เราควรบอกเด็กเตรียมสอบไปตรงๆดีมั้ยครับว่า เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน มันไม่ใช่ความจริง

ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์ตรงนี้มาก่อน เคยเชื่อมาก่อนว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน
แต่สุดท้ายมันไม่จริงครับ เรียน ม.ต่างจังหวัดแต่อยากเป็นนักการฑูต ภาษาไม่แน่น ทฤษฎีไม่แน่น
ยังไงมันก็สอบไม่ได้ ม.ที่เรียนไม่ได้เน้นตรงนี้ด้วย คือจบกันเลย พลาดโอกาสไปตลอดชีวิต
ผมว่าเราน่าจะบอกความจริงกับเด็กๆเตรียมสอบนะครับว่า มหาวิทยาลัยแต่ละที่มีจุดเด่นไม่เหมือนกัน
ถ้าแค่ทำงานเอกสารในเทศบาลหรือ อบต.ใกล้บ้าน ม.ภูธรใกล้บ้าน มันก็คงเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
แต่ถ้ามีความฝันอยากเป็นสถาปนิก วิศวกร อันนี้น่าจะไม่ตอบโจทย์ละ คือมันน่าจะมีการบอกกันตรงๆไปเลยว่า
มหาวิทยาลัย A B C เก่งทางด้านวิศวกรรม มหาวิทยาลัย C E F เก่งทางด้านการแพทย์ มหาวิทยาลัย X Y Z
เก่งทางด้านภาษา อะไรแบบนี้ เด็กๆจะได้เลือกเส้นทางของตัวเองได้ถูก ไม่ใช่บอกว่าเรียนที่ไหนก็ได้ ไม่ต่างกัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เด็กก็ไม่ได้โง่ไปหมด จนไม่รู้อะไรเลยนะ  ที่บอกว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน มันแค่คำปลอบใจ พวกสอบไม่ติด เข้าที่อยากเข้าไม่ได้
ใครๆก็รู้อยู่แล้วว่า ที่ไหนดัง ที่ไหนเด่น คณะไหนที่การแข่งขันสูง ม.ไหนที่คนอยากเข้ากันมากๆ อัตราการแข่งขันมันแตกต่างกันอยู่แล้ว

ถ้าเด็กคะแนนต่ำ ความสามารถต่ำ แต่อยากเข้าคณะที่การแข่งขันสูง อาจจะต้องปลอบใจ ว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน
เพราะไปสอบที่มันสูงเกินความสามารถยังไงก็ไม่ติดหรอก คำนี้อาจจะได้ผล

แต่ถ้าเด็กมีความสามารถสูง แล้วไม่ได้เรียนที่ที่ควรได้เรียน มาห้ามให้เข้าม.ดัง หรือคณะเด่น โดยอ้างว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน
นั่นเป็นฆ่าอนาคตของเด็ก ด้วยการดูถูกให้เรียนที่ไม่เหมาะสม อันนี้ความผิดผู้ใหญ่ ที่ประเมินพลาด
ความคิดเห็นที่ 2
เดี๋ยวบอกไป มหาลัยที่ไม่ติดโผไหนเลยก็ดราม่าอี๊ก
ความคิดเห็นที่ 77
กระทู้แบบนี้ ตั้งมากี่ครั้งก็โดนลบ
เรารู้สึกว่าสังคมไทยและคนไทย ยังรับความจริงไม่ค่อยได้ค่ะ
จริงๆไม่เฉพาะเรื่องนี้เลย แต่แทบทุกเรื่องที่เป็นจุดอ่อนหรือข้อเสีย
เราว่าเรื่องนี้สำคัญมากนะ เพราะมันก็เหมือนมะเร็ง ไม่รู้ ไม่ยอมรับ มันสบายใจก็จริง แต่สุดท้ายคุณก็จะตาย เพราะไม่ยอมรับ ไม่รักษา เหมือนที่คนส่วนใหญ่ พอพูดแล้วดราม่า ซึ่งจริงๆหัดยอมรับและพัฒนา ไทยจะไปได้ไกลมาก แต่ตอนนี้หลายๆ ประเทศในอาเซียนกำลังจะแซงเราไปแล้ว และถ้าขาดแรงงานคุณภาพ ประเทศไทยก็จะตาย เพราะแรงงานฝีมือไม่มีความสามารถในการแข่งขัน บริษัทดีๆก็จะไปลงทุนที่อื่น
สิ่งสำคัญที่เราเจอในสังคมที่ตั้งใจเรียนและแข่งขัน คือความพยายาม ความขยัน ทำงานมีประสิทธิภาพ ความกระหายความรู้ ไม่กลัวความแพ้ความล้มเหลว
จริงๆ QS ก็มีการจัด Ranking ในด้านต่างๆอยู่นะ และมหาวิทยาลัยอันดับต้นส่วนใหญ่ ก็กำลังเน้นการพัฒนาการศึกษา เพื่อแข่งขันกัน ซึ่งเราว่ามันสนุกนะ
ถ้าคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับความจริงได้ เราว่ามันแทบจะพลิกประวัติศาสตร์ของไทยเลยทีเดียว และประเทศจะพัฒนาแบบก้าวกระโดด

ยอมรับความผิดพลาด พัฒนาตัวเราให้เหมือนสินค้า ถ้าตก Quality control ก็ยอมรับ ปรับปรุง พยายามมากกว่านี้ ก็จะควรค่าแก่การจ้างของบริษัทดีๆเอง
ไม่ใช่อะไรหรอก ถ้าจะบอกว่าแต่ละที่เหมือนกัน มันดูถูกความพยายามของคนที่เค้าพยายามมากไปรึเปล่า คนที่เหนื่อยแทบตาย ปรับปรุงตัวเอง เรียนกันแทบขาดใจ
แถมบางมหาวิทยาลัยเอางานง่ายๆมาให้เราแปล ไม่คิดจะพยายามทำเลย คือถ้าคุณตั้งใจซักหน่อย คุณก็จะเก่ง แต่ไม่ทำ เอาง่ายเข้าว่า มันแฟร์หรอ?
ลองไปคิดดูค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
ทำไมเด็กจะไม่รู้ เด็กเค้ารู้ดีกว่าเราอีก
ในฐานะที่เคยอยู่ ณ จุดนั้นมาก่อน
บอกได้เต็มปากว่า รู้หมด ว่าสถาบันไหนดีไม่ดี ด้านไหนบ้าง รวมไปถึงการใช้ชีวิตด้วยซ้ำ
สถาบันแต่ละแห่ง ติดอันดับโลก ของ QS หรือ THE อันดับไหน ของไทย อันดับไหน
ไม่ว่าจะ กทม หรือ ตจว เราก็ดูจากอันดับ QS กับ THE เป็นหลักในการเลือกอันดับ

ไม่งั้นจะมีให้เด็กเลือก Admission 4 อันดับเหรอ
ก่อนเด็กจะเลือก ก็ต้องหาข้อมูลอยู่แล้ว ว่าจะเอาที่ไหนไว้ ที่ 1 2 3 หรือ 4 กันพลาด
ทุกอย่างเด็กรู้มากกว่าคนอื่น ที่ไม่ได้อยู่ ณ จุดนั้นแน่นอน
ไปดูเด็กโรงเรียนใหญ่ๆสิ แข่งกันกันเรียนต่อมหาลัยดีๆกันขนาดไหน

ทำไมถึงคิดว่าเด็กจะไม่รู้ตรงนี้ละ ม.6 เลือกอนาคตตัวเองกันได้แล้ว
นอกจากเป็นเด็กที่ไม่ได้สนใจจะ Admission หรือไม่ได้มาจากโรงเรียนโดยตรง ถึงจะไม่สนใจเรื่องนี้
ซึ่งมีน้อยมากกกก เด็ก ม.6 ที่ Admission ปีๆหนึ่ง หลายแสนคน ซึ่งคงรู้ดีอยู่เต็มอกหมดแหละ
ความคิดเห็นที่ 14
จริงๆแล้ว ทุกคนรู้กันอยู่แล้วครับ ว่าแต่ละที่นั้นไม่เหมือนกัน

แต่อยากจะออกความเห็นว่า แทนที่จะเป็นอันดับ 1-5 เด่นด้านไหน มันเหมือนโยนที่เหลือทิ้งไปเลย
ทำกันให้เป็นสากลดีกว่าครับ จัด ranking ตั้งแต่อันดับบนสุดถึงท้ายสุด ในแต่ละภาคส่วนวิชา สาขา ไปเลย เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่อันดับบนสุดถึงล่างสุด เป็นอย่างไร

ถ้าการวัดผลโปร่งใส นอกจากจะลดดราม่าแล้วยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพในระดับมหาวิทยาลัยด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่