คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ในตอนนี้ยึดอารมย์ ความกลัวทุกข์ได้ครับ แต่ควรปล่อยความยึดอารมณ์นั้นเท่าที่ทำได้ครับ
การปฏิบัติโดยสะสมความยึดติดในอารมณ์จะพาไปให้เราถึงการดับทุกข์ ดับอารมณ์ได้ทันที ดับได้ตามใจนึก ทำให้เราเกิดความทะนง ไม่กลัวความทุกข์และกระทำเหตุแห่งทุกข์ ได้อย่างสบายใจ เป็นวิชาหนึ่ง
ไม่ไช่ทางของมรรค๘ ซึ่งเป็นความสงบ และสันติ ครับ
ปฏิบัติง่ายๆ ปฏิบัติโดยไม่เคร่งเครียด ปฏิบัติโดยความสบายใจ เมื่อเรารู้สึกสบายใจ คือ เราเห็นความรู้สึก
ผลของมันเรารู้สึกไม่ได้ครับ แต่ เราสังเกตุรู้ได้ว่าอะไรลดลงไปบ้างครับ
การปฏิบัติโดยสะสมความยึดติดในอารมณ์จะพาไปให้เราถึงการดับทุกข์ ดับอารมณ์ได้ทันที ดับได้ตามใจนึก ทำให้เราเกิดความทะนง ไม่กลัวความทุกข์และกระทำเหตุแห่งทุกข์ ได้อย่างสบายใจ เป็นวิชาหนึ่ง
ไม่ไช่ทางของมรรค๘ ซึ่งเป็นความสงบ และสันติ ครับ
ปฏิบัติง่ายๆ ปฏิบัติโดยไม่เคร่งเครียด ปฏิบัติโดยความสบายใจ เมื่อเรารู้สึกสบายใจ คือ เราเห็นความรู้สึก
ผลของมันเรารู้สึกไม่ได้ครับ แต่ เราสังเกตุรู้ได้ว่าอะไรลดลงไปบ้างครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ศาสนาพุทธ
แรงผลักภายในใจ ให้ปฏิบัติธรรม
คือ ผมเห็นลึกลงไปในใจตัวเองว่า ตัวที่เป็นแรงผลักดัน ให้ผมยังคงปฏิบัติธรรม คือเรื่องของการที่ตัวเองกลัวทุกข์ครับ
คือก่อนที่จะปฏิบัติ ชีวิตผมก็ผ่านอะไรมาบาง ตามที่โลกนี้มีและเป็น
ผมได้รับรู้ถึงความรู้สึกทุกข์ ในแต่ละอย่างว่าเป็นอย่างไรบ้าง เช่น การผลัดพลาก การสูญเสีย การเสื่อมไปของสังขาร โลกธรรม8 หรืออื่นๆ
เทียบกับตอนที่ไม่เคยปฏิบัติธรรม ผมว่าความทุกข์ที่ผ่านเข้ามา มันทำผมทุกข์ที่ใจเอามากๆ
พอได้ ปฏิบัติธรรม ผมรู้สึกว่า ความทุกข์ เบาบางลง มีปัญญาพอระงับได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่มีปัญญาพอจะตัดหรือทำให้ไม่รู้สึกทุกข์ที่ใจได้
ดังนั่น ลึกๆแล้ว ผมคิดว่าที่ทุกวันนี้ยังพยายามปฏิบัติ เพราะผมไม่อยากทุกข์ แบบที่เคยรู้สึกหรือรับรู้มา
การที่ผมยึดอารมย์ ความกลัวทุกข์ แล้วเป็นแรงผลักดันให้ทุกๆวัน ต้องพยายามปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งที่ถูกต้องไหมครับ
กราบขอบคุณล่วงหน้านะครับ
ขอบคุณครับ