ม๊อบ กับรัฐบาลท่านนายกประยุทธ มีการเปลี่ยนแปลงจริงหรือ?

กระทู้คำถาม
เมื่อวานเห็นข่าวม๊อบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ เลยอยากมาเจาะประเด็นเรื่องนี้ค่ะ

เห็นมีทั้งฝ่ายต้านและฝ่ายสนับสนุนให้สร้างนะคะ แต่ จขกท ไม่ได้มาคุยเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ที่คนท้องที่ต้องศึกษาดูว่า ผลกระทบที่เป็นทั้งคุณและโทษ จะไปตกอยู่ที่ใคร คงต้องอิงทั้งหลักวิชาการ และหลักสุขภาพ
และการพัฒนาที่เป็นประโยขน์ต่อการใช้ไฟฟ้า ที่ต้องผลิตเอง หรือต้องไปซื้อเอาจากเพื่อนบ้าน

ส่วนการเสนอให้มาใช้น้ำมันปาล์มแทนถ่านหิน ประเด็นนี้ก็น่าสนใจ ว่าถ้าขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม หรือผู้ลงทุนทางด้านน้ำมันปาล์ม
มีมากและเพียงพอ หรืออาจเป็นการส่งเสริมการปลูกปลาม์ให้ล้นตลาดจนนำมาซึ่งวิกฤติอีกหรือป่าว
คงต้องไปศึกษษหาข้อมูลกันอย่างจริงจัง จขกท ไม่มีความรู้และไม่ได้ติดตามทางด้านนี้นะคะ


แต่ที่ จขกท ตั้งข้อสังเกตุคือ ไม่ว่าจะมีรัฐบาลไหนมาบริหาร ม๊อบกับรัฐบาล มักเป็นของคู่กันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นม๊อบธรรมชาติ
หรือม๊อบจัดตั้ง นั่นอาจเพราะม๊อบน่าจะเป็นวิธีการเรียกร้องที่ชัดเจนที่สุด ตรงประเด็น และรวดเร็วที่สุดละมั้ง

ต่อยอดความคิด ดูทีท่าแล้ว รัฐบาลเองก็คงไม่อยากให้เกิดม๊อบเท่าไหร่ เพราะหากม๊อบบานปลาย และควบคุมย่อมเกิดความวุ่นวาย
ในการบริหารงานแผ่นดินตามมา

ประเด็นที่จขกท อยากจี้จุดนี้คือ ถ้าเรามองว่า รัฐบาลนายกลุงตู่ ต้องการปฎิรูปให้มีการใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด และจริงจัง ถึงขนาด
บางกรณีก็ยกเอา ม 44 มาใช้ ซึ่งดูเหมือนจะใช้ได้ผลไม่เต็มร้อยสักเท่าไหร่ นั่นเพราะ หากวิเคราะห์ดูแล้ว อำนาจกฎหมายไม่ว่าจะ
บังคับใช้ อย่างไร อำนาจของประชาชน( ส่วนมาก)  ก็ยังดูจะเหนือกว่า อยู่ดี

ดังนั้น จขกท จึงมองว่า ไม่ว่า คสช จะร่างกฎหมายอะไร พรบ ชุมนุมอะไร  ก็จะยังควบคุมพลังม๊อบไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ม๊อบก็ยังเป็นเสียงเรียกร้องที่อยู่คู่กับระบบการปกครองที่เป็นระบอบ ประชาธิปไตยในสากล ทุกยุคทุกสมัย

และเมื่อใดที่ คสช ตัดสินใจผิด ในการดำเนินการเรื่องใดๆก็ตาม  พลังของม๊อบ ก็ยังน่ากลัวและน่าวิตก
การพิจารณาดำเนินการใดๆ อันเป็นการเสี่ยงต่อการเกิดม๊อบของฝูงชน คสชเอง ยังคงต้องตระหนักไว้ค่ะ

พาพันขอบคุณ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่