คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เอาจริง ๆ ผมว่าตอนนี้คุณรู้ตัวดีแหละว่ารู้สึกยังไง การที่เราจะโกรธเกลียดใคร จะตัดใครออกจากชีวิตหรือจะให้ใครเข้ามาในชีวิตของเรา หรือคุณจะวางคนไหนไว้ส่วนไหนของชีวิตคุณก็ได้ครับ มันเป็นสิทธิ์ของเรา ไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับหากเราจะต้องโกรธหรือเกลียดใคร ไม่ต้องกลัวว่าเราจะกลายเป็นผู้ร้ายครับ ขอแค่ว่าเราทำแล้วสบายใจและเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็พร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ได้ก็เท่านั้นพอครับ แต่ส่วนใหญ่คนเราจะกลัวสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ดีอะไรเลย เรามักจะเอาเรื่องศีลธรรม, ความดีมาตีกรอบตัวเองไว้ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะครับ เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องใช้กับทุกเรื่อง...
ต่อไปนี้คือเรื่องของผมนะครับ...
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประมาณเดือนมิถุนาฯ ปีที่แล้ว ผมตัดเพื่อนคนหนึ่งออกจากชีวิตของผม เพราะคำว่า "หน้าหมา" ที่ผมด่าเพื่อนไปครับ ทั้ง ๆ ที่ผมรู้ว่าผมผิดนะ แต่ผมก็เลือกที่จะตัดเขาออกจากชีวิต เหตุการณ์วันนั้นคือวันเกิดของเพื่อนอีกคน เราก็แอบนัดแนะกันว่าจะพาเพื่อนไปเลี้ยงข้าวกับซื้อของขวัญแอบไปเซอร์ไพรส์ โดยเพื่อนคนที่ว่าจะเป็นคนเอาของขวัญตามมาทีหลัง แต่ว่าก่อนที่จะไปกินข้าวผมกับเพื่อนเจ้าของวันเกิดก็ไปเดินซื้อของกันก่อน เวลาเลยคลาดเคลื่อนประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ผมก็โทรนัดแนะกับเพื่อนอีกคนตลอด ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรยังไงก็มาทันกินข้าวกันแน่ ๆ จนกินกันไปได้สักเกือบครึ่งชั่วโมง ผมเห็นท่าไม่ดีเลยโทรตาม โทรตามประมาณ 20 กว่าสายในครึ่งชั่วโมงแต่เพื่อนก็ไม่รับ ด้วยความหงุดหงิดเลยส่งข้อความไปโวยว่า "ทำเชี่ยไรอยู่ ไม่รับสายวะ ไอ้หน้าหมา" สักพักเพื่อนโทรกลับมาโวยผม บอกว่าออกมาแล้วแต่เอาโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเลยไม่ได้ยิน แล้วก็ด่าผมเรื่องพูดไม่เพราะกับเขา ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกันเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้น้ำเสียงคือโกรธมาก บอกว่าครั้งนี้จะไม่ยอมแล้วนะ ผมเลยตัดบทไปว่า "เออ เมิงไม่ต้องมาละ" และนั่นคือประโยคสุดท้ายที่ผมคุยกับเพื่อนคนนั้นครับ...
คือถ้าจะเอาเรื่องศีลธรรม ความดี หรือมารยาทมาใช้กับเรื่องนี้ผมก็ผิดเต็ม ๆ ในส่วนของผมแหละครับที่ใช้คำพูดที่ไม่เพราะกับเพื่อน เพื่อนก็ผิดในส่วนที่ไม่บอกเลยว่าออกแล้วนะ ถึงนี่ๆๆ แล้วนะ แถมโทรไปก็ไม่รับ แต่สำหรับเพื่อนกลุ่มนี้คำพวกนี้ไม่ได้หยาบคายมากมายอะไรเลย เป็นคำที่ใช้ด่ากันตามปกติแต่ก็ไม่บ่อยถึงขนาดเป็นคำติดปาก และก็ด่ากันในอารมณ์แบบเพื่อนด่ากันอ่ะครับ ไม่ได้จริงจังอะไรเลย ในเมื่อเขารับกับคำพวกนี้ไม่ได้ และผมก็รับกับปฏิกิริยาของเขาไม่ได้ ผมเลยเลือกตัดออกจากชีวิตเลย เขาก็ไม่ต้องได้ยินคำพวกนี้จากปากผมอีก ผมก็ไม่ต้องคอยระวังคำพูดเวลาจะเล่นกับเพื่อนอีก ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่ใช่คนหยาบคาย (แต่พูดคำหยาบเป็น) และคนทั่วไปมองว่าผมเป็นคนสุภาพและมีมารยาทด้วยซ้ำ การที่เพื่อนคนนี้จะหายไปไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมเลย ผมยังมีเพื่อนที่เรียกได้ว่า "เพื่อนสนิท" อีกเกือบ 10 คน และผมยังหาเพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มได้อีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงต้องขอโทษและง้อเพื่อนแน่นอน แต่สุดท้ายแล้วมันก็คงจะมีโอกาสเกิดเรื่องเดิม ๆ ได้อีกอ่ะครับ ผมเลยตัดเลยดีกว่า และมันก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ผมทำไปมันไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับชีวิตของผมเลย...
ต่อไปนี้คือเรื่องของผมนะครับ...
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ประมาณเดือนมิถุนาฯ ปีที่แล้ว ผมตัดเพื่อนคนหนึ่งออกจากชีวิตของผม เพราะคำว่า "หน้าหมา" ที่ผมด่าเพื่อนไปครับ ทั้ง ๆ ที่ผมรู้ว่าผมผิดนะ แต่ผมก็เลือกที่จะตัดเขาออกจากชีวิต เหตุการณ์วันนั้นคือวันเกิดของเพื่อนอีกคน เราก็แอบนัดแนะกันว่าจะพาเพื่อนไปเลี้ยงข้าวกับซื้อของขวัญแอบไปเซอร์ไพรส์ โดยเพื่อนคนที่ว่าจะเป็นคนเอาของขวัญตามมาทีหลัง แต่ว่าก่อนที่จะไปกินข้าวผมกับเพื่อนเจ้าของวันเกิดก็ไปเดินซื้อของกันก่อน เวลาเลยคลาดเคลื่อนประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ผมก็โทรนัดแนะกับเพื่อนอีกคนตลอด ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรยังไงก็มาทันกินข้าวกันแน่ ๆ จนกินกันไปได้สักเกือบครึ่งชั่วโมง ผมเห็นท่าไม่ดีเลยโทรตาม โทรตามประมาณ 20 กว่าสายในครึ่งชั่วโมงแต่เพื่อนก็ไม่รับ ด้วยความหงุดหงิดเลยส่งข้อความไปโวยว่า "ทำเชี่ยไรอยู่ ไม่รับสายวะ ไอ้หน้าหมา" สักพักเพื่อนโทรกลับมาโวยผม บอกว่าออกมาแล้วแต่เอาโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเลยไม่ได้ยิน แล้วก็ด่าผมเรื่องพูดไม่เพราะกับเขา ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกันเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้น้ำเสียงคือโกรธมาก บอกว่าครั้งนี้จะไม่ยอมแล้วนะ ผมเลยตัดบทไปว่า "เออ เมิงไม่ต้องมาละ" และนั่นคือประโยคสุดท้ายที่ผมคุยกับเพื่อนคนนั้นครับ...
คือถ้าจะเอาเรื่องศีลธรรม ความดี หรือมารยาทมาใช้กับเรื่องนี้ผมก็ผิดเต็ม ๆ ในส่วนของผมแหละครับที่ใช้คำพูดที่ไม่เพราะกับเพื่อน เพื่อนก็ผิดในส่วนที่ไม่บอกเลยว่าออกแล้วนะ ถึงนี่ๆๆ แล้วนะ แถมโทรไปก็ไม่รับ แต่สำหรับเพื่อนกลุ่มนี้คำพวกนี้ไม่ได้หยาบคายมากมายอะไรเลย เป็นคำที่ใช้ด่ากันตามปกติแต่ก็ไม่บ่อยถึงขนาดเป็นคำติดปาก และก็ด่ากันในอารมณ์แบบเพื่อนด่ากันอ่ะครับ ไม่ได้จริงจังอะไรเลย ในเมื่อเขารับกับคำพวกนี้ไม่ได้ และผมก็รับกับปฏิกิริยาของเขาไม่ได้ ผมเลยเลือกตัดออกจากชีวิตเลย เขาก็ไม่ต้องได้ยินคำพวกนี้จากปากผมอีก ผมก็ไม่ต้องคอยระวังคำพูดเวลาจะเล่นกับเพื่อนอีก ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่ใช่คนหยาบคาย (แต่พูดคำหยาบเป็น) และคนทั่วไปมองว่าผมเป็นคนสุภาพและมีมารยาทด้วยซ้ำ การที่เพื่อนคนนี้จะหายไปไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมเลย ผมยังมีเพื่อนที่เรียกได้ว่า "เพื่อนสนิท" อีกเกือบ 10 คน และผมยังหาเพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มได้อีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงต้องขอโทษและง้อเพื่อนแน่นอน แต่สุดท้ายแล้วมันก็คงจะมีโอกาสเกิดเรื่องเดิม ๆ ได้อีกอ่ะครับ ผมเลยตัดเลยดีกว่า และมันก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ผมทำไปมันไม่ได้ส่งผลเสียอะไรกับชีวิตของผมเลย...
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ผมควร เกลียดผู้หญิงคนนี้ หรือควรรู้สึกยังไงกันดี ?
จนวันหนึ่ง ที่ร้านรับพนักงานใหม่เขามาเป็นผู้หญิงสูง สวย เข้ามา ผู้หญิงคนนี้ก็มีแต่คนชอบนะ ขนาดผมยังชอบเลย เหตุเกิดขึ้นคือ ผู้หญิงคนนี้ชอบไปทำตัวสนิทกับผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าบ้าน ก็คือพี่ที่เราสนิทนั่นเอง แต่เราก็ไม่ว่าไรนะถ้าเขาจะคบกัน ผมก็อยากให้พี่เขามีความสุข แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พี่เขามารู้ทีหลัง ว่าผู้หญิงคนนี้มีแฟนอยู่แล้ว พี่เขาก็บอกกับผมนะว่า เขามาทำให้เรารู้สึกดีทำไม เล่นกับความรู้สึกพี่เขาทำไม เรานี่ก็เสียใจนะ เพราะดันไปรู้สึกดีกับพี่เขาไปแล้ว 555 แต่ก็ทำใจแล้วล่ะ แค่เห็นคนที่เรารักมีความสุขก็พอ
เอ้ยยย...เข้าเรื่องกันครับ พี่เขาบอกว่า ผู้หญิงคนนี้ได้อะไรไปจากเขาเยอะมาก หลายตังเลยแหละ พาเที่ยว ซื้อของให้ต่างๆนาๆ เราก็รู้สึกเจ็บแทนเลยนะ เพราะคงจะเจ็บมากๆ แล้วพี่เขาก็หายหน้าหายตาไม่มาทำงาน 3 วันเลยนะ
แล้วก็ผ่านไปเป็นเดือนพี่เขาไม่คุยกับผู้หญิงคนนี้เลย แล้วผมกับพี่เขาก็สนิทกันมากขึ้น พยายามทำให้เขายิ้ม ทุกวันๆ ไม่อยากให้เขาเครียด จนวันหนึ่งผมก็ได้มีโอกาสแอบหนีไปเที่ยวกับพี่เขาสองคน (สวีตจังวะ 55) ไม่อยากให้คนที่ทำงานรู้อ่ะ ปากหอยปากปูครับ เที่ยวครั้งนี้สนุกมากเลยนะ เหมือนพี่เขาเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาแล้วแหละ เราก็ดีใจมากเลยนะที่ทำให้พี่เขามีความสุขได้ ไม่เคยเห็นพี่เขายิ้มแบบนี้มาก่อนเลย 555
แต่เย็นวันนั้น ผู้หญิงคนนั้นกลับส่งข้อความทักมาถาม ว่า ไปเที่ยวกับใครอ่ะ สวีตเหรอ ? จะเกิดรัยขึ้นล่ะ พี่เขาก็กลับมาเฟล อีกแล้วดิ ยิ่งเป็นคนคิดมากอีกด้วย พี่เขาก็เครียดอีกมาปรึกษาเรา เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ว่า เขามาทำแบบนี้ทำไม แต่พี่เขาก็บอกนะว่าไปกับผม เขาเริ่มเกลียด ผู้หญิงคนนี้แล้ว เขาไม่อยากมาทำงานที่นี่แล้ว เพราะยิ่งเจอก็ยิ่งเจ็บ...
เช้าของอีกวัน ผมก็โดนถามว่า แน่ ไปเที่ยวไหนมา สายตาเหมือนแซว (คงรู้จากพี่เขาสินะ) ผมก็ทำใจ อยากพูดไรก็พูดไปเหอะ ก็นะกลัวเขารู้กันว่าผมแอบชอบ ผู้ชายคนนี้ ...555 แต่ก็นะ
เย็นเมื่อวานพี่เขาก็ทักไลมาคุยปรับทุกกับผม (ก็คุยกันทุกวันแหละนะ) ผมก็บอกไปหลายอย่างเลยนะกว่าจะดีขึ้น พี่เขาก็โอเค ฝันดี นอนกันไป ... จนเช้าวันนี้พี่เขาหายไป ที่ทำงานบอกว่าเขาโทมาขอลาออกแล้ว
ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนผมครับสนิทกันในกลุ่มที่ทำงาน ผมควรรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนี้ดี จะเกลียดที่เขาทำร้ายคนที่เราแคร์มากๆ ขนาดนี้ แต่ก็เพื่อนนะ ผมกับเพื่อนคนนี้ก็เริ่มมองกันไม่ติดนะ ใจนึงผมก็เห็นเป็นเพื่อนนะ แต่อีกใจก็รับไม่ได้กับเรื่องที่เขาทำ
แล้วผมจะไม่มีโอกาสได้เจอพี่เขาคนนี้อีกแล้ว เหรอ ? เพราะเรื่องอะไรกัน ถึงต้องเป็นแบบนี้ เพราะผู้หญิงคนนี้ คนที่เป็นเพื่อนกัน ผมควรรู้สึกกับผู้หญิงคนนี้ยังไงกันดี
ยาวเลย ขอบคุณที่รบฟัง และแสดงความคิดเห็นกันนะครับ