หลังจากหายหน้าหายตาไปจากโลกโซเชี่ยลประมาณสามเมตส์หมิบๆ เมตส์เเบลคเบิร์น เมตส์พี่ปอกบา เมตส์เเชมป์ fa ผมได้ดูทุกนัด เเต่ผมไม่สามารถลากสังขารมากด ฉะ ที่เเป้นพิมพ์ได้
เป็นเพราะคุณหมอท่านสั่งว่า ห้ามผมนอนดึกอีก เเต่เวลาเเมนยูเตะก็ลุกขึ้นมาดูทุกนัด ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ในชีวิต ( เอาจริงๆเสียดายค่าเช่า ที่ต่อสัญาณดูบอลต่างหากเล่า หุหุ ) เเต่ถึงต่อสัญญาณก็ดูบอลเเค่เเมนยูอย่างเดียว
เมื่อวานยังนึกอยุ่เลยว่า เลสเตอร์จะรอดไหมเนี่ย เเต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนเวลาล่วงเลยมาวันนี้จนเลยครึ่งวันไปเเล้ว ผมเองก็ยังไม่ร็ผลบอลเลย
จนได้มีโอกาสเปิด พันทิพย์ เเล้วก็ร็ผลว่า ตัวเธอโดนสามเม็ด ถึงชั่วโมงนี้ ผมยังไม่ได้ดูไฮไลท์โดยด้วยซ้ำ
ความรู้สึกเเวปเเรกคือ มันไม่น่าเเปลกใจเท่าไร บอลที่ใช้พลังงานในการวิ่งมากๆ มาค่อนฤดูกาล ไม่มีทางจะอยุ่ยืนยง นี่ขนาดไม่ได้เตะถ้วยอื่นอะไรนักหนา
นะเนี่ย
ว่าเเล้วก็มองย้อนดูตัวเอง
เราเองก็ใช้พลังงานในการดูบอลเเละความคิดมาตลอดสองปี ( ปกติก็เล่นเกมส์ดึกอยุ่เเล้ว) มันก็คงถึงจุดๆหนึ่ง ที่ร่างกายจะสู้ไม่ไหวเหมือนกัน เเต่ในเมื่อการดูเเมนยูเป้นความสุขของ the old man มันก็ต้องฝืนดูเเละลากสังขารกันไป
บทเรียนมันก็อยุ่ในตัวของมัน การทำอะไรมากเกินไป มันก็ส่งผลไม่ดีเหมือนกัน
เหมือนกับการวิ่งของลิเวอร์พูล ผมเคยไปบอกกระทุ้ใครก็ไม่รุ้ว่า ผมมองลิเวอร์พูลเหมือนอาเซนอลเลยเเฮะ เเรกๆเเรง กลางปีชะงัก เดี๋ยวก็มาเเรงอีกปลายๆ
หันมาดูเเมนยู มูริณโญ่จับสลับนักเตะไปๆมาๆ โรเตชั่น ผ่อนคนโน้น ผ่อนคนนี้ เเต่ละคนหน้าที่ไม่มากเกินเยอะเกิน ถึงอิบราจะเล่นเยอะ เเต่ เเต่ละนัดเค้าไม่ได้ใช้กำลังมากมายนัก จึงทำให้เค้าอยุ่ได้เกือบทุกเมตส์ อีกทั้งเกมส์ของ ยูไนเต็ดจะค่อยๆเป้นค่อยๆไป ค่อยๆเข้าทำ จึงทำให้เเมนยูฤดุกาลนี้ดูดีอย่างมากๆ
เราจึงมีบทเรียนจากสิ่งพวกนี้คือการ
---- ปรับเเก้วให้พอดีกับน้ำ ปรับใจให้พอดีกับสิ่งทีมี ----
กินยาต่อ อิอิ
พอดีพอดี
เป็นเพราะคุณหมอท่านสั่งว่า ห้ามผมนอนดึกอีก เเต่เวลาเเมนยูเตะก็ลุกขึ้นมาดูทุกนัด ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ในชีวิต ( เอาจริงๆเสียดายค่าเช่า ที่ต่อสัญาณดูบอลต่างหากเล่า หุหุ ) เเต่ถึงต่อสัญญาณก็ดูบอลเเค่เเมนยูอย่างเดียว
เมื่อวานยังนึกอยุ่เลยว่า เลสเตอร์จะรอดไหมเนี่ย เเต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนเวลาล่วงเลยมาวันนี้จนเลยครึ่งวันไปเเล้ว ผมเองก็ยังไม่ร็ผลบอลเลย
จนได้มีโอกาสเปิด พันทิพย์ เเล้วก็ร็ผลว่า ตัวเธอโดนสามเม็ด ถึงชั่วโมงนี้ ผมยังไม่ได้ดูไฮไลท์โดยด้วยซ้ำ
ความรู้สึกเเวปเเรกคือ มันไม่น่าเเปลกใจเท่าไร บอลที่ใช้พลังงานในการวิ่งมากๆ มาค่อนฤดูกาล ไม่มีทางจะอยุ่ยืนยง นี่ขนาดไม่ได้เตะถ้วยอื่นอะไรนักหนา
นะเนี่ย
ว่าเเล้วก็มองย้อนดูตัวเอง
เราเองก็ใช้พลังงานในการดูบอลเเละความคิดมาตลอดสองปี ( ปกติก็เล่นเกมส์ดึกอยุ่เเล้ว) มันก็คงถึงจุดๆหนึ่ง ที่ร่างกายจะสู้ไม่ไหวเหมือนกัน เเต่ในเมื่อการดูเเมนยูเป้นความสุขของ the old man มันก็ต้องฝืนดูเเละลากสังขารกันไป
บทเรียนมันก็อยุ่ในตัวของมัน การทำอะไรมากเกินไป มันก็ส่งผลไม่ดีเหมือนกัน
เหมือนกับการวิ่งของลิเวอร์พูล ผมเคยไปบอกกระทุ้ใครก็ไม่รุ้ว่า ผมมองลิเวอร์พูลเหมือนอาเซนอลเลยเเฮะ เเรกๆเเรง กลางปีชะงัก เดี๋ยวก็มาเเรงอีกปลายๆ
หันมาดูเเมนยู มูริณโญ่จับสลับนักเตะไปๆมาๆ โรเตชั่น ผ่อนคนโน้น ผ่อนคนนี้ เเต่ละคนหน้าที่ไม่มากเกินเยอะเกิน ถึงอิบราจะเล่นเยอะ เเต่ เเต่ละนัดเค้าไม่ได้ใช้กำลังมากมายนัก จึงทำให้เค้าอยุ่ได้เกือบทุกเมตส์ อีกทั้งเกมส์ของ ยูไนเต็ดจะค่อยๆเป้นค่อยๆไป ค่อยๆเข้าทำ จึงทำให้เเมนยูฤดุกาลนี้ดูดีอย่างมากๆ
เราจึงมีบทเรียนจากสิ่งพวกนี้คือการ
---- ปรับเเก้วให้พอดีกับน้ำ ปรับใจให้พอดีกับสิ่งทีมี ----
กินยาต่อ อิอิ