[วอนทุกคนช่วยหนูหน่อยคะ ขอร้อง] โดนสังคมบีบให้เราเปลี่ยนตัวเอง จนไม่เหลือความเป็นตัวเอง เราควรทำไงดี

เกริ่นยาวไปหน่อย ทนอ่านหน่อยนะคะ ขอร้องจริงๆ

เรามากจากอีกสังคมหนึ่ง สังคมที่ทำตัวยังไงก็ได้ แต่ไม่ใช่ว่านอกกรอบนะ ร่าเริงสดใส ยิ้มหัวเราะ เท่าเทียม ทุกคนเป็นมิตร เข้าหากันง่ายๆ ไม่ใส่หน้ากากเข้าหากัน เอาง่ายๆคือสังคมชนบทนะคะ คนต่างจังหวัดน่าจะรู้มันเป็นยังไง แล้วเราก็เข้ามาหาสังคมใหม่ๆอยู่ที่ กทม ตอนแรกคิดว่าสังคมที่นี้ดี เพราะคนที่บ้านใฝ่ฝันอยากเข้ากรุงเทพมากๆ พอเราได้เข้ามา ยอมรับแรกๆมันดีไปหมด แต่พอสักพักเราเริ่มเข้าใจ สังคมที่นี้ผิดๆ มันไม่ได้ดีขนาดนั้น เราอยู่ที่นี้เราไม่สามารถเป็นตัวเองได้  เราต้องปรับตัว เช่น พอเราเข้ามาแรกๆ เราเล่นทักคนทุกคนที่เจอ เอ็นจอย เฟลนลี่ มากๆ พอมีอะไรนิดๆหน่อยเราก็ทำแบบเต็มที่ตลอด เช่น คนรู้จัก "ย้ำว่าแค่รู้จักนะคะ" เป็นวันเกิดไรงิ เราก็เข้าแฮปปี้ในไอจี แต่งภาพให้อย่างดิบดี แต่คนอื่นกลับมองว่ามันตลก เรื่องแบบนี้เขาทำให้แค่คนสนิทๆกันนะ พอเราโดนทวงแบบนั้นเราก็เลิกทำคะ เราก็คิดว่าสงสัยสังคมที่นี้เขาออกแนวห่างเหิน แต่เราก็เข้าใจ เรื่องการแต่งกายอะไรต่างๆที่เราเคยทำที่บ้านนอกก็ต้องปรับหมด เราเคยใส่กระโปร่งยาว ตัดผมเท่าติ่งหู แต่คนที่นี้กลับขำเรา บอกโอเวอร์แหละ อะไรจะระเบียบขนาดนั้น มันทำให้เรากล้ายเป็นตัวตลก แล้วเราก็ไม่มีเพื่อน เพราะตอนนั้นไม่รู้เพื่อนคนไหนเรียกเพื่อนได้บ้าง มีแต่คนใส่หน้ากากเข้าหาเรา เราเลยเปลี่ยนตัวเองอีก เราไม่ใส่กระโปร่งยาว เราใส่สั้นขึ้น เราตัดกระโปร่ง เราซอยผม มันก็แก้ปัญหาเรื่องการเป็นตัวตลกของโรงเรียนได้นะ แต่ตอนนั้นเราตัดผมเอง ตัดผมไม่เป็นเท่าไหร่ คนในโรงเรียนก็ยังตลกเราอีก แค่ลดๆลงบ้าง แต่ครูที่โรงเรียนมองเราแย่ขึ้น จากที่ครูเขาเอ็นดูเรา กล้ายเป็นคอยจับผิดเราบ่อยๆ ตอนพูดเคารพครู เราติดจากโรงเรียนเดิมที่พูดค่ะตามเสมอ เช่น โอเคคะ บะบายคะ ไรแบบนี้ แต่คนที่นี้ไม่ค่อยมีคนพูดเลย พอเราหลุดใช้ครั้งหนึ่งก็มีแต่คนมองเราแปลกๆ ช่วงนั้นมีคนคอยหาเรื่องเราด้วยว่าทำตัวเป็นเด็กดี เสแสร้งอะไรแบบนี้นะคะ เราไม่อยากมีปัญหา เราไม่รู้จะทำตัวไง เราเลยไม่ใช้คำพูดดีๆเท่าไหร่ เราจะพยายามแยกแยะการใช้ครูกับเพื่อน แต่ปกติเราก็เป็นคนไม่สุภาพมากอยู่แล้ว พอใช้บ่อยๆเรากลับกล้ายเป็นพูดจาไม่เพราะไปเลยช่ะงั้น อีกอย่างเราอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่เกิดไม่ค่อยได้ใช้ภาษากลางเท่าไหร่ เวลาเราจะพูดอะไรเราจะคิดนานมากๆ ในหัวเราคือ ควรใช้คำนี้ดีไหมนะ จะพูดยังไงดี เพราะเราโดนทวงเรื่องการพูดบ่อยเราเลยระมัดระวังคำพูดนะคะ แต่มันกลับกล้ายภาพลักษณ์ที่คนอื่นมองเราว่าเราพูดไม่รู้เรื่องนะคะ พอเราจะเสนออะไร ก้ไม่มีใครฟัง แม้เรื่องนั้นจะดีก็ตาม ถ้าไม่ดีหรือเป็นเรื่องที่บ้าบอ ก็จะมักมีคนประเภทพูดทำร้ายจิตใจ ไล่เราไปเรียงคำพูดใหม่เสมอ หรือไม่ก็แบบ แกคิดได้ไงอ่ะบ้าเปล่า โง่อ่ะ และเราเป็นคนชอบคิด ชอบทำ ชอบแสดงความคิดเห็น ตอนเราอยู่ ตจว เราเป็นรองประธานนักเรียนเลยนะคะ555 และเราเป็นหัวหน้าเรื่องทำกิจกรรมบ่อยๆ ที่เขาให้เราทำเพรราะมีแต่คนชมเรา ว่าความคิดเราดี เราเก่ง แต่ที่นี้พอเราโดนแย้งมานิดๆเราก็เหว๋อแล้ว แล้วเราก็ทำความความเข้าใจใหม่ว่ามันไม่ใช่แค่คนๆเดียวในที่นี้ แล้วเราก้เข้าใจ แต่ประเด็นคือ ไม่มีใครรับฟังความคิดเห็นของเรา ไม่มีใครฟังเรา แม้ว่ามันจะดีแค่ไหน แม้เราจะถูก แต่ไม่มีใครเข้าข้างหรือรับฟังเราเราเลย พวกเขาคิดว่าความคิดนี้เป็นเพราะ เราคิด ย้ำคะ เพราะเป็น "เราคิดคะ" เราเลยเปลี่ยนตัวเองอีกที เราเริ่มไม่ยุ่งกับอะไรที่ต้องให้ความเห็น เรารอตามเพื่อนๆอย่างเดียว เอาไงก็ได้ แบบนี้ ตอนแรกๆเราพูดคำนี้เราอึดอัดมาก แต่เราก็ผ่านมันมาได้ เราเริ่มเป็นคนที่อะไรก็ได้ ความเป็นผู้นำเราหายไปเยอะจากเดิม เราไม่กล้าที่จะริเริ่มอะไรใหม่ ถ้าเป็นงานกลุ่มนะ แต่ถ้าเป็นงานเดียว เราก็พอจะดึงมันมาใช้ได้อยู่ ดีที่มันไม่หายไปหมด จากที่เราเป็นช่างพูด สดใส เราก้เริ่มเบาลง จนพ่อแม่ของเราเป็นห่วง เพราะเขาไม่ค่อยชินกับการที่เราเป็นแบบนี้ ปกติเราร่าเริงไง เขาถามเราบ่อยมากๆเป็นไรไหม เราก็บอกว่าไม่เป็นไรนะ สบายดี5555 แต่เขาก็รู้แหละ เพราะทุกครั้งที่เขาถามเราก็ร้องไห้ตลอด พอเขาเห็นเราร้อง เขาก็ไม่ถามต่อ  จนมีวันหนึ่งเราพึ่งรู้ว่าเราเปลี่ยนไปมากๆตอนที่เรากลับต่างจังหวัด เราเดินเล่น เดินผ่านคนแถวนั้น ญาติกันมักจะปลูกบ้านใกล้ๆกันนะคะ เรามาถึงวันแรก เราไม่เข้าไปทักทายใครเลย มาถึงก็นอน หมกอยู่แต่ในห้อง ไม่ออกไปเที่ยว เจอเพื่อนก็ไม่ทัก จนเราโดนบ่นว่า "เปลี่ยนไปเยอะนะ" ยายเราพูดนะคะ เขาบ่นประมาณว่าแต่ตอนน่ารักกว่านี้นิ จากที่เราคอยขับมอไซ เจอคนเดินก็จอดรับตลอด แต่ตอนนั้น เรากลับเมินเฉย ไม่ทุกข์ร้อนอะไรทั้งนั้น จนเรามาทบทวนตัวเองอีกที เราก็ต้องปรับตัวอีกทีเพื่ออยู่ที่นั่นคะ เรามีความสุขมากขึ้น ยิ้มมากขึ้น ทำดีมากขึ้น เรามีความสุขคะ แต่พอเราต้องกลับ กทม เราก็ต้องมาปรับเปลี่ยนตัวเองอีก เรานั่งสมาธิ ทบทวนว่าอยู่นี้ควรทำไงๆๆๆ เรากลับมาได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เราก็ต้องปรับใหม่อีก เรากลับ ตจว นานพอสมควรนะคะตอนนั้น พอเรามาเรียนเราก็กล้ายเป็น แบบเดิม แบบที่คนอื่นไม่เห็นหัว เราเคยปรึกษาเพื่อนเรา เริ่มมีเพื่อนแล้ว "นางบอกว่าให้เราเป็นอย่างที่เป็น" เราก็บอกไปว่า การที่ตัวเราเป็นอยู่มันอาจจะอยู่นอกขอบสังคมที่นี้ก็ได้  แต่เพื่อนก็ยังอยากให้เราเป็นตัวเอง  แต่พอเราเป็นตัวเอง กลับสร้างความคิดแย่ๆให้คนอื่นมองเรา คนอื่นมองเราแย่ขึ้น   เราเลยถามอีกคนดู เขาบอกว่า"มันแย่ทุกอย่าง ที่เป็นตัวเรา" เราอยู่แบบเดิมดีแล้ว ตามเพื่อนแหละ ดีแล้ว จนวันหนึ่ง เรามีโอกาสได้คุยกับคครู เขาบอกเราว่า"ครูชอบเธอตอนแรกมากๆเลยนะ ดูมีระเบียบ ดูใสๆ น่ารักดี ทำไมถึงเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้ล่ะ" เราก็บอกครูไปว่า "หนูไม่ได้เปลี่ยนไปนะคะ หนูยังเป็นหนู แต่หนูแค่ซ่อนความเป็นหนูเอาไว้ ถ้าไม่ซ้อนหนูจะไม่มีเพื่อน ไม่มีคนคบ นะคะ" ครูเขาเลยบอกมาว่า "รู้ไหมการที่หนูซ้อนตัวเองเอาไว้ นั้นไม่เรียกว่าเป็นตัวของหนู แต่หนูไม่รู้จักตัวเองมากกว่า"   เราจุกไปนานมากกับประโยคนี้ หรือจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เราอาจไม่รู้จักตัวเองก้ได้ ว่าทำไรอยู่ จริงๆเป็นคนยังไงกันแน่ พอมีบอกให้เรามั่นใจ ลองว้ากดู เผื่อมีคนฟังเราบ้าง แต่กลับมองเราแย่ขึ้นอีก เราควรทำไงดี เราปรึกษาใครไม่ได้ เพื่อนเราก็ปรึกษาไม่ได้ เพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันกับเราก้ไม่เข้าใจเรา  มองเราแย่เหมือนกันมั้ง เพราะมีปัญหาอะไร ไม่มีใครเชื่อหรือเข้าข้างเราเลยแม้ว่าเราจะถูกก็ตาม พอเราติ หรือ ชมอะไรไป เพื่อนก็บอกว่า "อะไรที่เราพูดถึงมันดีๆ หรือ ชมมัน มันคิดแง่กลับหมด" เรานี้อึ่งไปเลย ไม่กล้าเถียง เพราะทำไงได้ ถ้าเรายึดตัวเราเอง เราก็ต้องอยู่คนเดียว เราไม่อยากอยู่คนเดียว ถึงเราจะย้ายมาเพื่อเรียนก็เถอะ แต่เราอยู่คนเดียวไม่ได้ เราเลยยอมๆทนกันกันไป แล้วก็เรื่องคำพูดแทนชื่อเพื่อน พวกฉายาไรงิ คนที่นี้เขาไม่ชอบจริงๆหรอคะ เราติดจาก ตจว นะคะ เราแทนเพื่อนว่า ดำบ้าง สำออยบ้าง กกน บ้าง ปีเตอร์บ้าง อ้วนบ้าง เราเองเป็นคนผิวดำกว่าเพื่อนนะคะ เวลาเราเรียกมักมีคำพูดแรงกลับมาเสมอว่า -ึงดำกว่าป่ะเรียกคนอื่นอ่ะ ไม่ดูตัวเอง เราแค่อยากใช้เพราะเพื่อนๆพวกนั้นอยู่กลุ่มเดียวกัน เราคิดว่าสนิทกันนะคะ จะตั้งอะไรก้ได้ ส่วน สำออย เขาก้ไม่ชอบชื่อนี้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะไม่ชอบจริงๆ เราก็พยายามหาอะไรหาชื่อที่น่ารักๆหรือตลกดูแต่เหมือนไม่ชอบเลย เราเลยไม่คิดจะพูดแล้วคะ กลัวเพื่อนรำคาญ มีคนเดียวที่เราเรียกได้แล้วดูไม่มีปัญหาอะไร



สุดท้าย มันเป็นเพราะตัวเราหรือเปล่า ไม่หนักแน่นพอ หรือเป็นเพราะเราเลือกมาอยู่สังคมแบบนี้ เราควรทำยังไงดีคะ ควรทำตัวแบบไหนดี ช่วยเราหน่อยนะ เราไม่รู้จะปรึกษาใครแล้ว ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ

ป.ล. เนื้อหาทั้งหมดเราพิมพ์ดีไปหน่อย อย่ามองว่าเราดีนะคะ เรากลัวเพื่อนมาอ่าน แล้วบอกว่าเราตั้งอวยตัวเองไป อยากตั้งให้คนอื่นมองเราเป้นเหยื่อหรอ อะไรแบบนี้ ไม่ต้องมองว่าเราดีคะ เราไม่ได้นิสัยดีขนาดนั้น บางคำพูดอาจไม่ตรงจริงๆทุกตัวอักษรที่เล่ามา แต่ใจความมันประมาณนี้หละคะ เราใช้ภาษาไม่เก่งไม่รู้จะพิมพ์ยังไงดีนะคะ และ เราไม่อยากสร้างอะไรให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะเราทำตัวเราเอง เราอยากได้คำแนะนำการวางตัวนะคะ ช่วยหน่อยนะคะ ว่าเราควรทำไงดี


ทั้งนี้  ลักษณะการพูดจา การพิมพ์อะไรผิดไป หรือเนื้อความนี้ทำให้ใครไม่พอใจใดๆ ทุกประการ เราขอโทษ ขออภัยนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่