อยากแชร์ประสบการณ์ชีวิตและรับฟังจาก บุคคลที่อยากระบาย หรือเป็นแนวทางให้กับคนที่หาหนทางในการใช้ชีวิต

สวัสดีครับ

นี่เป็นกระทู้แรก ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ เริ่มเลยนะครับ
ผมเกิดมากับครอบครัวที่แตกแยก พ่อและแม่ เลิกกันตั้งแต่อายุยังน้อย จึงอาศัยจึงอาศัยอยู่กับญาติทางพ่อ บรรดา อาๆ ลุงๆ และย่า ตั้งแต่เด็กช่วงประถม
ผมถูกใช้งานหนัก ไม่ว่าจะเป็นงานปูน ก่อสร้าง บางทีไปทำงานกับลุงที่ตจว. เป็นเดือนๆ ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้ค่าแรง ได้แค่ข้าวทานเป็นมื้อๆ และวันเสาร์ อาทิตย์ เค้าจะใช้ให้ผมไปส่งหนังสือพิมพ์ทุกเช้า ปั่นจักรยาน  จันทร์-ศุกร์ ก่อนไปเรียน ไปช่วยป้าขายของใส่บาตร (ที่จะได้ยินเสียง ใส่บาตรไหมครับ) ทุกเช้าก่อนไปเรียน ได้เงินไปเรียนก็น้อยมากๆ ไม่เคยได้กินสิ่งที่อยากกิน ไม่ได้เล่นสิ่งที่อยากเล่น ร้องไห้คิดถึงแม่ คิดถึงพ่ออยู่เสมอ (พ่อผมอยู่คนละที่ ท่านอยู่ ตจว ทำงานหาเงินส่งมาให้ผมเป็นค่าเรียนต่างๆ) วันพ่อวันแม่ อยากได้กราบท่านแบบ คนอื่นบ้าง ไม่เคย ได้แต่คอยเหม่อมอง คิดถึงพ่อแม่ 555+ บางที บรรดาอาๆ อารมณ์ไม่ดีจากไหน จะถูก ตบตี ซ้อม แบบไร้เหตุผล
             ผมฝังใจกับสิ่งที่เค้าทำมากๆ และคิดว่าโตขึ้นจะไม่ทำแบบนี้กับลูก หลานเด็ดขาด และมักจะคิดอยู่ในใจตลอดเวลา ว่าชีวิตเราเกิดมาทำไม ทำไมเราถึงโดนแบบนี้ ไม่เคยมีใครมาคุยด้วยหรือปรึกษา ตัดสินใจเองทุกอย่าง
             จนขึ้น ม ปลายคำถามที่อยู่ในหัวผม ผมเริ่มได้คำตอบจาก ธรรมะของพระพุทธเจ้า ว่าชีวิตเรามีกรรมเป็นตัวกำหนด กรรม=การกระทำ บอกตรงๆ ผมไม่ติดยา ไม่เสเพล เพราะผมรักดี มีธรรมะในใจ ชอบฟังพระเทศน์ ชอบนั่งสมาธิแต่เด็ก โดยไม่รู้สาเหตุหาคำตอบไม่ได้

              ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น เมื่อพ่อผมย้ายมาอยู่ด้วย บรรดาญาติผมเริ่มเกรงใจพ่อผมบ้าง ผมมีโอกาสอยู่กับพ่อก็ช่วยพ่อทำมาหากิน (พ่อผมค้าขายเปิดร้านเล็กๆขายอาหารพร้อมกับครอบครัวใหม่ของพ่อ)  ครอบครัวใหม่ของพ่อก็ดีกับผมนะ คิดเหมือนเราเป็นคนในครอบครัวคนนึง  และเมื่อโตขึ้น ผมเลือกเรียน ม. ราม พร้อมกับทำงานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระพ่อด้วย เรียนนานเลยกว่าจะจบเต็มโควต้า 8 ปี 555 เพราะแทบไม่มีเวลาอ่านหนังสือและไม่ตั้งใจให้มากๆ แต่ก็ดั้นด้นจนจบ (สาเหตุที่จบ เพราะผมคิดได้ช่วง ปี5-6 ได้มีโอกาสช่วยพ่อขายของ ปกติผมช่วยพ่อขายของแค่ช่วงบ่าย2โมงถึงเย็นๆ แต่พอผมช่วยพ่อแบบปกติผมยืนไม่ได้นั่ง ราวๆ 10 โมงถึง 5โมงเย็น เมื่อยมากๆ ปวดข้อเท้ามาก ผมช่วยพ่อแค่ 6 เดือน ปวดข้อเท้ามาก แต่พ่อผมทำมากี่ปี่ แค่นี้น้ำตาผมไหลเลย พ่อลำบากมาก มันเลยเป็นกำลังใจ )หลังจากนั้นก็ตั้งใจเรียนพร้อมกับทำงาน อดออมใช้เงินประหยัดสุดๆ จนปัจจุบัน ผมเติบโตขึ้น มีบ้าน และรถของตัวเอง ถึงบ้านไม่ได้ใหญ่ รถไม่ได้แพง แต่ผมภูมิใจมากๆ และพร้อมจะสร้างครอบครัวกับคนรัก เพื่อเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกน้อยที่จะเกิดมาครับ

สิ่งสำคัญของการแชร์สิ่งเหล่านี้ ขอเป็นวิทยาทาน ธรรมะทาน ให้กับบุคคลที่ยังท้อแท้ในใจ
ขอให้จงมีกำลังใจ ชีวิตไม่ง่าย เมื่อไรที่หมดกำลังใจ มองดูพ่อแม่ของเรา คนที่รักเรา ใครก็ได้ ทำให้เค้า ภูมิใจ และใช้ชีวิตโดยมีธรรมะเป็นแนวทาง แนวทางพระพุทธองค์ ผมเชื่อว่าทุกคนจะผ่านมันไปได้ และ มันจะมีวันที่สวยงามรอคุณอยู่เสมอ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านครับ ขอบคุณครับ
ท่านอื่นอยากแชร์ แชร์ได้เลยครับ ผมพร้อมอ่านทุกกระทู้ เป็นกำลังใจให้กันครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่