ออกแนวปรัชญา ความหมายของชีวิตมนุษย์นะ อาจจะผิดหรือถูกแต่เป็นข้อสรุปของผมจากการมองโลก การทำงาน การอ่านหนังสือมานานระยะหนึ่ง
มนุษย์จะแบ่งตามเป้าหมาย ความหมาย การดำเนินชีวิตเป็น 4 ระดับ
1.อาศัย ทำงานใช้ชีวิตอยู่ในหมู่กลุ่มเพื่อน กลุ่มสังคม สังคมบอกว่าอะไรถูกต้อง ดีงามก็เชื่ออย่างนั้น ไม่เคยตั้งคำถามสำคัญของชีวิต โดยเฉพาะอะไรที่มันนอกเหนือจากความนิยมของสังคม ทำงานรอวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือวันอาทิตย์เพื่อที่จะไปดื่มกิน หัวเราะ เดินห้าง กับคนอื่นๆ มีชีวิตสนใจเรื่องของความสัมพันธ์ของหนุ่มสาว การแต่งตัว แฟชัน เป็นหลัก
2. เรียนจบระดับมหาวิทยาลัย ได้งานที่สังคมบอกว่าดีทำ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อาจจะลงหลักปักฐาน มีบ้าน รถ มีครอบครัวที่ดี เชื่อว่าสิ่งที่พวกเขารู้สึกคือสิ่งสำคัญที่สุด
3.ศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จบสายวิทย์ บางครั้งเรียนต่อปอโท หรือเอก สายวิทยาศาสตร์ พยายามเพิ่มความรู้แม้จะเพียงเล็กน้อย ให้แก่ ความรู้สะสมทั้งหมดของมนุษย์
4.ระดับสูงสุดของมนุษย์ เข้าใจการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดคือการเลือกที่จะกิน นอน ออกกำลังกายอย่างไร ตระหนักว่ามนุษย์คือเครื่องจักรกลทางชีววิทยาที่ธรรมชาติสั่งให้สืบพันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ เป็นเหตุผลหลักสำคัญอย่างเดียว เข้าใจว่าจริยธรรมคือเรื่องอัตวิสัย การทีสังคมบอกว่าอะไรดีงาม ถูกต้อง ทำมานาน อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป ตั้งคำถามสำคัญแก่ชีวิต ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ชอบพูดคุยเรื่องของทฤษฎี หลักการ มากกว่าพูดเรื่องคน เวลาทำอะไรนอกจากคำถามว่าอย่างไรแล้ว ยังสงสัยว่าทำไมด้วย มีแก่นแนวคิดของชีวิตหนักแน่นไม่พัดเอนไปเอนมาจากสิ่งที่มากระทบรอบตัว มีอุดมคติแรงกล้า เข้าใจความกว้างใหญ่ไพศาลของขนาดของเอกภพ และรู้ว่ามนุษย์นั้นเล็กจิ๋วเพียงใด แต่ก็ตระหนักถึงศักยภาพของมนุษย์ ทุกๆวันที่ตื่นมาตอนเช้ามีความหมาย อยากลุกไปทำงานที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้ มีเป้าหมายชัดเจน เข้าใจหลักการทำงาน กลไกของเอกภพอย่างคร่าวๆ ตระหนักว่าทุกวันคือวันแรกของวันสุดท้าย
หลังจากทำงาน อ่านหนังสือ สำรวจสังคมมนุษย์มาระยะเวลาหนึ่งผมก็ได้ข้อสรุปความหมายของการดำเนินชีวิต การทำงาน?
มนุษย์จะแบ่งตามเป้าหมาย ความหมาย การดำเนินชีวิตเป็น 4 ระดับ
1.อาศัย ทำงานใช้ชีวิตอยู่ในหมู่กลุ่มเพื่อน กลุ่มสังคม สังคมบอกว่าอะไรถูกต้อง ดีงามก็เชื่ออย่างนั้น ไม่เคยตั้งคำถามสำคัญของชีวิต โดยเฉพาะอะไรที่มันนอกเหนือจากความนิยมของสังคม ทำงานรอวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือวันอาทิตย์เพื่อที่จะไปดื่มกิน หัวเราะ เดินห้าง กับคนอื่นๆ มีชีวิตสนใจเรื่องของความสัมพันธ์ของหนุ่มสาว การแต่งตัว แฟชัน เป็นหลัก
2. เรียนจบระดับมหาวิทยาลัย ได้งานที่สังคมบอกว่าดีทำ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อาจจะลงหลักปักฐาน มีบ้าน รถ มีครอบครัวที่ดี เชื่อว่าสิ่งที่พวกเขารู้สึกคือสิ่งสำคัญที่สุด
3.ศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จบสายวิทย์ บางครั้งเรียนต่อปอโท หรือเอก สายวิทยาศาสตร์ พยายามเพิ่มความรู้แม้จะเพียงเล็กน้อย ให้แก่ ความรู้สะสมทั้งหมดของมนุษย์
4.ระดับสูงสุดของมนุษย์ เข้าใจการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดคือการเลือกที่จะกิน นอน ออกกำลังกายอย่างไร ตระหนักว่ามนุษย์คือเครื่องจักรกลทางชีววิทยาที่ธรรมชาติสั่งให้สืบพันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ เป็นเหตุผลหลักสำคัญอย่างเดียว เข้าใจว่าจริยธรรมคือเรื่องอัตวิสัย การทีสังคมบอกว่าอะไรดีงาม ถูกต้อง ทำมานาน อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป ตั้งคำถามสำคัญแก่ชีวิต ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ชอบพูดคุยเรื่องของทฤษฎี หลักการ มากกว่าพูดเรื่องคน เวลาทำอะไรนอกจากคำถามว่าอย่างไรแล้ว ยังสงสัยว่าทำไมด้วย มีแก่นแนวคิดของชีวิตหนักแน่นไม่พัดเอนไปเอนมาจากสิ่งที่มากระทบรอบตัว มีอุดมคติแรงกล้า เข้าใจความกว้างใหญ่ไพศาลของขนาดของเอกภพ และรู้ว่ามนุษย์นั้นเล็กจิ๋วเพียงใด แต่ก็ตระหนักถึงศักยภาพของมนุษย์ ทุกๆวันที่ตื่นมาตอนเช้ามีความหมาย อยากลุกไปทำงานที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้ มีเป้าหมายชัดเจน เข้าใจหลักการทำงาน กลไกของเอกภพอย่างคร่าวๆ ตระหนักว่าทุกวันคือวันแรกของวันสุดท้าย