มาแล้วล่ะค่ะ สภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจปี 60
ที่เริ่มดีขึ้นกว่าปีก่อน..
มาอ่านข่าวดีๆกันนะคะ.....


นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ว่า ปี 2559 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.2% ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยรายจ่ายภาคครัวเรือนขยายตัว 3.1% และการลงทุนภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง 9.9% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังชะลอตัวขยายตัวเพียง 0.4% ส่วนเศรษฐกิจไตรมาส 4 ขยายตัว 3% ด้านการส่งออกขยายตัว 3.6% ทำให้ทั้งปีการส่งออกไม่ขยายตัวหรืออยู่ที่ 0%
"คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2560 จะขยายตัว 3-4% ขณะที่ภาคส่งออกจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 2.9% มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจปีนี้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากปี 59 ในหลายปัจจัยหนุน ทั้งเรื่องการส่งออกที่กลับมาขยายตัวอย่างชัดเจนมากขึ้น การเร่งตัวขึ้นของการผลิตภาคเกษตร แรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง การจัดทำงบรายจ่ายเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยว"
เลขาธิการ สศช.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะขยายตัวในเกณฑ์สูง 14.1% ซึ่งประเด็นสำคัญมาจากการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 59 ซึ่งขณะนี้มีโครงการที่เริ่มก่อสร้างแล้ว 4 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 45,000 ล้านบาท และโครงการที่อยู่ระหว่างประกวดราคา 11 โครงการ วงเงิน 532,651 ล้านบาท และโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 60 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในช่วงครึ่งแรกปี 60 จำนวน 5 โครงการ วงเงินอีก 54,800 ล้านบาท และจะเริ่มประกวดราคา 25 โครงการ วงเงิน 468,565 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในปี 2560 ยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นปัจจัยจากต่างประเทศที่จะมีผลต่อความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก ได้แก่ 1.ทิศทางและแนวนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา 2.ผลการเจรจาและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป 3.เงื่อนไขทางการเมืองและการเลือกตั้งของประเทศสำคัญในสหภาพยุโรป 4.ความคืบหน้าการเจรจาแก้ไขปัญหาของกรีซ 5.ปัญหาความอ่อนแอของสถาบันการเงินในยุโรป และ 6.ปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจของจีน
"ความเสี่ยงดังกล่าวยังไม่ใช่ประเด็นลบต่อเศรษฐกิจไทย เพียงแต่เป็นปัจจัยที่หลายฝ่ายต้องติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด" นายปรเมธีกล่าว
นายปรเมธีกล่าวว่า ส่วนประเด็นการบริหารนโยบายที่สำคัญของภาครัฐในปีนี้ คือ 1.การขับเคลื่อนการใช้จ่ายของรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐ 2.การสนับสนุนการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวให้สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ 3.การสนับสนุนการขยายตัวของการผลิตภาคเกษตรและรายได้เกษตรกร 4.การสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน และ 5.การสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว เป็นต้น
ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจปี 2559 และประมาณการเศรษฐกิจปี 2560 ของ สศช.เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ โดย สศช.ประกาศตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2559 ขยายตัวได้ 3% ถือว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวไม่มาก และการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี 3.2% ซึ่งใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้จะขยายตัวได้ 3.3% สำหรับปี 2560 สศช.คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 3-4% ก็ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ที่ 3.1-4.1% หรือค่ากลางที่ 3.6%
อย่างไรก็ตาม จากการออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล อาทิ การทำงบกลางปี 2560 เพิ่มเติมอีก 1.9 แสนล้านบาท หากในส่วนนี้เบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายก็จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่ 4%
"มั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 4% เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมามีสัญญาณที่ดีจะทำได้ตามเป้าหมาย และจากตัวเลขของ สศช.ก็เห็นได้ชัดว่าการลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น และคาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 2.8% และการส่งออกก็จะขยายตัวได้ 2.9% จากที่หลายปีส่วนนี้ขยายตัวติดลบมาโดยตลอด" นายสมชัยกล่าว
นายสมชัยกล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังได้สั่งให้ 3 กรมภาษีทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาเห็นชอบ หลังจากที่การเก็บรายได้รวมของรัฐบาลในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 เก็บได้เกินเป้าหมาย แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นว่ายังมีช่องรั่วไหล จึงให้ทั้ง 3 กรมภาษีส่งแผนภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งในแผนต้องระบุชัดเจนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพจะทำอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร และทำให้ได้เงินภาษีเพิ่มขึ้นมากน้อยขนาดไหน ซึ่งกรมศุลกากรได้ส่งแผนมาแล้ว เหลือแต่ของกรมสรรพสามิตและกรมสรรพากรที่ยังไม่ได้ส่งมา หลังได้รับแผนของ 3 กรมภาษีแล้วจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการทำงานทุกกรม เพื่อให้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพตามที่เสนอมา ซึ่งมั่นใจว่าการเก็บรายได้ของรัฐบาลทั้งปีงบประมาณ 2560 จะได้ตามเป้าหมาย
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี สศช.แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 4 เติบโต 3.0% โดยเฉพาะทั้งปี 2559 โต 3.2% ว่า เป็นที่น่าพอใจ เพราะถือว่าเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจโลกไม่ดี ประเทศต่างๆ เติบโตช้า รวมถึงสินค้าเกษตรอยู่ในช่วงตกต่ำ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้รัฐบาลจะต้องทำงานเต็มที่เพื่อประคองเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าหมาย ซึ่งหวังว่าปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.5%-4% และน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้ผลักดันโครงการต่างๆ ออกมาและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
http://www.thaipost.net/?q=%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%8160%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%945%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%A5-%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B53-4
((มาลาริน)) ^_^ สภาพัฒน์คาดปี 60 ศก.ขยายตัว 3-4% ภาคส่งออกจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 2.9% มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจปีนี้จะดีขึ้น
ที่เริ่มดีขึ้นกว่าปีก่อน..
มาอ่านข่าวดีๆกันนะคะ.....
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ว่า ปี 2559 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.2% ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยรายจ่ายภาคครัวเรือนขยายตัว 3.1% และการลงทุนภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่อง 9.9% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังชะลอตัวขยายตัวเพียง 0.4% ส่วนเศรษฐกิจไตรมาส 4 ขยายตัว 3% ด้านการส่งออกขยายตัว 3.6% ทำให้ทั้งปีการส่งออกไม่ขยายตัวหรืออยู่ที่ 0%
"คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2560 จะขยายตัว 3-4% ขณะที่ภาคส่งออกจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 2.9% มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจปีนี้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากปี 59 ในหลายปัจจัยหนุน ทั้งเรื่องการส่งออกที่กลับมาขยายตัวอย่างชัดเจนมากขึ้น การเร่งตัวขึ้นของการผลิตภาคเกษตร แรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง การจัดทำงบรายจ่ายเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยว"
เลขาธิการ สศช.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะขยายตัวในเกณฑ์สูง 14.1% ซึ่งประเด็นสำคัญมาจากการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 59 ซึ่งขณะนี้มีโครงการที่เริ่มก่อสร้างแล้ว 4 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 45,000 ล้านบาท และโครงการที่อยู่ระหว่างประกวดราคา 11 โครงการ วงเงิน 532,651 ล้านบาท และโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 60 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในช่วงครึ่งแรกปี 60 จำนวน 5 โครงการ วงเงินอีก 54,800 ล้านบาท และจะเริ่มประกวดราคา 25 โครงการ วงเงิน 468,565 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในปี 2560 ยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นปัจจัยจากต่างประเทศที่จะมีผลต่อความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก ได้แก่ 1.ทิศทางและแนวนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา 2.ผลการเจรจาและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป 3.เงื่อนไขทางการเมืองและการเลือกตั้งของประเทศสำคัญในสหภาพยุโรป 4.ความคืบหน้าการเจรจาแก้ไขปัญหาของกรีซ 5.ปัญหาความอ่อนแอของสถาบันการเงินในยุโรป และ 6.ปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจของจีน
"ความเสี่ยงดังกล่าวยังไม่ใช่ประเด็นลบต่อเศรษฐกิจไทย เพียงแต่เป็นปัจจัยที่หลายฝ่ายต้องติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด" นายปรเมธีกล่าว
นายปรเมธีกล่าวว่า ส่วนประเด็นการบริหารนโยบายที่สำคัญของภาครัฐในปีนี้ คือ 1.การขับเคลื่อนการใช้จ่ายของรัฐบาลและการลงทุนภาครัฐ 2.การสนับสนุนการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวให้สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ 3.การสนับสนุนการขยายตัวของการผลิตภาคเกษตรและรายได้เกษตรกร 4.การสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน และ 5.การสนับสนุนการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว เป็นต้น
ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจปี 2559 และประมาณการเศรษฐกิจปี 2560 ของ สศช.เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ โดย สศช.ประกาศตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2559 ขยายตัวได้ 3% ถือว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวไม่มาก และการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี 3.2% ซึ่งใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้จะขยายตัวได้ 3.3% สำหรับปี 2560 สศช.คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 3-4% ก็ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ที่ 3.1-4.1% หรือค่ากลางที่ 3.6%
อย่างไรก็ตาม จากการออกมาตรการดูแลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล อาทิ การทำงบกลางปี 2560 เพิ่มเติมอีก 1.9 แสนล้านบาท หากในส่วนนี้เบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายก็จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่ 4%
"มั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 4% เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมามีสัญญาณที่ดีจะทำได้ตามเป้าหมาย และจากตัวเลขของ สศช.ก็เห็นได้ชัดว่าการลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น และคาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 2.8% และการส่งออกก็จะขยายตัวได้ 2.9% จากที่หลายปีส่วนนี้ขยายตัวติดลบมาโดยตลอด" นายสมชัยกล่าว
นายสมชัยกล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังได้สั่งให้ 3 กรมภาษีทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีมาให้กระทรวงการคลังพิจารณาเห็นชอบ หลังจากที่การเก็บรายได้รวมของรัฐบาลในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 เก็บได้เกินเป้าหมาย แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นว่ายังมีช่องรั่วไหล จึงให้ทั้ง 3 กรมภาษีส่งแผนภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งในแผนต้องระบุชัดเจนว่าการเพิ่มประสิทธิภาพจะทำอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร และทำให้ได้เงินภาษีเพิ่มขึ้นมากน้อยขนาดไหน ซึ่งกรมศุลกากรได้ส่งแผนมาแล้ว เหลือแต่ของกรมสรรพสามิตและกรมสรรพากรที่ยังไม่ได้ส่งมา หลังได้รับแผนของ 3 กรมภาษีแล้วจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการทำงานทุกกรม เพื่อให้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพตามที่เสนอมา ซึ่งมั่นใจว่าการเก็บรายได้ของรัฐบาลทั้งปีงบประมาณ 2560 จะได้ตามเป้าหมาย
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี สศช.แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 4 เติบโต 3.0% โดยเฉพาะทั้งปี 2559 โต 3.2% ว่า เป็นที่น่าพอใจ เพราะถือว่าเกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจโลกไม่ดี ประเทศต่างๆ เติบโตช้า รวมถึงสินค้าเกษตรอยู่ในช่วงตกต่ำ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้รัฐบาลจะต้องทำงานเต็มที่เพื่อประคองเศรษฐกิจให้เติบโตตามเป้าหมาย ซึ่งหวังว่าปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.5%-4% และน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้ผลักดันโครงการต่างๆ ออกมาและแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้