยเริ่มหากระเป๋าเป้นั้นผ่านทางออนไลน์ หลังจากใช้เวลาศึกษาค้นหาอยู่นาน ผมก็ได้เจอกับคนขายกระเป๋าตัวนั้นจาก ต่างประเทศ แต่ราคาต่างกันมากเมื่อปรับเป็นเงิน CAD ตอนนั้นก็ $65 รวมค่าส่ง ผมตัดสินใจซื้อเนื่องจากผมไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีให้รัฐ แต่ผมก็กล้าๆกลัวๆ เนื่องจากมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมสั่งสิ่งของออนไลน์ กลัวว่าจะโดนโกง
หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ ไปรษณีย์ก็มาส่งของให้ถึงบ้าน หลังจากที่ผมเช็คกระเป๋าทุกอย่างโอเค ผมก็มีความคิดขึ้นมาในหัวว่า "เอ้อ...คนขายของออนไลน์นี่สบายดีเนอะ แค่อยู่เฉยๆก็มีคนมาซื้อของละ ได้เงินสบายดีจริงๆเเหะ"
และทันใดนั้นเอง ความคิดผมก็พุ่งกระฉูด "เออ...ทำไมเราไม่ลองทำมั่งวะ" แต่เเล้วอีกด้านหนึ่งของความคิดผมก็บอกว่า "เห้ย...จะขายของออนไลน์ต้องใช้เงินเยอะนะ ต้องตุนของนะ" ผมก็บอกกับตัวเองว่า เออ...จริงว่ะ แต่จู่ๆก็มีไอเดียเด้งขึ้นมาในหัวผม...
"ถ้าเราเป็นปลอมเป็นพ่อค้า ขายสินค้าให้ลูกค้า แล้วพอเวลาเขาจ่ายเงินเรา แล้วเราเอาเงินนั้นไปซื้อสินค้าจากผู้ขายจริงๆ แล้วเอากำไรนิดๆหน่อยๆ ล่ะ"
ไม่รอช้า ผมได้เริ่มใช้เวลาอีกหลายวันเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ วันละ 10-12 ชั่วโมงต่อวัน ศึกษาว่าจะขายที่ไหน ขายยังไง ขายอะไร
ในที่สุดผมก็ได้เริ่มต้นโดยการขายกระเป๋านักเรียนนั้นเเหละที่ผมซื้อมา บนหลายเว็ปไซด์มาก ไม่ว่าจะเป็น eBay, bonanza, craigslist, etc แต่ผมทำเเบบวิธีที่ชื่อว่า "Drop shipping" (วิธีด้านบนที่อธิบายไป)
ผมได้ลองผิดลองถูก ขาดทุนช่วงแรกๆ และเสียเงินไปฟรีๆเยอะมาก สำหรับช่วงการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่าน google และ youtube หาเทคนิคต่างๆ
ภายใน 3 เดือนแรก รายได้ผมก็เริ่มขึ้นหลักแสนและรายได้มันก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกเดือนๆ จนหลายล้านบาทในเวลาไม่ถึงปี...
ทักษะวิชาที่ช่วยให้ผมมีวันนี้ :
1. หาความรู้เพิ่ม

: อ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มหรือหาวิดีโอที่ให้ความรู้ในสิ่งที่คุณสนใจ เช่น ถ้าคุณอยากขายของก็หนังสือสอนวิธีการขายของ อยากเล่นหุ้นหนังสือสอนเล่นหุ้น อยากทำอหังสาริมทรัพย์ก็อ่านหนังสือด้านนั้นๆ
2. ฝึกการสังเกตุ

: โอกาศนั้นอยู่รอบตัว อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นมัน...แต่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะโดนก้มหน้ามองโทรศัพท์แทนหรือไม่สนใจโลกสิ่งรอบๆตัว
3. ทำงานหนัก กับ ทำงานแบบฉลาด

: การทำงานมีสองแบบด้วยกัน ทำงานหนักหรือทำงานโดยใช้ความคิด ตัวอย่างเช่น ผมอยากหารายได้เพิ่ม เลยทำงานเพิ่มชั่วโมงเข้าไปแทนที่จะศึกษาเรียนรู้ทักษะวิชาใหม่ๆ เช่นการขายของออนไลน์
ทำงานเพิ่ม 4 ชั่วโมง (8 ชั่วโมงต่อวัน + 4 ชั่วโมงเพิ่ม) ยังจะรายได้น้อยกว่าการขายของออนไลน์ที่ใช้เวลาน้อยกว่ากันเยอะมาก
4. กล้าที่จะเสี่ยง

: กล้าที่จะลงทุน กล้าที่จะเสี่ยง ถ้าผลตอบแทนดีผมก็กล้าที่จะลอง และถ้าเกิดมันไม่ประสบความสำเร็จ ผมก็ไม่ท้อและถือว่ามันเป็นค่าใช้จ่ายการเรียนรู้ประสบการณ์
5. ล้มแล้วลุกเป็น

: ผมไม่กลัวคู่ต่อสู้ที่เก่ง แต่ผมกลัวคู่ต่อสู้ที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ไม่ยอมแพ้ คนที่ล้มแล้วลุกใหม่เรื่อยจะมีโอกาศประสบความสำเร็จสูง
ปัจจุบัน :
ตอนนี้ผมได้เลิกทำงานเก็บกวาดขยะ/ขายขวดน้ำแล้ว มาทำงานเสริฟอาหารให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคต่างๆในโรงพยาบาลเด็กอาทิตย์ละ 8 ชม และขายของออนไลน์วันละ 10-20 นาที
ขอบคุณครับที่ตามอ่านมาจนจบ ผมหวังว่ามันจะช่วยเสริมกำลังใจให้กับทุกๆท่านนะครับ
ผมเป็นเด็กในวัยอายุ 22 ที่เปลี่ยนจาก 0 ไป ล้าน ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี
ผมมีชื่อว่า เคน เกิดที่ประเทศไทย และได้ย้ายมาอยู่ประเทศแคนาดาได้เกือบๆ 7 ปี แล้ว
verification proof : https://www.facebook.com/PublishFeature/
ปัจจุบันผมทำธุรกิจ Online E-commerce Drop Shipping ส่งสินค้าขายทั่วโลกครับ
ผมเริ่มต้นยังไง
ในปลายปี 2015 ขณะที่ผมทำงานเป็นภารโรงเก็บกวาดขยะอยู่ที่สถาณีรถไฟฟ้าอยู่นั้น ผมได้เห็นเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่ง สะพายกระเป๋านักเรียน ซึ่งกระเป๋านักเรียนอันนั้นมันดูเท่มากและทำให้ผมรู้สึกโลภและอยากได้มันมาก ผมเลยลองไปเช็คราคาต่างๆตามห้างเเถวบ้าน ซึ่งราคามันก็มากกว่าที่ผมสามารถจะซื้อได้ ($85 เหรียญไม่รวมภาษี) แต่เนื่องจากผมทำงานเก็บกวาดขยะ + เก็บขวดน้ำพลาสติกจากการคุ้ยขยะ $85 ยังไม่รวมภาษีถือว่าเเพงสำหรับผมมาก
ขนาด McDonald's Hamburger อันละ $2 ผมยังไม่กล้าซื้อกินเลย
แต่เนื่องจากผมอยากได้มันมากๆ ผมเลยเริ่มหากระเป๋าเป้นั้นผ่านทางออนไลน์ หลังจากใช้เวลาศึกษาค้นหาอยู่นาน ผมก็ได้เจอกับคนขายกระเป๋าตัวนั้นจาก ต่างประเทศ แต่ราคาต่างกันมากเมื่อปรับเป็นเงิน CAD ตอนนั้นก็ $65 รวมค่าส่ง ผมตัดสินใจซื้อเนื่องจากผมไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีให้รัฐ แต่ผมก็กล้าๆกลัวๆ เนื่องจากมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมสั่งสิ่งของออนไลน์ กลัวว่าจะโดนโกง
หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ ไปรษณีย์ก็มาส่งของให้ถึงบ้าน หลังจากที่ผมเช็คกระเป๋าทุกอย่างโอเค ผมก็มีความคิดขึ้นมาในหัวว่า "เอ้อ...คนขายของออนไลน์นี่สบายดีเนอะ แค่อยู่เฉยๆก็มีคนมาซื้อของละ ได้เงินสบายดีจริงๆเเหะ"
และทันใดนั้นเอง ความคิดผมก็พุ่งกระฉูด "เออ...ทำไมเราไม่ลองทำมั่งวะ" แต่เเล้วอีกด้านหนึ่งของความคิดผมก็บอกว่า "เห้ย...จะขายของออนไลน์ต้องใช้เงินเยอะนะ ต้องตุนของนะ" ผมก็บอกกับตัวเองว่า เออ...จริงว่ะ แต่จู่ๆก็มีไอเดียเด้งขึ้นมาในหัวผม...
"ถ้าเราเป็นปลอมเป็นพ่อค้า ขายสินค้าให้ลูกค้า แล้วพอเวลาเขาจ่ายเงินเรา แล้วเราเอาเงินนั้นไปซื้อสินค้าจากผู้ขายจริงๆ แล้วเอากำไรนิดๆหน่อยๆ ล่ะ"
ไม่รอช้า ผมได้เริ่มใช้เวลาอีกหลายวันเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ วันละ 10-12 ชั่วโมงต่อวัน ศึกษาว่าจะขายที่ไหน ขายยังไง ขายอะไร
ในที่สุดผมก็ได้เริ่มต้นโดยการขายกระเป๋านักเรียนนั้นเเหละที่ผมซื้อมา บนหลายเว็ปไซด์มาก ไม่ว่าจะเป็น eBay, bonanza, craigslist, etc แต่ผมทำเเบบวิธีที่ชื่อว่า "Drop shipping" (วิธีด้านบนที่อธิบายไป)
ผมได้ลองผิดลองถูก ขาดทุนช่วงแรกๆ และเสียเงินไปฟรีๆเยอะมาก สำหรับช่วงการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่าน google และ youtube หาเทคนิคต่างๆ
ภายใน 3 เดือนแรก รายได้ผมก็เริ่มขึ้นหลักแสนและรายได้มันก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกเดือนๆ จนหลายล้านบาทในเวลาไม่ถึงปี...
ทักษะวิชาที่ช่วยให้ผมมีวันนี้ :
1. หาความรู้เพิ่ม
2. ฝึกการสังเกตุ
3. ทำงานหนัก กับ ทำงานแบบฉลาด
ทำงานเพิ่ม 4 ชั่วโมง (8 ชั่วโมงต่อวัน + 4 ชั่วโมงเพิ่ม) ยังจะรายได้น้อยกว่าการขายของออนไลน์ที่ใช้เวลาน้อยกว่ากันเยอะมาก
4. กล้าที่จะเสี่ยง
5. ล้มแล้วลุกเป็น
ปัจจุบัน :
ตอนนี้ผมได้เลิกทำงานเก็บกวาดขยะ/ขายขวดน้ำแล้ว มาทำงานเสริฟอาหารให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคต่างๆในโรงพยาบาลเด็กอาทิตย์ละ 8 ชม และขายของออนไลน์วันละ 10-20 นาที