ผมมาเรียนต่อที่อเมริกา ผมนัดเจอกับหนุ่มอเมริกันหลายคนแต่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหนุ่มอเมริกันคนไหนเลยสักคน ผมชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการแค่เซ็กส์ ดีที่พวกเค้าค่อนข้างให้เกียรติครับ จุดประสงค์คือต้องการเรียนรู้และเข้าใจคนหลาย ๆ แบบ หาเพื่อนที่มีรสนิยมเดียวกันและฝึกภาษา ถ้าคุยกันเข้าใจก็อาจจะพัฒนามากกว่าเพื่อน ทุกคนจะบอกว่าคุณนี่แตกต่างเหมือนพวกเค้าค่อนข้างจะสนใจกับความคิดของผม ส่วนใหญ่ผมเป็นฝ่ายเทครับ เพราะอยากจะเลือกสิ่งที่พอดีกับตัวเองมากที่สุด
ตอนนี้ผมมาทำเที่ยวพักผ่อนที่เยอรมัน ระหว่างนี้ผมได้เจอกับหนุ่มอเมริกันคนนึงในแอฟที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ เราคุยกันถูกคออย่างไม่น่าเชื่อผ่านทางอีเมลล์ ผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเค้าอายุ 50 ส่วนผมอายุ 22 เค้าเป็นผู้ใหญ่ที่ดูดีครับ ตัวสูงใหญ่ หน้าที่การงานดี ใจเย็น คือด้วยความที่ผมชอบคนอายุมากกว่าอยู่แล้วเลยอยากลองคุยดู เราแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนถึงวันที่เราเริ่มใช้ Video call ผมใช้ภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว เราเลยไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องการสื่อสาร ยิ่ง Video call บ่อยเท่าไร เราก็ยิ่งรู้สึกดีต่อกันมากขึ้นเท่านั้น เค้ารักผมมากและผมก็เช่นกัน เค้าให้เกียรติผมโดยการบอกครอบครัวของเค้าว่าคุยกับผมอยู่ เค้าเพิ่งจะเปิดเผยกับครอบครัวเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วว่าเป็นเกย์ ครอบครัวเค้าอยากให้เค้ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน อยากให้มีความสุขกับชีวิตจึงสนับสนุนทุกอย่าง ครอบครัวเค้าก็ชอบผม เราก็คุย Video call รวมกัน ทุกอย่างราบรื่นดี
สิ่งที่ทำให้ผมรักเค้าคือความเอาใจใส่ เสมอต้นเสมอปลายในทุก ๆ วัน ไม่ว่าเค้าจะทำอะไร ไปที่ไหน เค้าจะบอกผมทุกอย่างทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยถามหรือร้องขอ ส่วนตัวผมไม่ใช่คนที่ตามจิกหรือหึงหวงเพราะทำให้ผมไม่มีความสุข ผมเคยบอกว่าเค้าว่าผมชอบผู้ชายโรแมนติกและฟิต เค้าบอกว่าเค้าโรแมนติกไม่เป็นแต่สิ่งที่เค้าทำให้ผมผ่าน Video call คือโรแมนติกมาก ๆ เค้าเข้ายิมบ่อยขึ้นกว่าเดิมเพื่อจะทำร่างกายให้ฟิตแบบที่ผมชอบ โดยที่ผมไม่เคยบอกให้เค้าทำอะไรพวกนี้เลย ปกติผมเป็นคนชอบออกกำลังกายครับ เค้าบอกว่าอยากออกกำลังกายเป็นเพื่อนผมตอนที่ผมกลับอเมริกา ตลอดระยะเวลาสามอาทิตย์ที่เราอยู่ห่างไกลกันคนละทวีป เค้าปฏิบัติตัวทุกวันเหมือนเดิม เสมอต้นเสมอปลาย ถึงตอนนี้ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าผมรักเค้ามากเช่นกัน เพราะเค้าทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจ สบายใจ เหมือนถูกเติมเต็มด้วยความรัก
แต่สิ่งที่ทำให้ผมคิดหนักคือเรื่องอายุที่แตกต่างกันมากถึง 28 ปี พอทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะรู้สึกว่า เห้ย มันไม่น่าจะเป็นปัญหาถ้าคนสองคนรักกัน ผมก็เคยคิดแบบนี้ครับตอนที่เริ่มคุยกับเค้า แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ความรักมันไม่ได้มีแค่คนสองคนแล้วเราจะไม่ต้องสนใจทุกอย่างบนโลก ทั้งเชื้อชาติและอายุของเราต่างกันชัดเจนมาก (จริง ๆ ประเด็นไม่ใช่เรื่องเชื้อชาติ แต่พอมีเรื่องอายุมาเกี่ยวเลยยิ่งต่างเข้าไปใหญ่) ถ้าผมอายุ 32 เค้าจะอายุ 60 มันต้องพูดถึงเรื่องสุขภาพหรืออะไรต่อมิอะไร เราจะอยู่กันได้กี่สิบปี ผมเป็นคนที่วางแผนการใช้ชีวิตเลยคิดเรื่องอนาคต ถ้าผมจะไม่พัฒนาความสัมพันธ์กับเค้าต่อ ผมก็อยากจะบอกเค้าให้เร็วที่สุดเพราะผมห่วงความรู้สึกเค้ามาก มากจนเปลี่ยนคนนิสัยตรงไปตรงมาพูดจาชัดเจนฉะฉาน กลายเป็นคนคิดหนัก คิดวนไปวนมา
ผมควรจะตัดสินใจอย่างไรดีครับ มีใครที่มีประสบการณ์มีคู่ที่อายุต่างกันมากแบบนี้ไหมครับ มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วต้องปรับตัวอย่างไร ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
ขอคำปรึกษาเรื่องความรัก ช-ช กับชาวต่างชาติและต่างวัยหน่อยครับ
ตอนนี้ผมมาทำเที่ยวพักผ่อนที่เยอรมัน ระหว่างนี้ผมได้เจอกับหนุ่มอเมริกันคนนึงในแอฟที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ เราคุยกันถูกคออย่างไม่น่าเชื่อผ่านทางอีเมลล์ ผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเค้าอายุ 50 ส่วนผมอายุ 22 เค้าเป็นผู้ใหญ่ที่ดูดีครับ ตัวสูงใหญ่ หน้าที่การงานดี ใจเย็น คือด้วยความที่ผมชอบคนอายุมากกว่าอยู่แล้วเลยอยากลองคุยดู เราแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนถึงวันที่เราเริ่มใช้ Video call ผมใช้ภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว เราเลยไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องการสื่อสาร ยิ่ง Video call บ่อยเท่าไร เราก็ยิ่งรู้สึกดีต่อกันมากขึ้นเท่านั้น เค้ารักผมมากและผมก็เช่นกัน เค้าให้เกียรติผมโดยการบอกครอบครัวของเค้าว่าคุยกับผมอยู่ เค้าเพิ่งจะเปิดเผยกับครอบครัวเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วว่าเป็นเกย์ ครอบครัวเค้าอยากให้เค้ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน อยากให้มีความสุขกับชีวิตจึงสนับสนุนทุกอย่าง ครอบครัวเค้าก็ชอบผม เราก็คุย Video call รวมกัน ทุกอย่างราบรื่นดี
สิ่งที่ทำให้ผมรักเค้าคือความเอาใจใส่ เสมอต้นเสมอปลายในทุก ๆ วัน ไม่ว่าเค้าจะทำอะไร ไปที่ไหน เค้าจะบอกผมทุกอย่างทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยถามหรือร้องขอ ส่วนตัวผมไม่ใช่คนที่ตามจิกหรือหึงหวงเพราะทำให้ผมไม่มีความสุข ผมเคยบอกว่าเค้าว่าผมชอบผู้ชายโรแมนติกและฟิต เค้าบอกว่าเค้าโรแมนติกไม่เป็นแต่สิ่งที่เค้าทำให้ผมผ่าน Video call คือโรแมนติกมาก ๆ เค้าเข้ายิมบ่อยขึ้นกว่าเดิมเพื่อจะทำร่างกายให้ฟิตแบบที่ผมชอบ โดยที่ผมไม่เคยบอกให้เค้าทำอะไรพวกนี้เลย ปกติผมเป็นคนชอบออกกำลังกายครับ เค้าบอกว่าอยากออกกำลังกายเป็นเพื่อนผมตอนที่ผมกลับอเมริกา ตลอดระยะเวลาสามอาทิตย์ที่เราอยู่ห่างไกลกันคนละทวีป เค้าปฏิบัติตัวทุกวันเหมือนเดิม เสมอต้นเสมอปลาย ถึงตอนนี้ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าผมรักเค้ามากเช่นกัน เพราะเค้าทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจ สบายใจ เหมือนถูกเติมเต็มด้วยความรัก
แต่สิ่งที่ทำให้ผมคิดหนักคือเรื่องอายุที่แตกต่างกันมากถึง 28 ปี พอทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะรู้สึกว่า เห้ย มันไม่น่าจะเป็นปัญหาถ้าคนสองคนรักกัน ผมก็เคยคิดแบบนี้ครับตอนที่เริ่มคุยกับเค้า แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ความรักมันไม่ได้มีแค่คนสองคนแล้วเราจะไม่ต้องสนใจทุกอย่างบนโลก ทั้งเชื้อชาติและอายุของเราต่างกันชัดเจนมาก (จริง ๆ ประเด็นไม่ใช่เรื่องเชื้อชาติ แต่พอมีเรื่องอายุมาเกี่ยวเลยยิ่งต่างเข้าไปใหญ่) ถ้าผมอายุ 32 เค้าจะอายุ 60 มันต้องพูดถึงเรื่องสุขภาพหรืออะไรต่อมิอะไร เราจะอยู่กันได้กี่สิบปี ผมเป็นคนที่วางแผนการใช้ชีวิตเลยคิดเรื่องอนาคต ถ้าผมจะไม่พัฒนาความสัมพันธ์กับเค้าต่อ ผมก็อยากจะบอกเค้าให้เร็วที่สุดเพราะผมห่วงความรู้สึกเค้ามาก มากจนเปลี่ยนคนนิสัยตรงไปตรงมาพูดจาชัดเจนฉะฉาน กลายเป็นคนคิดหนัก คิดวนไปวนมา
ผมควรจะตัดสินใจอย่างไรดีครับ มีใครที่มีประสบการณ์มีคู่ที่อายุต่างกันมากแบบนี้ไหมครับ มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วต้องปรับตัวอย่างไร ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ