คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ขับก็เหมือนไทยครับ พวงมาลัยก็ฝั่งเดียวกันกับเรา แต่ที่ต้องระวังคือ
1) ควรเช่า ETC Card ด้วย (เหมือน EasyPass แต่ เป็นบัตรเครดิตเสียบในเครื่องที่คอนโซลรถเพื่อใช้ผ่านที่กั้นขึ้นทางด่วน) เหตุผล เพราะว่าบางทางขึ้นทางด่วนบางที่ ไม่มีช่องสำหรับรถที่จะจ่ายเงินสด ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้ทางด่วนที่ญี่ปุ่นเส้นไหนบ่อยๆ จะไม่รู้เลย ว่าเส้นนั้นมีทางขึ้นไหนที่ขึ้นได้แต่รถที่มี ETC Card แถม GPS จะไม่บอกด้วยนะครับ ซึ่งจะเข้าได้แต่รถที่มี ETC Card เกิดพลาดจะไปขึ้นทางด่วนที่ทางขึ้นเป็นแบบนั้นละก็ ถ้าเกิดพูดญี่ปุ่นได้ไม่เป็นไร เพราะตอนเราไปจ่อที่ไม้กั้น เจ้าหน้าที่เค้าจะประกาศเสียดังผ่านทาง speaker ตรงช่องทางขึ้น (เชิงติติง) ว่า ให้ดูก่อนว่า ETC Card เสียบแน่นหรือเปล่า ซึ่งถ้ามีปัญหาอะไร ตรง Speaker จะมีปุ่มกดให้เราพูดสวนไปได้ ถ้าเรายังนิ่ง เค้าก็จะรู้แล้วว่าไกจิ้น (พวกต่างถิ่น) แหงๆ แล้ววิ่งจะเอาบัตรอ่อนมาให้ แล้วไปจ่ายตังค์ตอนทางลงทางด่วน แต่ระหว่างนั้นเราจะกดดันเพราะรถคันที่ต่อเราอยู่ก็ต้องรอเราไปด้วย
2) ปกติญี่ปุ่น ทางด่วนที่เชื่อมจังหวัดจะมีแค่ 1-2 เลน น้อยมากที่จะเจอ 3 เลน ยกเว้นเป็นช่วงทางชันเท่านั้น ที่จะมีเล่นซ้ายสุดให้รถเต่าวิ่งหลบรถอื่น วิ่งซ้ายตลอดนะครับ ยกเว้นจะแซง ซึ่ง Speed limit จะอยู่ที่ 50, 70, 80, 90, 100 ให้วิ่งตามป้าย แต่ถ้าจะแซง เร็วขึ้นได้ 20% ของ speed ที่กำหนด เช่น กำหนดที่ 70 ก็วิ่งได้ประมาณ 90 ตอนแซง แล้วตบกลับเช้าซ้าย แต่หลายๆ ครั้ง คนญี่ปุ่นก็วิ่งแข่ขวาก็มีเหมือนกัน แถมเหยียบ 130 เลย ก็มี แต่อย่าลองตามเลย เคยเห็นตำรวจแอบอยู่ข้างทาง วิ่งไล่ไปปาดหน้าให้หยุดมาหลายครั้งแล้ว ส่วนทางปกติด้า้นล่างทางด่วน จะ limit speed ที่ 40,50,60 เท่านั้น ควรระวัง เพราะว่าควรวิ่งเต็มที่ให้ไม่เกิน หรืออย่างมากก็ +10% ของ Speed ที่กำหนด เพราะรถตำรวจ หรือมอเตอร์ไซด์ตำรวจที่ญี่ปุ่น เก่งนักเรื่องซุ่มหลบอยู่ข้างทาง เตรียมวิ่งออกไล่จับคนวิ่งเร็วเกิน
3) เมื่อเจอสี่แยกไฟแดง ปกติส่วนมาก แยกจะไม่มีไฟเขียวรอสัญญาณให้เลี้ยวขวา มีแต่ไฟเขียวให้ตรง ซึ่งหากจะเลี้ยว ก็ให้เอาหัวจ่อไปได้เลยครับ ดูเส้นเลนบนถนน จะให้เราเอาหัวจ่อไปได้เลย พอจังหวะรถสวนมาไม่มี ก็เลี้ยวไปได้เลย (แต่ก็มีบ้าง ที่แยกจะมีไฟเขียวให้รอสัญญาณเลี้ยวขวา)
4) ที่จอดรถ ปกติถ้าจอดนอกเมือง จะมีที่จอดตามสถานที่เที่ยวอยู่แล้ว แต่ถ้าจะจอดในเมือง ก็จะมีที่จอดรถสาธารณะเก็บตังค์ ของ Times บ้าง ของอะไรบ้าง ที่มีตัว P แสดงสัญลักษณ์ Parking ก็ให้เข้าไปจอดได้เลย แต่
- ถ้าทางเข้าที่จอดรถเป็นไม้กั้น ก็ให้รับบัตรอ่อนแถบแม่เหล็กจากเครื่อง แล้วไม้กั้นจะยก แล้วเข้าไปจอดได้เลย ตอนออก ก็เสียบบัตรเข้าเครือ่งตรงไม้กั้นทางออก เครื่องจะบอกจำนวนเงินที่ต้องจ่าย ก็หยอดแบงค์หรือเหรียญไว้ครับ (เพราะฉะนั้น อย่าเหลือแต่แบงค์หมื่นเยนนะ เพราะเครื่องปกติจะไม่ค่อยรับ เตรียมเหรียญเก็บไว้เยอะๆ หน่อย หรือแบงค์ 1000 เยน)
- ถ้าทางเข้าที่จอดรถเป็นแบบไม่มีไม้กั้น เวลาถอยเข้าซอง แล้วดับเครื่อง แป๊บนึง จะมีแผ่นเหล็กยกขึ้นมาล๊อคใต้ท้องรถไว้ ให้รถขับออกไม่ได้ ตอนจะออก ก็ให้จอดไว้ แล้วไปเดินที่อื่นได้เลย แล้วพอจะกลับมา ก็ให้ดูก่อนว่าช่องจอดเราเบอร์อะไร ตรงที่จอดรถจะมีเครื่องจ่ายตังค์อยู่ โดยให้เรากดเลขช่องจอดรถของเรา แล้วก็ใส่เงินตามที่เครื่องบอกว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ พอจ่ายเสร็จ แผ่นเหล็กใต้ท้องรถจะหุบลง เราก็จะเอารถออกได้
5) มารยาทที่สำคัญ ที่สี่แยก หรือสามแยก ถ้าเราเลี้ยวขวาไปแล้ว หรือ เลี้ยวซ้ายไปแล้ว เจอทางม้าลายหลังจากเลี้ยวเลย แล้วมีคนข้ามถนนหรือจักรยานข้ามถนนอยู่ ต้องหยุดนะครับ ให้เค้าข้ามให้เสร็จก่อน ไม่ต้องเกรงใจรถที่ตามเรามาจะบีบแตรไล่ เพราะเป็นมารยาทที่ทุกคนรู้กัน บางทีเไฟเขียวให้เลี้ยวแล้ว เราเลี้ยวไป แต่เจอคนข้ามถนน เยอะ รอนานถึงขนาด ไฟแดงอีกรอบ รถคันต่อๆ จากเรา ต้องรอสํญญาณไฟอีกรอบเลยก็มี ซึ่งก็ปกติครับ
6) ถ้าคุณเจอรถตำรวจวิ่งอยู่บนทางด่วน อย่าเป็นอันขาด ที่จะแซงรถตำรวจครับ เพราะเค้าจะขึ้นมาวิ่งตาม speed ที่กำหนดของทางด่วนช่วงน้นๆ เพื่อ validate speed รถคันอื่นๆ เป็นระยะๆ ให้วิ่งต่อตูดรถตำรวจตลอดทาง จนกว่าตำรวจจะลงทางด่วนก่อน หรือเราจะลงทางด่วนก่อน จะให้สูตร +10% +20% แล้วแซงรถตำรวจไม่ได้เลยนะครับ
7) เมื่อเข้าอุโมงค์ ลอดเขา ต้องเปิดไฟหน้าทุกครั้ง พอออกจากอุโมงค์ ก็ปิดไฟหน้า เพื่ออะไร เพื่อป้องกันไม่ให้รถที่สวนมา ชนประสานงากับเราครับ โดยส่วนใหญ่ ถ้าเป็นบนทางด่วน อุโมงค์จะไม่มีเลนสวน แต่ถ้าเป็นอุโมงค์ที่ทางข้างล่างทางด่วน จะเป็นเลนสวน บางครั้งเจออุโมงค์ติดต่อกันหลายๆ อุโมงค์ ก็เปิดไฟหน้าค้างเลยก็ได้ จนกระทั่งออกอุโมงค์สุดท้าย ค่อยปิดไฟหน้า (มีเคสที่ประสานงากันหลายครั้ง)
8) ขณะลงทางด่วน กรุณาชะลอความเร็วให้ต่ำๆ เลยครับ เพราะว่า ทางด่วนต่างจังหวัดที่ญ่ปุ่น มักจะมีคนแก่ที่ขับรถบรรทุกเล็กขนผลิตภัณฑ์การเกษตรเผลอขึ้นทางด่วนมาที่ช่องทางลงทางด่วน ทำให้รถที่กำลังลงทางด่วนเกิดประสานงากันบ่อยๆ ครั้ง
9) ถนนในเมืองที่ญ่ปุ่น จอดแต๊กๆ ไฟ แล้วชิดซ้ายเพื่อลงไปทำธุระเร่งด่วนได้ครับ เช่นหน้าโรงแรม จอดลงไปกดตู้น้ำ เป็นต้น แต่อย่าจอดดับเครื่อง และควรรีบขึ้นมาแล้วขับไปต่อ (แต่ควรดูกาละเทศะว่ารถติดกันเยอะมั้ย ซึ่งก็ไม่ควรครับ ถ้าปริมาณรถเยอะมากบนถนนช่วงนั้น)
10) การเติมน้ำมัน มันมีปั๊ม ที่มีคนเติมให้ กับเราต้องเติมเอง ซึ่งถ้าภาษาญี่ปุ่นอ่านไม่ออก กรุณาหลีกเลี่ยง ซึ่งปั๊มพวกนี้จะมีคำว่า セルフ
ที่บ้ายหน้าทางเข้าปั๊มตัวใหญ่ให้เห็นชัดเจน ทางที่ดี ตอนอยู่บนทางด่วน เข้าจุดแวะพัก แล้วก็เติมซะ ซึ่งบนทางด่วน การันตีว่ามีคนเติมให้แน่นอน โดยบอกรวบรัดสั้นๆ ให้เค้าว่า "เรกิวล่า มันตัน แคชเด็ส" (แปลว่าเรกูล่า เต็มถัง จ่ายด้วยเงินสดขอรับ) ถ้าเค้าถามแล้วในคำถามมีคำว่า "โกมิ" ก็หมายความว่า เค้ากำลังถามว่ามีขยะในรถจะเอาไปทิ้งไหม
ส่วนล่างทางด่วน ครึ่งๆ ระหว่างปั๊มที่ต้องเติมเอง กับมีคนเติมให้ครับ ยกเว้นเผลอเรอจะหมดถังแล้วจริงๆ ให้ทำดังนี้
- จอดรถข้างๆ ตู้จ่ายน้ำมัน โดยหันฝาถังน้ำมันเข้าหาตู้ โดยรถสี่ล้อปกติก็จะเติม "เรกูล่า" ปกติจะเป็นสีแดง และมีภาษาญี่ปุ่นว่า レギュラー
- ลงจากรถ ไปที่ตู้ดิจิตอลข้างๆ แล้วกดหน้าจอ touch screen ปุ่มแรกทุกอันเลย (ส่วนมากจะเป็นอย่างนั้น) โดยระหว่างนั้น จะมีคำว่า マンタン (เต็มถัง) แล้วก็คำว่า เรกูล่า レギュラー ให้กดด้วย (เป็นการบอกตู้ก่อนว่าเราจะเติมอะไรเท่าไหร่)
- เอาแบงค์หมื่น เสียบเข้าช่องเสียบแบงค์ (จ่ายเต็มๆ ไปก่อน)
- ดึงหัวจ่าย มาเติมน้ำมันเข้ารถเราซะ จนเต็ม กดไม่ไปแล้ว ก็ถึงเอาหัวจ่ายไปเสียบคืน แล้วปิดฝาถัง
- จะมีใบเสร็จออกมาจากตู้หัวจ่าย
- เอาใบเสร็จ (ซึ่งจะมี Barcode) ออกมา แล้วมองๆ ดูที่ตู้ดิจิตอลข้างๆ ที่เราหยอดแบงค์หมื่นเข้าไป จะมีช่องโบ๋ๆ แล้วมีเลเซอร์ scan barcode อยู่ ให้เราเอาใบเสร็จแล้วเอา Barcode เข้าไป Scan ซึ่งตู้ก็จะรูว่าจะทอนเราเท่าไหร่ จากตังค์ที่เราหยอดไป ตังค์ทอนก็จะหลั่งไหลออกมาที่ช่องทอนเงิน (แต่ว่าบางทีตู้ที่ Scan barcode อาจจะอยู่ ถัดไปไกลๆ นิดนึงก็เป็นได้ ลองมองหาดู
1) ควรเช่า ETC Card ด้วย (เหมือน EasyPass แต่ เป็นบัตรเครดิตเสียบในเครื่องที่คอนโซลรถเพื่อใช้ผ่านที่กั้นขึ้นทางด่วน) เหตุผล เพราะว่าบางทางขึ้นทางด่วนบางที่ ไม่มีช่องสำหรับรถที่จะจ่ายเงินสด ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้ทางด่วนที่ญี่ปุ่นเส้นไหนบ่อยๆ จะไม่รู้เลย ว่าเส้นนั้นมีทางขึ้นไหนที่ขึ้นได้แต่รถที่มี ETC Card แถม GPS จะไม่บอกด้วยนะครับ ซึ่งจะเข้าได้แต่รถที่มี ETC Card เกิดพลาดจะไปขึ้นทางด่วนที่ทางขึ้นเป็นแบบนั้นละก็ ถ้าเกิดพูดญี่ปุ่นได้ไม่เป็นไร เพราะตอนเราไปจ่อที่ไม้กั้น เจ้าหน้าที่เค้าจะประกาศเสียดังผ่านทาง speaker ตรงช่องทางขึ้น (เชิงติติง) ว่า ให้ดูก่อนว่า ETC Card เสียบแน่นหรือเปล่า ซึ่งถ้ามีปัญหาอะไร ตรง Speaker จะมีปุ่มกดให้เราพูดสวนไปได้ ถ้าเรายังนิ่ง เค้าก็จะรู้แล้วว่าไกจิ้น (พวกต่างถิ่น) แหงๆ แล้ววิ่งจะเอาบัตรอ่อนมาให้ แล้วไปจ่ายตังค์ตอนทางลงทางด่วน แต่ระหว่างนั้นเราจะกดดันเพราะรถคันที่ต่อเราอยู่ก็ต้องรอเราไปด้วย
2) ปกติญี่ปุ่น ทางด่วนที่เชื่อมจังหวัดจะมีแค่ 1-2 เลน น้อยมากที่จะเจอ 3 เลน ยกเว้นเป็นช่วงทางชันเท่านั้น ที่จะมีเล่นซ้ายสุดให้รถเต่าวิ่งหลบรถอื่น วิ่งซ้ายตลอดนะครับ ยกเว้นจะแซง ซึ่ง Speed limit จะอยู่ที่ 50, 70, 80, 90, 100 ให้วิ่งตามป้าย แต่ถ้าจะแซง เร็วขึ้นได้ 20% ของ speed ที่กำหนด เช่น กำหนดที่ 70 ก็วิ่งได้ประมาณ 90 ตอนแซง แล้วตบกลับเช้าซ้าย แต่หลายๆ ครั้ง คนญี่ปุ่นก็วิ่งแข่ขวาก็มีเหมือนกัน แถมเหยียบ 130 เลย ก็มี แต่อย่าลองตามเลย เคยเห็นตำรวจแอบอยู่ข้างทาง วิ่งไล่ไปปาดหน้าให้หยุดมาหลายครั้งแล้ว ส่วนทางปกติด้า้นล่างทางด่วน จะ limit speed ที่ 40,50,60 เท่านั้น ควรระวัง เพราะว่าควรวิ่งเต็มที่ให้ไม่เกิน หรืออย่างมากก็ +10% ของ Speed ที่กำหนด เพราะรถตำรวจ หรือมอเตอร์ไซด์ตำรวจที่ญี่ปุ่น เก่งนักเรื่องซุ่มหลบอยู่ข้างทาง เตรียมวิ่งออกไล่จับคนวิ่งเร็วเกิน
3) เมื่อเจอสี่แยกไฟแดง ปกติส่วนมาก แยกจะไม่มีไฟเขียวรอสัญญาณให้เลี้ยวขวา มีแต่ไฟเขียวให้ตรง ซึ่งหากจะเลี้ยว ก็ให้เอาหัวจ่อไปได้เลยครับ ดูเส้นเลนบนถนน จะให้เราเอาหัวจ่อไปได้เลย พอจังหวะรถสวนมาไม่มี ก็เลี้ยวไปได้เลย (แต่ก็มีบ้าง ที่แยกจะมีไฟเขียวให้รอสัญญาณเลี้ยวขวา)
4) ที่จอดรถ ปกติถ้าจอดนอกเมือง จะมีที่จอดตามสถานที่เที่ยวอยู่แล้ว แต่ถ้าจะจอดในเมือง ก็จะมีที่จอดรถสาธารณะเก็บตังค์ ของ Times บ้าง ของอะไรบ้าง ที่มีตัว P แสดงสัญลักษณ์ Parking ก็ให้เข้าไปจอดได้เลย แต่
- ถ้าทางเข้าที่จอดรถเป็นไม้กั้น ก็ให้รับบัตรอ่อนแถบแม่เหล็กจากเครื่อง แล้วไม้กั้นจะยก แล้วเข้าไปจอดได้เลย ตอนออก ก็เสียบบัตรเข้าเครือ่งตรงไม้กั้นทางออก เครื่องจะบอกจำนวนเงินที่ต้องจ่าย ก็หยอดแบงค์หรือเหรียญไว้ครับ (เพราะฉะนั้น อย่าเหลือแต่แบงค์หมื่นเยนนะ เพราะเครื่องปกติจะไม่ค่อยรับ เตรียมเหรียญเก็บไว้เยอะๆ หน่อย หรือแบงค์ 1000 เยน)
- ถ้าทางเข้าที่จอดรถเป็นแบบไม่มีไม้กั้น เวลาถอยเข้าซอง แล้วดับเครื่อง แป๊บนึง จะมีแผ่นเหล็กยกขึ้นมาล๊อคใต้ท้องรถไว้ ให้รถขับออกไม่ได้ ตอนจะออก ก็ให้จอดไว้ แล้วไปเดินที่อื่นได้เลย แล้วพอจะกลับมา ก็ให้ดูก่อนว่าช่องจอดเราเบอร์อะไร ตรงที่จอดรถจะมีเครื่องจ่ายตังค์อยู่ โดยให้เรากดเลขช่องจอดรถของเรา แล้วก็ใส่เงินตามที่เครื่องบอกว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ พอจ่ายเสร็จ แผ่นเหล็กใต้ท้องรถจะหุบลง เราก็จะเอารถออกได้
5) มารยาทที่สำคัญ ที่สี่แยก หรือสามแยก ถ้าเราเลี้ยวขวาไปแล้ว หรือ เลี้ยวซ้ายไปแล้ว เจอทางม้าลายหลังจากเลี้ยวเลย แล้วมีคนข้ามถนนหรือจักรยานข้ามถนนอยู่ ต้องหยุดนะครับ ให้เค้าข้ามให้เสร็จก่อน ไม่ต้องเกรงใจรถที่ตามเรามาจะบีบแตรไล่ เพราะเป็นมารยาทที่ทุกคนรู้กัน บางทีเไฟเขียวให้เลี้ยวแล้ว เราเลี้ยวไป แต่เจอคนข้ามถนน เยอะ รอนานถึงขนาด ไฟแดงอีกรอบ รถคันต่อๆ จากเรา ต้องรอสํญญาณไฟอีกรอบเลยก็มี ซึ่งก็ปกติครับ
6) ถ้าคุณเจอรถตำรวจวิ่งอยู่บนทางด่วน อย่าเป็นอันขาด ที่จะแซงรถตำรวจครับ เพราะเค้าจะขึ้นมาวิ่งตาม speed ที่กำหนดของทางด่วนช่วงน้นๆ เพื่อ validate speed รถคันอื่นๆ เป็นระยะๆ ให้วิ่งต่อตูดรถตำรวจตลอดทาง จนกว่าตำรวจจะลงทางด่วนก่อน หรือเราจะลงทางด่วนก่อน จะให้สูตร +10% +20% แล้วแซงรถตำรวจไม่ได้เลยนะครับ
7) เมื่อเข้าอุโมงค์ ลอดเขา ต้องเปิดไฟหน้าทุกครั้ง พอออกจากอุโมงค์ ก็ปิดไฟหน้า เพื่ออะไร เพื่อป้องกันไม่ให้รถที่สวนมา ชนประสานงากับเราครับ โดยส่วนใหญ่ ถ้าเป็นบนทางด่วน อุโมงค์จะไม่มีเลนสวน แต่ถ้าเป็นอุโมงค์ที่ทางข้างล่างทางด่วน จะเป็นเลนสวน บางครั้งเจออุโมงค์ติดต่อกันหลายๆ อุโมงค์ ก็เปิดไฟหน้าค้างเลยก็ได้ จนกระทั่งออกอุโมงค์สุดท้าย ค่อยปิดไฟหน้า (มีเคสที่ประสานงากันหลายครั้ง)
8) ขณะลงทางด่วน กรุณาชะลอความเร็วให้ต่ำๆ เลยครับ เพราะว่า ทางด่วนต่างจังหวัดที่ญ่ปุ่น มักจะมีคนแก่ที่ขับรถบรรทุกเล็กขนผลิตภัณฑ์การเกษตรเผลอขึ้นทางด่วนมาที่ช่องทางลงทางด่วน ทำให้รถที่กำลังลงทางด่วนเกิดประสานงากันบ่อยๆ ครั้ง
9) ถนนในเมืองที่ญ่ปุ่น จอดแต๊กๆ ไฟ แล้วชิดซ้ายเพื่อลงไปทำธุระเร่งด่วนได้ครับ เช่นหน้าโรงแรม จอดลงไปกดตู้น้ำ เป็นต้น แต่อย่าจอดดับเครื่อง และควรรีบขึ้นมาแล้วขับไปต่อ (แต่ควรดูกาละเทศะว่ารถติดกันเยอะมั้ย ซึ่งก็ไม่ควรครับ ถ้าปริมาณรถเยอะมากบนถนนช่วงนั้น)
10) การเติมน้ำมัน มันมีปั๊ม ที่มีคนเติมให้ กับเราต้องเติมเอง ซึ่งถ้าภาษาญี่ปุ่นอ่านไม่ออก กรุณาหลีกเลี่ยง ซึ่งปั๊มพวกนี้จะมีคำว่า セルフ
ที่บ้ายหน้าทางเข้าปั๊มตัวใหญ่ให้เห็นชัดเจน ทางที่ดี ตอนอยู่บนทางด่วน เข้าจุดแวะพัก แล้วก็เติมซะ ซึ่งบนทางด่วน การันตีว่ามีคนเติมให้แน่นอน โดยบอกรวบรัดสั้นๆ ให้เค้าว่า "เรกิวล่า มันตัน แคชเด็ส" (แปลว่าเรกูล่า เต็มถัง จ่ายด้วยเงินสดขอรับ) ถ้าเค้าถามแล้วในคำถามมีคำว่า "โกมิ" ก็หมายความว่า เค้ากำลังถามว่ามีขยะในรถจะเอาไปทิ้งไหม
ส่วนล่างทางด่วน ครึ่งๆ ระหว่างปั๊มที่ต้องเติมเอง กับมีคนเติมให้ครับ ยกเว้นเผลอเรอจะหมดถังแล้วจริงๆ ให้ทำดังนี้
- จอดรถข้างๆ ตู้จ่ายน้ำมัน โดยหันฝาถังน้ำมันเข้าหาตู้ โดยรถสี่ล้อปกติก็จะเติม "เรกูล่า" ปกติจะเป็นสีแดง และมีภาษาญี่ปุ่นว่า レギュラー
- ลงจากรถ ไปที่ตู้ดิจิตอลข้างๆ แล้วกดหน้าจอ touch screen ปุ่มแรกทุกอันเลย (ส่วนมากจะเป็นอย่างนั้น) โดยระหว่างนั้น จะมีคำว่า マンタン (เต็มถัง) แล้วก็คำว่า เรกูล่า レギュラー ให้กดด้วย (เป็นการบอกตู้ก่อนว่าเราจะเติมอะไรเท่าไหร่)
- เอาแบงค์หมื่น เสียบเข้าช่องเสียบแบงค์ (จ่ายเต็มๆ ไปก่อน)
- ดึงหัวจ่าย มาเติมน้ำมันเข้ารถเราซะ จนเต็ม กดไม่ไปแล้ว ก็ถึงเอาหัวจ่ายไปเสียบคืน แล้วปิดฝาถัง
- จะมีใบเสร็จออกมาจากตู้หัวจ่าย
- เอาใบเสร็จ (ซึ่งจะมี Barcode) ออกมา แล้วมองๆ ดูที่ตู้ดิจิตอลข้างๆ ที่เราหยอดแบงค์หมื่นเข้าไป จะมีช่องโบ๋ๆ แล้วมีเลเซอร์ scan barcode อยู่ ให้เราเอาใบเสร็จแล้วเอา Barcode เข้าไป Scan ซึ่งตู้ก็จะรูว่าจะทอนเราเท่าไหร่ จากตังค์ที่เราหยอดไป ตังค์ทอนก็จะหลั่งไหลออกมาที่ช่องทอนเงิน (แต่ว่าบางทีตู้ที่ Scan barcode อาจจะอยู่ ถัดไปไกลๆ นิดนึงก็เป็นได้ ลองมองหาดู
แสดงความคิดเห็น
ขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างค่ะ
เที่ยวเจเเปนแอลป์ ค่ะ