- ปัจจัยส่งเสริมเด็กให้รักการอ่าน ผ่านงานวิจัยของ สอร. -

กระทู้สนทนา
หัวข้อที่น่าสนใจของเช้าวันนี้ ที่อยากนำเสนอกับเพื่อนๆ คือ หัวข้อที่เกี่ยวกับ "การส่งเสริมการอ่านในวัยเด็ก" ค่ะ โดยเราได้พบและอ่านข้อมูลของ โครงการวิจัยทัศนคติ และพฤติกรรม การอ่านของคนไทย จาก สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) เพื่อนๆ ลองไปตามหาอ่านได้ หากสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม

ประเด็นที่เราได้คัดมาเพื่อพูดคุยกับเพื่อนๆ คือ ปัจจัยที่มีผลต่อการรักการอ่านหนังสือของคนไทย เพื่อเพื่อนๆ จะสามารถนำไป คิด ดัดแปลง เพื่อเสริมสร้างลูกๆ หลานๆ ให้รักการอ่านกันต่อไปมากขึ้นค่ะ ลองค้นหาดูที่รูปภาพที่หนึ่งด้านล่างนะคะ


นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจนั้นได้อยู่ที่ปัจจัยอะไรที่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เราขอยกสามปัจจัยแรกขึ้นมากล่าวในที่นี่นะคะ นั่นคือ พ่อแม่ต้องทำงาน ไม่มีเวลากับลูก, สื่อเร้าอื่นๆ รอบตัวเด็ก เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกมส์ รายการโทรทัศน์ เป็นต้น และไม่น่าเชื่อเลยว่า ราคาหนังสือที่แพงเกินไปได้กลายเป็นปัจจัยด้วย ี่บอกไม่น่าเชื่อนี้ คือ เคยมีพี่สาวท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า หนังสือดีๆ ในเมืองไทยนั้นราคาค่อนข้างแพง ในขณะที่ประชาชนโดยทั่วไปนั้น มีรายได้ที่ไม่สูงมาก ดังนั้น ทางออกหนึ่งที่คิดได้คือ รัฐควรให้ความสนใจในเรื่องการส่งเสริมการอ่านในทุกระดับ โดยเฉพาะ เยาวชน โดยรัฐสามารถทำ-ดัด้วยการสนับสนุนให้เปิดห้องสมุดประชาชนมากขึ้น อย่างเพียงพอ ในทุกท้องที่ (คิดว่าคงพยายามทำกันอยู่) โดยที่รัฐควรจัดสรรดูแลให้มีหนังสือดีๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการแก่ประชาชนที่นั่นด้วยค่ะ


-------------------------------

สำหรับประสบการณ์เรื่อง การส่งเสริมการอ่านในประเทศเยอรมนีนั้น เราได้พบว่า คนที่นี่ แม้กระทั่งเด็กเล็กรักการอ่านกันมาก บนรถไฟ หรือรถประจำทาง เราก็พบว่า สังคมเยอรมันก็เป็น "สังคมก้มหน้า" นะคะ แต่ที่ก้มนี่ ไม่ใช่เพราะแทบเล็ต หรือสมาร์ทโฟนมากเท่ากับการก้มหน้าอ่านหนังสือหรือนิตยสารหนึ่งเล่มที่อยู่ต่อหน้ากันค่ะ

จำได้ว่า ได้เจอเด็กหญิงคนหนึ่งที่โรงเรียนสอนดนตรี เธออายุประมาณ 6 ขวบ ซึ่งในเวลานั้น อายุมากกว่าอันนาหนึ่งปี เธอกำลังรอชั้นเรียนไวโอลินของเธออยู่ค่ะ แต่เธอไม่ได้นั่งรอเฉยๆ นะคะ เธอหยิบหนังสืออ่านเล่นขึ้นมา เล่มหนาทีเดียว และอ่าน อ่าน และอ่าน จนกระทั่งเธอถูกขัดจังหวะด้วยคำทักทายและคำถามจากเราค่ะ เราถามเธอว่า อายุเท่าไหร่ เข้าโรงเรียนแล้วใช่ไหม แต่แน่นอนว่าเพิ่งเข้าเรียน เพราะเธอบอกเราว่า เธอมีอายุเพียง 6 ขวบ เราถามเธออีกว่า ทำไมถึงชอบอ่านหนังสือ และทำไมอ่านเก่งจัง เธอบอกว่า คุณพ่อคุณแม่ของเธอชอบอ่านหนังสือ และสอนเธออ่านหนังสือก่อนที่เธอจะเข้าโรงเรียนค่ะ

หลังจากเหตุการณ์นี้ เราได้รับแรงดลบันดาลใจว่า เราอยากจะสร้างให้อันนา เลาร่า และโซเฟีย รักการอ่านหนังสือและอ่านหนังสือได้ดีเช่นกัน ดังนั้น แม้ว่าเราจะอ่านหนังสือให้ลูกๆ ฟังทุกวันอยู่แล้ว เราก็เพิ่มจำนวนเล่มขึ้น และให้ความสำคัญกับแหล่งความรู้อื่นๆ ที่ช่วยเสริมสร้างสมองน้อยๆ ของพวกเขาให้ก้าวไปสู่โลกกว้างที่เต็มไปด้วยสิ่งน่ารู้นานัปการ เช่น หนังสืออิเล็คทริคส์ที่มีปากกาพูดได้ ซีดีสำหรับการฟังในเรื่องราวต่างๆ และแน่นอน รวมถึงการไปเยี่ยมเยียนหัองสมุดประชาชนให้บ่อยครั้งมากขึ้นค่ะ

ลูกชายของเพื่อนสาวคุณหมอคนสวยของเรา ที่วันก่อนเราได้เล่าเกี่ยวกับครอบครัวของเธอให้เพื่อนๆ ฟังไปแล้วนั้น เธอบอกกับเราว่า ลูกชายของเธอ ซึ่งอายุ 6 ขวบในเวลานี้เช่นกัน ชอบที่จะทดสอบความรู้จากเธอค่ะ วันก่อนถามเธอว่า "มาม๊า รู้มั้ยว่า ทสึนามิ ้กิดจากอะไร" แน่นอนว่า น้องเขาทราบค่ะ เพราะเพื่อนเราบอกว่า เธอเพิ่งซื้อหนังสือที่มีปากกาพูดได้ในหัวข้อนี้ให้ลูกพอดี 555 ;) และที่บ้านของเพื่อนสาวคนนี้ก็เหมือนห้องสมุดดีๆ นี่เองค่า

ปล.: ห้องสมุดประชาชนที่นี่ ถ้าอย่างในเมืองใหญ่แบบสตุ๊ทการ์ท แทบจะมีตั้งอยู่ในทุกหมู่บ้านเลยค่ะ และทำออกมาดี ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชนใหญ่ประจำเมืองนั้นใหญ่ถึงแปดชั้น และมีเทคโนโลยีที่รองรับการอ่านและความรู้ในรูปแบบต่างที่ทันสมัยมากค่ะ

เครดิตข้อมูลและรูปภาพ: โครงการวิจัยทัศนคติ และพฤติกรรม การอ่านของคนไทย จาก สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) ปี 2551

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่