“ธรรมกาย” ต้องแก้ให้สุดซอย ... กล้าได้กล้าเสีย ...โดย สายล่อฟ้า ... ไทยรัฐออนไลน์
ต้องแก้ไขปัญหา “ลัทธิธรรมกาย” ให้สุดซอยไปเลย...
หลังจากเปิดปฏิบัติการลุยค้นวัดพระธรรมกายด้วยการใช้คำสั่ง ม.44 เพื่อกำหนด
ให้เป็นพื้นที่อยู่ในความคุ้มครองของรัฐยังประโยชน์ในการ
จัดการปัญหาที่เกิดขึ้น
แต่ก็ได้รับการต่อต้านจากพระและฆราวาสด้วยการปิดบังใบหน้า สวมหน้ากาก บางคน
ก็ใช้หมวกและผ้าอย่างมิดชิด
มิหนำซ้ำยังลุยใส่เจ้าหน้าที่อย่างไม่เหมาะสมกับสมณเพศแต่อย่างใด
ที่สำคัญก็คือการใช้สื่อโซเชียลปล่อยข่าวเท็จเพื่อการปลุกระดมด้วยการกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ต่างๆนานาด้วยกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญ
ครับ...อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในโลกปัจจุบันนั้น “สื่อไอที” ที่สามารถสื่อสาร
ได้อย่างรวดเร็วและใส่ข้อมูลอย่างใดก็ได้
ใครได้รับรู้ก่อนก็เชื่อกันไปเหมือนชนะไปหนึ่งก้าวแล้ว
เป็นเรื่องที่ภาครัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตั้งรับให้ดี
หมายถึงว่าจะต้องตามให้ทันออกข่าวข้อเท็จจริงให้รวดเร็วก่อนที่จะตกเป็นฝ่าย
เพลี่ยงพล้ำได้
เพราะปัญหานี้แม้เจ้าหน้าที่จะใช้ความละมุนละม่อมเพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง
แต่อีกฝ่ายหนึ่งพยายามดำเนินการเพื่อให้ไปสู่จุดที่พวกเขาต้องการ
คือเจ้าหน้าที่ทำร้าย “พระ” เพื่อจุดชนวนสร้างแนวร่วมมองว่าพวกเขาไม่ได้รับความ
เป็นธรรมจากรัฐ
ยังมีนักการเมืองบางคนยังพยายามใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นการเมืองกล่าวหาว่ารัฐบาล
รังแกพระ รังแกวัด กำจัดสิทธิเสรีภาพ
คงไม่ประหลาดหรอกครับ...ที่นักการเมืองแบบนี้จึงเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม
จากการบุกเข้าไปในพื้นที่คงได้เห็นภาพและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นว่านี่คือวัดหรือ
เป็นสถานที่ซ่องสุมรังโจรกันแน่
เพราะมีความพร้อมไปทุกด้านทั้งอาคารต่างๆที่ต้องใช้เงินสร้างจำนวนมาก
เงินนั้นมาจากไหนล่ะ...ก็เพราะศรัทธาการลวงโลกถึงขั้นที่ว่าวัดพระธรรมกาย
ทั้งสาขาใหญ่ สาขาทั่วโลก และสาขาทั่วราชอาณาจักรไทยจะมีทรัพย์สิน
มากกว่า 4.4 ล้านล้านบาท
มากกว่างบประมาณในแต่ละปีของประเทศเสียอีก
หากย้อนกลับในปี 2513 หรือ 40 กว่าปีที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายเริ่มต้นด้วยการ
ก่อสร้างวัดมีเงินอยู่เพียง 3,200 บาท ที่ดิน 196 ไร่ที่ได้รับการบริจาค จากนั้นก็
ไล่บีบซื้อที่ดินจากชาวนาโดยให้ราคาสูง
ชาวนารายไหนไม่ยอมก็ส่งคนเข้าไปทำร้ายอย่างน่าเวทนา ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่
กล่าวหากันลอยๆแต่อย่างใด
เพราะเคยมีข่าวมีภาพให้ปรากฏมาแล้ว
ปัจจุบันวัดพระธรรมกายสาขาใหญ่คลองหลวงมีพื้นที่มากกว่า 4,000 ไร่ แต่ถ้ารวมกัน
ทั้งหมดจากสาขาอื่นๆในราชอาณาจักรไทยครอบครองที่ดินมากกว่า 50,000 ไร่
สิ่งก่อสร้างในวัดล้วนแต่มหึมาหลายตึกหลายอาคารเพื่อใช้ในการวัตถุประสงค์ต่างๆ
แถมยังมีอุโมงค์ ห้องลับ โรงอาหารขนาดใหญ่และน้ำมันที่สามารถเก็บน้ำมันได้จำนวนมาก
ความจริงที่ปรากฏออกมาจึงประจักษ์ต่อสายตากันแล้วว่าได้เกิดอะไรขึ้นในวัดแห่งนี้ ขืนปล่อยเอาไว้ไม่มีการควบคุมหรือจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ชัดเจน
หากไม่แยกเจ้าลัทธิออกจากศาสนาพุทธ ไม่แยกพระออกจากโจร ไม่แยกโจรออกจากพระ ไม่แยกวัดออกจากซ่องโจร...อะไรจะเกิดขึ้นลองนึกภาพกันดูเอาเองก็แล้วกัน
ทางเดียวก็คืออาณาจักรจะต้องร่วมมือกับศาสนจักรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
เพื่อจรรโลงพุทธศาสนาให้ยืนยงสถาพรต่อไป
ไหนๆจะทำกันแล้วก็ต้องว่ากันให้สุดซอยไปเลย.
“สายล่อฟ้า”
https://www.thairath.co.th/content/863822
ว่าด้วยเรื่อง "ธรรมกาย" ไทยรัฐ vs ข่าวสด ..../sao..เหลือ..noi
ต้องแก้ไขปัญหา “ลัทธิธรรมกาย” ให้สุดซอยไปเลย...
หลังจากเปิดปฏิบัติการลุยค้นวัดพระธรรมกายด้วยการใช้คำสั่ง ม.44 เพื่อกำหนด
ให้เป็นพื้นที่อยู่ในความคุ้มครองของรัฐยังประโยชน์ในการ
จัดการปัญหาที่เกิดขึ้น
แต่ก็ได้รับการต่อต้านจากพระและฆราวาสด้วยการปิดบังใบหน้า สวมหน้ากาก บางคน
ก็ใช้หมวกและผ้าอย่างมิดชิด
มิหนำซ้ำยังลุยใส่เจ้าหน้าที่อย่างไม่เหมาะสมกับสมณเพศแต่อย่างใด
ที่สำคัญก็คือการใช้สื่อโซเชียลปล่อยข่าวเท็จเพื่อการปลุกระดมด้วยการกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ต่างๆนานาด้วยกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญ
ครับ...อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในโลกปัจจุบันนั้น “สื่อไอที” ที่สามารถสื่อสาร
ได้อย่างรวดเร็วและใส่ข้อมูลอย่างใดก็ได้
ใครได้รับรู้ก่อนก็เชื่อกันไปเหมือนชนะไปหนึ่งก้าวแล้ว
เป็นเรื่องที่ภาครัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตั้งรับให้ดี
หมายถึงว่าจะต้องตามให้ทันออกข่าวข้อเท็จจริงให้รวดเร็วก่อนที่จะตกเป็นฝ่าย
เพลี่ยงพล้ำได้
เพราะปัญหานี้แม้เจ้าหน้าที่จะใช้ความละมุนละม่อมเพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง
แต่อีกฝ่ายหนึ่งพยายามดำเนินการเพื่อให้ไปสู่จุดที่พวกเขาต้องการ
คือเจ้าหน้าที่ทำร้าย “พระ” เพื่อจุดชนวนสร้างแนวร่วมมองว่าพวกเขาไม่ได้รับความ
เป็นธรรมจากรัฐ
ยังมีนักการเมืองบางคนยังพยายามใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นการเมืองกล่าวหาว่ารัฐบาล
รังแกพระ รังแกวัด กำจัดสิทธิเสรีภาพ
คงไม่ประหลาดหรอกครับ...ที่นักการเมืองแบบนี้จึงเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม
จากการบุกเข้าไปในพื้นที่คงได้เห็นภาพและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นว่านี่คือวัดหรือ
เป็นสถานที่ซ่องสุมรังโจรกันแน่
เพราะมีความพร้อมไปทุกด้านทั้งอาคารต่างๆที่ต้องใช้เงินสร้างจำนวนมาก
เงินนั้นมาจากไหนล่ะ...ก็เพราะศรัทธาการลวงโลกถึงขั้นที่ว่าวัดพระธรรมกาย
ทั้งสาขาใหญ่ สาขาทั่วโลก และสาขาทั่วราชอาณาจักรไทยจะมีทรัพย์สิน
มากกว่า 4.4 ล้านล้านบาท
มากกว่างบประมาณในแต่ละปีของประเทศเสียอีก
หากย้อนกลับในปี 2513 หรือ 40 กว่าปีที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายเริ่มต้นด้วยการ
ก่อสร้างวัดมีเงินอยู่เพียง 3,200 บาท ที่ดิน 196 ไร่ที่ได้รับการบริจาค จากนั้นก็
ไล่บีบซื้อที่ดินจากชาวนาโดยให้ราคาสูง
ชาวนารายไหนไม่ยอมก็ส่งคนเข้าไปทำร้ายอย่างน่าเวทนา ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่
กล่าวหากันลอยๆแต่อย่างใด
เพราะเคยมีข่าวมีภาพให้ปรากฏมาแล้ว
ปัจจุบันวัดพระธรรมกายสาขาใหญ่คลองหลวงมีพื้นที่มากกว่า 4,000 ไร่ แต่ถ้ารวมกัน
ทั้งหมดจากสาขาอื่นๆในราชอาณาจักรไทยครอบครองที่ดินมากกว่า 50,000 ไร่
สิ่งก่อสร้างในวัดล้วนแต่มหึมาหลายตึกหลายอาคารเพื่อใช้ในการวัตถุประสงค์ต่างๆ
แถมยังมีอุโมงค์ ห้องลับ โรงอาหารขนาดใหญ่และน้ำมันที่สามารถเก็บน้ำมันได้จำนวนมาก
ความจริงที่ปรากฏออกมาจึงประจักษ์ต่อสายตากันแล้วว่าได้เกิดอะไรขึ้นในวัดแห่งนี้ ขืนปล่อยเอาไว้ไม่มีการควบคุมหรือจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ชัดเจน
หากไม่แยกเจ้าลัทธิออกจากศาสนาพุทธ ไม่แยกพระออกจากโจร ไม่แยกโจรออกจากพระ ไม่แยกวัดออกจากซ่องโจร...อะไรจะเกิดขึ้นลองนึกภาพกันดูเอาเองก็แล้วกัน
ทางเดียวก็คืออาณาจักรจะต้องร่วมมือกับศาสนจักรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
เพื่อจรรโลงพุทธศาสนาให้ยืนยงสถาพรต่อไป
ไหนๆจะทำกันแล้วก็ต้องว่ากันให้สุดซอยไปเลย.
“สายล่อฟ้า”
https://www.thairath.co.th/content/863822