พระแท้

กระทู้สนทนา
ต่อไปข้างหน้าศาสนาของตถาคต จะมีพวกมิจฉาทิฏฐิทั้งหลาย เอาคำสอนที่ไม่ใช่สัจจธรรมเข้ามาปะปนไว้ในคำสอนของตถาคต ปะปนเข้าไปทีละน้อย ทีละน้อย จนกระทั่งว่า หมดเลย คำสอนไม่มี เนื้อแท้ไม่มี มีแต่สิ่งทีไม่ถูกต้อง เป็นไม้ผุๆ เข้ามาปะปนไว้ จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นเนื้อแท้ นี่แหละมันสำคัญ พระพุทธเจ้าท่าน วาดภาพไว้แล้ว ว่าให้ระวังไว้ บอกว่าสิ่งนี้ไม่เกิดในปัจจุบัน แต่จะเกิดในอนาคตข้างหน้า ท่านพูดอย่างนั้น เพื่ออะไร เพื่อเตือนภิกษุทั้งหลาย อุบาสก อุบาสิกา ให้รู้ไว้ว่า กลองคือสัจจธรรมของพระพุทธเจ้านั้น จะถูกเอาไม้ไม่ดีเข้ามาปนจนจำไม่ได้ แล้วก็ไปยึดถือเอาสิ่งไม่ดีนั้น ว่าเป็นตัวพระพุทธศาสนา

อันนี้เป็นความจริง ที่ปรากฎอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งเราเห็นว่ามีอะไรมากมายก่ายกอง ที่เข้ามาแทรกมาปน ในธรรมะของพระพุทธเจ้า จนคนไม่ถึงธรรมะ ไม่รู้จักเนื้อแท้ของพระพุทธศาลนา หลงไหลมัวเมากันไปด้วยรูปต่างๆ นี่เรื่องหนึ่ง ที่น่าคิด

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำคนให้มัวเมาไม่เข้าเรื่อง ให้สังเกตญาติโยมที่มาจากไกลๆ นั่งรถผ่านทางถนนสายใหญ่ๆ เช่นโยมมาจากนครปฐม ถนนที่มีสามแยก สี่แยก หรือตลาด จะเห็นป้ายใหญ่โตมหึมา ป้ายแผ่นโตๆ งานอะไร งานวัด ผูกพัทธสีมา วัดนนั้น วัดนี้ ลงทุนเขียนไม่ใช่น้อยนะ ใช้สีใช้สรรอย่างดี แล้วไม่ใช่รายเดียว เป็นร้อยๆ รายที่เอาไปบอกไว้ในที่ต่างๆ ลงทุนไม่ใช่น้อย อาตมาดูป้ายแล้วสลดใจ ไม่ใช่สลดใจว่าป้ายใหญ่ หรือว่า เปลืองสี ใม่ใช่อย่างนั้น

แต่มันสลดใจว่า ชวนคนให้มาทำอะไร ในงานเหล่านั้น ไม่มีรายใดที่จะชวนคนให้มาลืมหูลืมตาเลย แต่ชวนคนให้มาโง่กันทั้งนั้น มาหลับหูมาหลับตากันทั้งนั้น มาทำอะไร เพราะในป้ายเหล่านั้นไม่มีเรื่องศาสนา แต่บอกว่าในงานนี้มีดนตรีลูกทุ่งวงสายัญสัญญา สุรพล อะไรต่ออะไร สังข์ทอง สีใส มีหนังจอยักษ์ แล้วก็มีลิเกอะไรต่ออะไร เรื่องสนุกทั้งนั้น แปลว่า ให้คนมาวัด เพื่อความสนุกสนานเฮฮา ไม่ได้มาศึกษาธรรมะ แล้วทางวัด ก็ไม่ได้ประกาศธรรมอะไร หาโฆษกอย่างดี ท่านทั้งหลายได้ปิดทองลูกนิมิตแล้วหรือยัง อะไรคืออะไร โฆษณาจะให้คนชื้อทองปิดหินเท่านั้นเอง แต่ว่าไม่ไม่โษณาว่าให้เชิญไปฟังธรรมที่นั่น ให้ไปนั่ง สวดมนต์ที่นี่แล้ว ญาติโยมที่ไปในงานลูกนิมิตนี่ก็ไปด้วยความ ขออภัยเถอะ ออกไปด้วยความโง่เหมือนกันอีกนั่นแหละ ไม่ใช่ไปด้วยความฉลาดอะไร ไปให้มันโง่หนักลงไปอีก คือเข้าใจว่า ถ้าได้ปิดทองหินลูกนิมิตแล้ว จะไม่ไปตกนรก มันจะกั้นนรกได้อย่างไร เพียงปิดทองลูกนิมิตเท่านั้น

นั่นเป็นอุบายของเขา ที่จะให้คนไปซื้อทอง เพื่อเอาเงินมาบำรุงวัด แล้วว่าเงินบำรุงวัดไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องแบ่งให้คนขายทองบ้าง คนขายเข็มบ้าง คนขายเชือกบ้าง คนขายธูปขายเทียนบ้าง วัดได้กี่เปอร์เซ็นต์ ที่จะได้มาเข้าวัดก็ใม่เท่าใด เรียกว่าได้ไม่เท่าไร แล้วก็ยังไปแบ่งให้หนังละครอีก วงดนตรีลูกทุ่งทั้งหลาย ลูกกรุงทั้งหลาย เพลงอะไรทั้งหลาย มากมายก่ายกอง ๕ วัน ๕ คืน ๗ วัน ๗ คืน ทำให้เศรษฐกิจของชาติซบเซาไปสักเท่าใด เพราะคนไปเที่ยวกลางคืน แล้วรุ่งเช้าไม่ต้องตัดอ้อยแล้ว มันง่วง ตัดอ้อยไม่ได้ เดี๋ยวไปตัดมือของตัวเองเข้าให้เท่านั้นเอง พวกทำอะไรก็ไม่ได้ทำเท่านั้นเอง แล้วนี่เราไม่ได้คิดถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ ไม่ได้คิดถึงความเสื่อมโทรมทางจิตใจ เราคิดแต่ว่าจะสนุกกันเท่านั้นเอง

หลวงพ่อปัญญานันท
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่