((มาลาริน)) ^_^ องค์การสงฆ์โลก..ปฏิเสธสาวกธรรมกาย ร้องขอให้กดดันรัฐบาลไทยยกเลิกมาตรา 44 ระบุเป็นเรื่องกฎหมายภายใน

กระทู้คำถาม
สาธุค่ะ....
องค์การสงฆ์โลกเข้าใจเหตุการณ์ในประเทศไทย
พิจาณาแยกผิดถูกได้  และคงติดตามเรื่องนี้แล้ว
เห็นว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวเพราะเป็นเรื่องภายใน
ใครฟ้องไป...อายเขานะคะ..

นานาโนนานาสงสัยนานาเหงื่อตกนานาอุ๊ต๊ะ

มาอ่านข่าวกันค่ะ...เม่าอ่านเม่าอ่านหนังสือพิมพ์เม่าแพนด้า
กต.เผยองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ปฏิเสธสาวกธรรมกาย ร้องขอให้กดดันรัฐบาลไทยยกเลิกมาตรา 44 ระบุเป็นเรื่องกฎหมายภายใน

27 ก.พ. 60- นางลินนา ตังธสิริ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาการโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธ เรียกร้องให้รัฐบาลไทย ยกเลิกการใช้มาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมของการประชุมองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ที่จัดการประชุมระหว่างวันที่ 21 – 25 ก.พ. 2560 ณ วัดฮงปอบซา จังหวัดปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี แล้ว

พบว่าประเด็นเรื่องวัดพระธรรมกายไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุม Chairman of Standing Committee of The World Fellowship of Buddhist Youth (WFBY) ตั้งแต่ต้น แต่ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายไทยที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวได้เป็นผู้ยกประเด็นเรื่องวัดพระธรรมกายขึ้น ในที่ประชุม Standing Committee โดยขอให้ที่ประชุมเห็นชอบและร่วมกดดันให้รัฐบาลไทยยกเลิก มาตรา 44 ทั้งนี้ ที่ประชุมในฝ่ายผู้แทนพระและวัดของเกาหลีใต้เห็นว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องภายในของประเทศไทย ดังนั้น การดำเนินการควรต้องเคารพและเป็นไปตามกระบวนการภายในและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทย ทั้งนี้ การหารือเรื่องข้างต้นเป็นเพียงการหารือสั้นๆ และภายหลังการประชุมไม่ได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการประชุม หรือเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด

นางลินนา กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นตามที่ปรากฏใน Facebook ของ WFBY เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2560 ว่ามีการสวดมนต์ ที่วัดฮงปอบซา วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้ง (end conflicts and protect Buddhism in Thailand) นั้น ขอเรียนว่า ตามปกติของวัดฮงปอบซาจะมีการร่วมสวดมนต์เป็นพิเศษทุกวันที่ 1 ของปฏิทินจันทรคติ (ซึ่งตรง กับวันที่ 26 ก.พ. 2560) จึงมีการรวมตัวของพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก เพื่อสวดมนต์และร่วมฟังพระธรรมเทศนาเป็นปกติ และจากการตรวจสอบทราบว่า ไม่ได้มีการเทศน์หรือสวดมนต์วิงวอนให้มีการยุติ

“ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้มีหนังสือชี้แจงถึงมูลนิธิ Paramita Foundation วัดฮงปอบซา และวัดโชเกซา ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายโชเก ซึ่งเป็นนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยแล้ว ซึ่งมูลนิธิและวัดดังกล่าวมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายภายในของไทย เพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม” รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าว

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่