สายการบินปากีสถาน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ หรือพีไอเอออกมายอมรับว่าได้ตีตั๋วยืนให้กับผู้โดยสาร 7 รายในเที่ยวบินที่เดินทางจากเมืองการาจี ของปากีสถาน ไปยังเมืองเมดีนาของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้เครื่องบินโบว์อิ้ง 777 มีความจุ 409 ที่นั่งซึ่งรวมถึงที่นั่งของพนักงาน แต่ปรากฏว่าเที่ยวบินในวันนั้นมีผู้โดยสารรวม 416 คน โดยพนักงานภาคพื้นดินของสายการบินได้เขียนบอร์ดดิงพาสด้วยลายมือเพื่อให้ผู้โดยสารนำไปใช้ยืนบนทางเดินในเครื่อง
รายงานข่าวระบุว่าถือเป็นครั้งแรกที่พบว่าสายการบินพีไอเอได้อนุญาตให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องเกินกว่าที่กำหนด หลังจากที่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเครื่องบินของสายการบินดังกล่าวเพิ่งตก และทำให้ผู้โดยสาร 47 คนเสียชีวิตทั้งหมด
ขณะที่กัปตันของเครื่องบินระบุว่าไม่เคยทราบข้อมูลของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจนกระทั่งนำเครื่องขึ้นบินแล้ว และเขาไม่เคยได้รับแจ้งข้อมูลใดๆ จากเพอร์เซอร์ในเรื่องดังกล่าว ก่อนที่เครื่องจะปิดประตูด้วย ดังนั้นเมื่อนำเครื่องขึ้นบินแล้ว การจะนำเครื่องกลับไปจอดที่สนามบินในการาจีทันทีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะจำเป็นต้องทิ้งน้ำมันจำนวนมากซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายของสายการบิน
โฆษกของสายการบินพีไอเอระบุว่า กำลังมีการสอบสวนเรื่องดังกล่าวและจะมีการดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบแล้วแต่ไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาของผลการสอบสวนที่ชัดเจนได้
ที่มา
http://www.matichon.co.th/news/475951
ทำไปได้! บินปากีฯรับตีตั๋วยืนให้ผู้โดยสาร7ราย
ทั้งนี้เครื่องบินโบว์อิ้ง 777 มีความจุ 409 ที่นั่งซึ่งรวมถึงที่นั่งของพนักงาน แต่ปรากฏว่าเที่ยวบินในวันนั้นมีผู้โดยสารรวม 416 คน โดยพนักงานภาคพื้นดินของสายการบินได้เขียนบอร์ดดิงพาสด้วยลายมือเพื่อให้ผู้โดยสารนำไปใช้ยืนบนทางเดินในเครื่อง
รายงานข่าวระบุว่าถือเป็นครั้งแรกที่พบว่าสายการบินพีไอเอได้อนุญาตให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องเกินกว่าที่กำหนด หลังจากที่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเครื่องบินของสายการบินดังกล่าวเพิ่งตก และทำให้ผู้โดยสาร 47 คนเสียชีวิตทั้งหมด
ขณะที่กัปตันของเครื่องบินระบุว่าไม่เคยทราบข้อมูลของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจนกระทั่งนำเครื่องขึ้นบินแล้ว และเขาไม่เคยได้รับแจ้งข้อมูลใดๆ จากเพอร์เซอร์ในเรื่องดังกล่าว ก่อนที่เครื่องจะปิดประตูด้วย ดังนั้นเมื่อนำเครื่องขึ้นบินแล้ว การจะนำเครื่องกลับไปจอดที่สนามบินในการาจีทันทีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะจำเป็นต้องทิ้งน้ำมันจำนวนมากซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายของสายการบิน
โฆษกของสายการบินพีไอเอระบุว่า กำลังมีการสอบสวนเรื่องดังกล่าวและจะมีการดำเนินการที่เหมาะสมเมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบแล้วแต่ไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาของผลการสอบสวนที่ชัดเจนได้
ที่มา http://www.matichon.co.th/news/475951